รัสเซีย – จีน กำลังสร้าง “Space Weapon (อาวุธอวกาศ)” หวังปราบดาวเทียมสหรัฐฯ

  พลเอก จอห์น ไฮเทน หัวหน้ากองบัญชาการฝ่ายยุทธศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กล่าวต่อหน้าผู้ชมในการประชุมแห่งหนึ่งว่า หลายประเทศรวมทั้งรัสเซีย และจีน กำลังสร้างอาวุธบนอวกาศ ที่สามารถเล็งเป้าหมายไปที่ทรัพยากรต่างๆ ของกองทัพอย่างเช่นดาวเทียมได้ “พวกเขากำลังสร้าง ทดสอบอาวุธบนอวกาศที่สามารถควบคุมจากบนโลก ทั้งอาวุธตัดสัญญาณ และอาวุธเลเซอร์ โดยไม่แม้แต่จะปิดเป็นความลับ พวกเขากำลังสร้างอาวุธที่มีขีดความสามารถขนาดนั้น เพื่อท้าทายสหรัฐอเมริกา, ท้าทายพันธมิตรของเรา และเพื่อเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจโลก ซึ่งเราไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้”     “รัสเซียและจีนได้เห็นความสำเร็จของกองทัพสหรัฐฯ ในการใช้ดาวเทียมระหว่างปฏิบัติการทางทหารอย่างเช่นสงครามอ่าวเมื่อปี 2534 มาแล้ว และพยายามหาทางจำกัดความสามารถของสหรัฐฯ ในการใช้ดาวเทียมระหว่างเหตุความขัดแย้งในอนาคต ซึ่งอุปกรณ์สำคัญคือ ดาวเทียมสำหรับเตือนกองทัพเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธของศัตรู” “เราไม่สามารถปล่อยให้ ดาวเทียม คลาดสายตาได้นานกว่า 10 -15 นาที ซึ่งมันจะสายเกินไป เพราะตอนนี้เรายังไม่มีแผนรับหรือป้องกันหากเราถูกโจมตีทางอวกาศจริงๆ” ปัจจุบันนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับเมื่อเกิดกรณีความขัดแย้งทางทหารในอวกาศ และการทำข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น ที่มา – sputniknews , cnn Ma_noshหากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้…

Elon Musk ติดตั้งรถ Tesla Roadster ไปกับจรวด Falcon Heavy เพื่อโคจรรอบดาวอังคาร

  Elon Musk ที่ตอนนี้เรียกได้ว่า เป็นพ่อทุกสถาบันจริงๆ คนอะไร กระโดดจากการออกแบบเว็บการเงิน มาทำรถไฟฟ้า แล้วยังต่อด้วยสร้างจรวดอีก โหดเกินไปแล้ว! แต่ก็นั่นแหละครับ สิ่งที่ผู้ประกอบการเก่งๆควรมีก็คือ การเล่นกับสื่อและสามารถสร้างกระแสผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในส่วนนี้ มัสก์ สามารถทำได้ดีมาตลอด เลยไม่แปลกครับที่เค้าจะ เป็น Godfather ทางด้าน Technology     ล่าสุด Elon Musk ได้ทวีตสร้างกระแสอีกครั้งด้วยการบอกว่าจะปล่อยรถยนต์ Tesla Roadster ไปกับจรวด Falcon Heavy ที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก! โดยระหว่างที่ยิงจรวด รถจะเปิดเพลง Space Oddity ส่วนเป้าหมายในการปล่อยจรวดครั้งนี้ก็คือ การทดสอบจรวดรุ่นใหม่นี่เอง โดยปลายทางคือการโคจรรอบดาวอังคาร หลังจากนั้นรถก็จะอยู่ในอวกาศไปพันล้านปี     จรวด Falcon Heavy จะถูกยิงจากแหลมคานาเวอรัล บนฐานยิงเดียวกับ Apollo 11 พร้อมรับประกันอีกครั้งว่าจะน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน เฮียแกชอบทวิตและโพสท์รูปในบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อชวนผู้ติดตามมาดูการทดลองเกือบตลอดทุกครั้ง และมันก็น่าตื่นเต้นทุกครั้งจริงๆ ที่มา…

แก่แต่เก๋า! พบกับนักกีฬา CSGO รุ่นใหญ่วัย 70 ท้าดวลทุกทีม แถมยังโชว์สถิติ K/D อีกด้วย

