เมื่อครั้งที่ภูเขาไฟวิสุเวียส ระเบิดขึ้นเมื่อ 79 ปีก่อนคริสตกาล มันได้ปล่อยก๊าซและหินร้อนออกมามากพอ จนสามารถต้มเลือดภายในร่างกายของมนุษย์จนเดือดได้ หรือแม้แต่ทำให้ผิวหนังของสิ่งมีชีวิตระเหยกลายเป็นไอ รวมทั้งยังเปลี่ยนเนื้อเยื่อสมองของมนุษย์ให้กลายเป็นแก้วได้เลย
ซึ่งปกติแล้วนักโบราณคดีไม่ค่อยพบสมองมนุษย์ระหว่างการขุดสำรวจมากนัก แต่ถ้าพบแล้วล่ะก็ ส่วนมากสมองก็จะมีรูปร่างคล้ายสบู่ก้อนเล็ก ๆ เสียมากกว่า แต่ล่าสุดเมื่อตรวจสอบซากของผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตในเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) เมืองโบราณ ณ ประเทศอิตาลี ในเหตุการณ์การระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส (Vesuvius eruption) เหล่านักวิจัยกลับพบสิ่งที่ต่างออกไป
พวกเขาพบว่า สมองของเหยื่อถูกไฟไหม้จนเปลี่ยนเป็นเศษแก้วชิ้นเล็กชิ้นน้อย (สีดำ) โดยเกิดจากการผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “Vitrification” (เวอร์-ทิ-ฟิ-เค-ชั่น) คือการที่ของผิวอ่อนถูกความร้อนสูงเฉียบพลันจนเปลี่ยนสถานะกลายเป็นของเหลว และเมื่อเย็นลงจึงกลายเป็นผลึกแก้ว
การค้นพบนี้เป็นผลงานของ ดร.เพียร์ เพาโล เปโตรเน (Pier Paolo Petrone) ศาสตราจารย์วิชาสรีรวิทยามนุษย์และมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยแพทย์เฟเดอริโกที่สอง (Federico II University) ในอิตาลี เปโตรเนและเพื่อนร่วมงานของเขาเข้าไปสำรวจซากโครงกระดูกของเหยื่อมากกว่า 300 คนในเฮอร์คิวเลเนียม
โดยเมืองเฮอร์คิวเลเนียมอยู่ห่างจากเมืองปอมเปอีราว 20 กิโลเมตร และด้วยระยะความใกล้นี้เอง ทำให้ผู้คนในเฮอร์คิวเลเนียมก็ต้องพบกับชะตากรรมสยดสยองเช่นกัน ซึ่งส่วนมากจะเสียชีวิตจากการที่เลือดภายในร่างกายร้อนจนเดือด-เกิดเป็นแรงดันสูงนำไปสู่การทำให้หัวกะโหลกของพวกเขาระเบิด
ในงานวิจัยชิ้นใหม่ เปโตรเนและผู้ร่วมเขียนงานวิจัยเข้าไปตรวจสอบเหยื่อที่อยู่บนเตียงไม้ ซึ่งถูกค้นพบในทศวรรษ 1960 พวกเขาถูกฝังอยู่ในกองขี้เถ้า โดยโครงกระดูกไหม้เกรียม และมีเศษกะโหลกกระจัดกระจายเพราะแรงระเบิด
ทีมนักวิจัยพบเศษวัสดุสีดำมันวาวอยู่ในเศษซากของกะโหลก เมื่อพวกเขานำเศษของเนื้อเยื่อสมองมาวิเคราะห์ก็พบว่า มันประกอบด้วยโปรตีนที่พบในส่วนต่าง ๆ ของสมองมนุษย์ เช่น เปลือกสมอง, และสมองส่วนอะมิกดะลา อีกทั้งยังพบกรดไขมันที่พบในผมของมนุษย์ และไตรกรีเซอร์ไรด์ที่พบได้ทั่วไปในเนื้อเยื่อสมอง (จึงมั่นใจว่าผลึกเหล่านี้คือสมองนั่นเอง)
จากการวิเคราะห์สิ่งรอบตัวที่พบใกล้ศพ นักวิจัยพบว่า ตอนเกิดเหตุภายในห้องน่าจะมีอุณหภูมิสูงถึง 520 องศาเซลเซียส เลยล่ะครับ
ทั้งนี้ นี่คือภาพของภูเขาไฟวิสุเวียสจริง ๆ แต่กลุ่มควันที่เห็นไม่ได้เกิดจากการปะทุ แต่เกิดจากเหตุไฟป่าที่เกิดไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็ว (ปี 2017) ซึ่งผู้ที่ถ่ายภาพกลุ่มควันที่ดูแล้วคล้ายหัวกะโหลกนี้ได้ก็คือ Rosario Scotto Di Minico ซึ่งเขาถ่ายไว้ได้โดยใช้กล้องโทรศัพท์มือถือครับ
Fact – ดวงจันทร์ไอโอ (Io) คือสถานที่-ที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในระบบสุริยะ โดยมันเป็นหนึ่งในดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ซึ่งการที่มันถูกปกคลุมไปด้วยภูเขาไฟ ทำให้พื้นผิวของมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะภูเขาไฟแต่ละลูกผลัดกันปะทุตลอดเวลาเลยนั่นเอง