ปกติแล้วเรามักจะเห็นนักกีฬา eSports ที่มีอายุน้อย หรือ วัยรุ่นกันใช่ไหม จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย เขาจะกลายมาเป็นนักกีฬา eSports เหมือนกับพวกเรา…     ประเทศสวีเดนผุดทีมอีสปอร์ต “ซิลเวอร์ สไนเปอส์” (Silver Snipers) รวมพลปู่ย่าอายุเฉลี่ยเกิน 70 มาลงแข่งเกม FPS ที่ทุกคนรู้จักกันดี เคาท์เตอร์ หรือ Counter Strike (CSGO) เกมที่หลายๆคนเจ๊งไปกับการเปิดกล่องหามีดนั่นแหละครับ อิอิ  โดยทางทีมได้ประกาศท้าชนคู่แข่งแบบไม่เกี่ยงวัย ทีมดังกล่าวจะเข้าร่วมงานแข่งเกม DreamHack Winter 2017 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 3 ธันวาคม จัดเป็นอีเวนท์พิเศษสนับสนุนโดยค่าย Lenovo ให้คนสนใจมาขอท้าดวลได้ โดยต้องเข้าไปกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ พร้อมบอกเหตุผลที่อยากสู้เพื่อให้ทีมงานพิจารณาอีกทีหนึ่ง     สมาชิกของซิลเวอร์สไนเปอส์จะมีทั้งชายหญิงรวม 5 คน อายุเฉลี่ย 71 ปีต่ำสุด 62…

อีลอน มัสก์ ทำนายสงครามโลกครั้งที่ 3

  อีลอน มัสก์ ทำนายว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดจากการแข่งขันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างประเทศต่างๆ พร้อมระบุว่า เกาหลีเหนืออยู่อันดับท้ายๆ ของภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท Tesla และ SpaceX โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ทำนายสาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 3 ว่าจะเกิดจากการแข่งขันกันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศต่างๆ โดยนายมัสก์ได้ยกตัวอย่างว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจตัดสินใจเริ่มก่อสงคราม หากมันคำนวณว่าการชิงโจมตีก่อนเป็นหนทางสำคัญอันนำไปสู่ชัยชนะ นอกจากนี้ นายมัสก์ยังระบุด้วยว่า เกาหลีเหนืออยู่อันดับท้ายๆ ของรายชื่อภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอารยธรรม     การทวีตข้อความของนายมัสก์ในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่แสดงความเห็นว่า ปัญญาประดิษฐ์ไม่เพียงเป็นอนาคตของรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นอนาคตของมวลมนุษยชาติ พร้อมย้ำว่า ใครก็ตามที่เป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นผู้ปกครองโลก แม้ขณะนี้ ประเทศที่เป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์จะมีเพียง 3 ประเทศ คือ สหรัฐฯ จีน และอินเดีย แต่นายมัสก์เชื่อว่า ประเทศต่างๆ จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้น้อยหน้า และกฎหมายปกติก็ไม่สามารถควบคุมเรื่องนี้ได้ ด้วยเหตุนี้ นายมัสก์จึงได้เรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมปัญญาประดิษฐ์ เพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ   ก่อนหน้านี้ มัสก์ และมาร์ค…

“Perper หมอหุ่นยนต์” ที่จีนพัฒนาขึ้นให้รักษาคนไข้ สอบผ่านวิชาแพทย์ด้วยคะแนนสูงสุด!

  “Perper” หุ่นยนต์รายแรกที่จีนพัฒนาขึ้นมาให้รักษาคนไข้ โดยให้ศึกษาตำราแพทย์ 53 เล่ม หนังสือเกี่ยวข้องกับการแพทย์อีก 400,000 เล่ม พร้อมทั้งกรณีศึกษาอีก 2 ล้านกรณีกับภาพต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายล้านรูปก่อนเข้าสอบข้อเขียนทางการแพทย์ โดยเพพเปอร์ กวาดคะแนนได้ถึง 456 จากคะแนนเต็ม 600 ถือว่ามากกว่าคะแนนเบื้องต้นที่ต้องได้สำหรับการสอบผ่านที่อยู่ที่ 360 คะแนน เพพเปอร์ เป็นหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัวกับบริษัท iFlytek ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาหุ่นตัวนี้ระบุว่า หุ่นมีความสามารถในการพิเคราะห์ปัญหาและเชื่อมมุมมองกับบริบทภาพรวมได้ สามารถศึกษา หาเหตุและผล ตัดสินใจได้ ในขณะที่อีกด้านมีความทรงจำที่เหนือกว่ามนุษย์ มีความสามารถในการสะสมข้อมูลมากกว่าตลอดจนมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์มากกว่าด้วย     รายงานข่าวระบุว่า จากการเข้าสอบแสดงว่าความรู้ด้านการแพทย์ของ เพพเปอร์ มีสูงมากพอจะทำหน้าที่หมอที่ดูแลอาการไข้แบบทั่วไปคือตรวจอาการและดูแลรักษาเบื้องต้นได้ ถึงกระนั้น เพพเปอร์ ก็จะยังไม่ทำหน้าที่เป็นแพทย์อย่างทันทีทันใด แต่จะเป็นผู้ช่วยรักษาคนไข้ ต้นปีหน้านี้ เพพเปอร์ จะต้องไปเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ทำงานในคลีนิคและทำงานกับแพทย์เพื่อช่วยเหลือและเรียนรู้ไปในเวลาเดียวกัน รายงานของผู้ผลิตบอกว่า ประโยชน์ของการมีหมอหุ่นยนต์ คือจะทำให้การใช้เวลาในการพิจารณาอาการเจ็บป่วยสั้นลง และการตัดสินใจในการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าที่แทนแพทย์ เพียงแค่ทำให้มนุษย์และเครื่องจักรทำงานประสานกันสอดคล้องมากขึ้นเพื่อประสิทธิภาพของการให้บริการแก่ผู้ป่วย รายงานข่าวระบุว่า จีนนั้นขาดแคลนแพทย์ที่จะทำงานในชนบทอย่างมาก ทำให้ต้องคิดประดิษฐ์หุ่นยนต์แพทย์ขึ้นมารองรับ โดยทางประเทศจีนมีแผนระดับชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ…

ดูไบเจ๋ง! ตั้งกระทรวง AI เป็นที่แรกของโลก หวังยกระดับคุณภาพมนุษย์แบบก้าวกระโดด

  ปลายเดือนที่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการประกาศตั้งกระทรวงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นครั้งแรกในโลกรวมถึงแต่งตั้งหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอายุเพียง 27 ปีให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของโลก ความเคลื่อนไหวนี้กระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามถึงข้อดีข้อเสียของ AI ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่า AI ซึ่งมีความสามารถในการ “เก็บข้อมูล” ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษย์ในอนาคตได้ แต่ก็มีบางส่วนตั้งคำถามว่า AI จะช่วยให้มนุษย์มีความสุขมากขึ้นหรือมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้จริงหรือ แล้วจะมีความเสี่ยงอะไรบ้างหรือเปล่า?     ศาสตราจารย์ Luciano Floridi ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาและจริยธรรมข้อมูลข่าวสารมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ไม่คิดว่า “AI จะเป็น ภัยคุกความที่มีตัวตนจริง” เหมือนที่หลายคนคิดว่าจะเกิดขึ้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง “คนเหล็ก” เพราะไม่ว่าจะพัฒนา AI ให้ก้าวหน้าแค่ไหน “ถึงยังไง AI ก็ไม่มีวันมีความเข้าใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และสัญชาติญาณแบบมนุษย์ได้” แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองต่างออกไป Jaron Lanier นักเขียนด้านปรัชญาคอมพิวเตอร์ชาวสหรัฐ มอง AI ว่าเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติเพราะ AI จะทำลดคุณค่าของสติปัญญาและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ “การเปิดทางให้ AI เปลี่ยนรูปแบบความคิดของคนเราก็คือการปล่อยตัวเราเองให้มองคนอื่นว่าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ เหมือนอย่างที่เราเริ่มคิดว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้ต่างจากคนที่เราคุยด้วยผ่านโซเชียลมีเดีย”…

Bill Gates เอาจริง! ทุ่มงบ 2,600 ล้าน เพื่อสร้าง “เมืองอัจฉริยะ” ที่อยู่ในสมองของตนเอง

  บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ประกาศทุ่มเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,600 ล้านบาท เพื่อพัฒนาชุมชนในย่านชานเมืองฟีนิกซ์ ในมลรัฐแอริโซนา ให้กลายเป็น เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ประกอบด้วยเครือข่ายระบบคมนาคมความเร็วสูง รถยนต์ไร้คนขับ เครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยสมาร์ทซิตีแห่งนี้ จะมีขนาดใกล้เคียงกับเมืองเทปเป ในมลรัฐแอริโซนา ซึ่งมีประชากรอาศัยประมาณ 182,000 คน ปล.ปัจจุบัน มลรัฐแอริโซนาถูกขนานนามว่าเป็นมลรัฐที่เป็นมิตรต่อบริษัทด้านเทคโนโลยี โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับชั้นนำอย่างเวย์โม อูเบอร์ และอินเทล ต่างกำลังทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ ในมลรัฐแอริโซนา     โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทคาสเคด อินเวสเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือเบลท์มองต์ของบิล เกตต์ กับบริษัทหุ้นส่วนทางธุรกิจในมลรัฐแอริโซนา โดยโฆษกของโครงการสมาร์ทซิตีแห่งนี้เปิดเผยว่า การสร้างสมาร์ทซิตีขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ง่ายและคุ้มค่ามากกว่าการพัฒนาจากโครงสร้างที่มีอยู่เดิม     ทั้งนี้  “เมืองอัจฉริยะ”  ที่อยู่ในมันสมองของบิล เกตส์ จะใช้พื้นที่แถบชานเมืองรัฐแอริโซนา มีเนื้อที่ราว 25,000 เอเคอร์ ซึ่งสามารถรองรับการอาศัยของประชากรได้มากกว่า 8 หมื่นหลังคาเรือน…

ญี่ปุ่นประกาศสร้าง “สถานีเรดาร์” ให้ฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ต่อกรกับ “โจรสลัด” แห่งทะเลซูลูฯ

  นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น และ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งงฟิลิปปินส์  จะร่วมลงนามข้อตกลงในการช่วยเหลือด้านทุนค่าก่อสร้าง และการฝึกกองกำลังเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์  การลงนามเกิดขึ้นในกรุงมะนิลา โดยญี่ปุ่นจะสร้างสถานีเรดาร์สำหรับหน่วยงานยามฝั่งให้กับฟิลิปปินส์ไว้จัดการกับกลุ่มโจรสลัดมุสลิมติดอาวุธ จุดที่สร้างสถานีทั้ง 4 แห่งจะอยู่บนหมู่เกาะกลางทะเลซูลูเซเลบีส     จากสถิติของการปล้นสะดมทางทะเลจำนวนทั้งหมด 30 ครั้งที่เกิดขึ้นแค่ในช่วงครึ่งปึแรกของปี 2017 พบว่ามีเหตุการณ์ปล้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนถึง 6 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นการลักพาตัวลูกเรือถึง 3 ครั้ง อารมณ์เหมือนหนังเรื่อง Captain Phillips ที่แสดงนำโดย Tom Hank เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โจรสลัดจริง กัปตัน ถูกลักพาตัวจริง ลองดูครับ สนุกมาก     เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศที่ดูแลทุนที่ใช้สร้างสถานีเรดาห์ทั้ง 4 แห่งได้เผยว่า “ญี่ปุ่นตระหนักถึงความจำเป็นในการต่อต้านการปล้นสะดมทางทะเลในภูมิภาค และมีความมุ่งมั่นที่จะให้การช่วยเหลือ แต่ในขณะนี้ทางเรายังไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดถึงโปรเจกต์ที่จะเกิดขึ้นได้” แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เป ฟิลิปปินส์หนักขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยให้ทุนสำหรับการพัฒนา รางรถไฟ และการสร้างเมืองมาราวีขึ้นใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ให้ไปเลยฟรีๆสำหรับกองทัพฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นต้องเปหนักขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะว่า…

Uber จับมือ NASA ระดมสมอง สร้างแท็กซี่บินได้! คาดต้องเริ่มบินให้ทันในปี 2020

  Uber อูเบอร์ได้เปิดเผยแผนการโครงการแท็กซี่บินที่เรียกว่า Uber Elevate ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2016 โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการที่เมืองดัลลาสกับฟอร์ตเวิร์ธ สหรัฐอเมริกา และที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวโคมลอยเพราะ Jeff Holden (เจฟฟ์ โฮลเดน) ผู้ดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber ได้เซ็นข้อตกลง Space Act Agreement (SAA : ข้อตกลงปฏิบัติการทางอวกาศ) ร่วมกับ NASA ในการสร้างระบบควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับจัดการเที่ยวบินแท็กซี่ลอยฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบินในปี 2020 และจะแล้วเสร็จใช้งานได้จริงในปี 2023 หรืออีก 6 ปี     Uber เปรียบเทียบตัวอย่างการเดินทางด้วยรถแท็กซี่บินได้ ระหว่างนครซานฟรานซิสโกและเมืองซานโฮเซ่ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน โดยระบุว่าหากสัญจรทางถนนจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง และมีค่าใช่จ่าย 111 ดอลลาร์ แต่ถ้าผู้โดยสารเดินทางทางอากาศ โดยใช้แท๊กซี่บินได้นี้ เวลาที่ใช้ฝนการเดินทางจะลดลงมาเหลือเพียง 15 นาที ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกจะอยู่ที่ 129…