โรงงานไวอากร้า ในไอร์แลนด์ปล่อยสาร ทำคนทั้งเมืองเกิดอารมณ์ทางเพศ

เป็นเรื่องที่ยากแต่ก็ต้องรับให้ได้ เมื่อคุณต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตยากระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ     เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เว็บไซต์ Thetimes ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ผู้คนในหมู่บ้าน Ringaskiddy ประเทศ ไอร์แลนด์ หลังจากมีข่าวว่า ไฟเซอร์จะจำหน่ายไวอากร้าตามร้านขายยาในประเทศอังกฤษแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างเสียงตลกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่จะเพราะอะไร เรามาอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้คนในหมู่บ้านกันเลย พวกเขาได้ร้องเรียนโรงงานผลิตยาไฟเซอร์ว่า “พวกเขาได้ปล่อยสารกระตุ้นที่ใช้ในการผลิตยาสู่อากาศมาเป็นเวลานาน จนตอนนี้มันเริ่มทำให้ผู้คนในเมืองรู้สึกคึกคักเกินปกติแล้ว” “แค่การสูดลมหายใจเข้านิดหน่อย คุณก็จะเริ่มแข็งตัวแล้ว” – Debbie O’Grady หนุ่มบาร์เทนเดอร์ ท้องถิ่นกล่าว “ไอระเหยนี้ไม่ได้กระทบแค่มนุษย์เราเท่านั้น แต่มันยังกระทบถึงเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ด้วย เพราะตอนนี้สุนัขที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเริ่มเดินออกหาคู่ผสมพันธุ์ไปทั่วเมือง ลองสังเกตพวกมันดีๆสิพวกมันกำลังต้องการผสมพันธุ์!” “ฉันคิดว่า สารไวอากร้า จะต้องปนเปื้อนเข้าไปในแหล่งน้ำของหมู่บ้านแล้วแน่ๆ ฉันค่อนมั่นใจเพรามันเกิดขึ้นในตอนเริ่มแรกของการผลิต ก่อนที่พวกเขาจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด” – Fiona Toomey หญิงสาววัย 37 ที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ที่ Albany ซึ่งเธอเคยทำงานที่โรงงานไฟเซอร์ ชาวบ้านหลายคนหัวเราะก๊ากกับข่าวที่ว่า ไฟเซอร์จะจำหน่ายไวอากร้าตามร้านขายยาในประเทศอังกฤษแล้วในปี 2018 หลังจากที่รอมานาน – “น่าเสียดายที่พวกเขาต้องเสียเงินเพื่อที่จะได้ใช้ยานี้ แต่สำหรับพวกเรา เราได้ใช้มันฟรีๆมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ฮ่าๆๆ”…

เร่งล่าโจรขโมย “ตุ๊กตายาง” ตัวละ 150,000 บาท “Limited แบบนี้พี่อดใจไม่ไหวจริงๆ”

  เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา 6 โมงเช้าวันอาทิตย์  ได้เกิดเหตุปล้นร้านขายของเล่นผู้ใหญ่ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยขโมยเลือกที่จะขโมยสินค้าเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ ตุ๊กตายางชื่อว่า Dorothy (โดโรธี) ที่มีราคาสูงถึง $4,500 – $5,000 ดอลลาร์ (150,000 บาท) โดยสัดส่วนของตุ๊กตาตัวนี้เรียกได้ว่ามีึความคล้ายคลึงกับมนุษย์ค่อนข้างมาก ส่วนสูง 168 ซม. และขนาดหน้าอกที่น่าจะประมาณ 600 ซีซี     โดยกล้องวงจรปิด สามารถจับภาพชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อสีดำ ปล้อยเสื้อดำแทบแดง ทำการพังประตูกระจกเพื่อเข้าไปทำภารกิจช่วยแม่นาง โดโรธี ตำรวจคาดว่า โจรรายนี้น่าจะวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะใช้เวลาไม่นานก็ทำภารกิจเสร็จลุล่วงแต่อาจจะเป็นเพราะความ เ__ เลยไม่ได้สังเกตอย่างรอบคอบว่าบริเวณที่จอดรถหลังร้านก็มีกล้องเหมือนกัน โดยตอนนี้ตำรวจได้ประกาศว่า หากมีใครพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ทุกเมื่อ แถมยังปล่อยมุขออกมาด้วยว่า เราไม่รู้ว่า “โดโรธี จะเป็นอย่างไรบ้าง จะปลอดภัยสบายดีหรือเปล่า เราไม่รู้อะไรเลย” ที่มา – dailymail   Ma_noshiG – Ma_nosh…

ผู้นำคิมทดสอบนิวเครียร์ถี่เกิน คุมรังสีพิษไม่อยู่ – ทารกเกิดมาพิการ ชาวบ้านป่วย “โรคผี”

  คำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือกว่า 30 คน ที่ข้ามพรมแดนเข้ามาจากทางฝั่งเขตปกครองคิลจู ว่าการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินของเกาหลีเหนือทำให้มีรังสีแผ่อยู่ในบริเวณ ส่งผลให้ทารกที่เกิดออกมาพิกลพิการ ส่วนชาวบ้านจำนวนมากล้มป่วย แม้ว่าคำกล่าวอ้างนี้นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ายังพิสูจน์อะไรไม่ได้มากนัก แต่อาการป่วยที่ปรากฏนั้นเป็นไปได้สูงว่าผลมาจากรังสีของการทดสอบอาวุธ ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้เขตพุงกเยรี ซึ่งเกาหลีเหนือเริ่มทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2549 ในยุคของ คิม จองอิล พ่อของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของปัจจุบัน     อี จองฮวาน ผู้แปรพักตร์หญิงคนหนึ่งที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง แม้ว่าตอนนี้ร่างกายปลอดจากรังสีแล้ว แต่หญิงสาวกล่าวโทษการทดสอบนิวเคลียร์ว่าเป็นต้นเหตุให้ชาวบ้านล้มป่วยจำนวนมาก และเรียกอาการป่วยนี้ว่า โรคผี หรือ ghost disease – “เราต่างคิดว่าเรากำลังจะตาย เพราะว่าเราจน และก็ไม่มีอะไรจะกิน พอตอนนี้ยังมีรังสีเพิ่มขึ้นมาอีก”     ด้าน รี ยองซิล ผู้แปรพักตร์อีกคนเล่าว่า เห็นทารกแรกเกิดพิกลพิการ รูปร่างและอวัยวะผิดส่วน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นเพศชายหรือหญิง เพราะเหมือนไม่มีอวัยวะเพศ ในเกาหลีเหนือถ้าเด็กออกมาลักษณะนี้ ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็จำเป็นต้องทำให้เด็กตาย ทั้งอีและรีต่างไม่รู้ว่า ในช่วงเวลานั้นมีการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ มารู้อีกครั้งว่าแรงสั่นสะเทือนช่วงนั้นคืออะไร หลังจากหลบหนีออกมาแล้ว คูเน ยูล อาจารย์คณะวิศวกรรมนิวเคลียร์…

เปิดแฟ้มคดีดัง มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ไม่ยอมจ่ายสักดอล! (หลานถูกเรียกค่าไถ่-ตัดหู)

ในเดือนกรกฎาคม 2516 จอห์น พอล เก็ตตี้ที่ 3 (J. Paul III) เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่มีนิสัยหัวรั้น เป็นพวกไม่สนใจโลก มักขัดใจคนที่บ้าน หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นจิตรกรในกรุงโรม ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่จู่ๆก็ถูกคนร้าย 3 คน ลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งเหตุการณ์นี้กลับทำลายชีวิตเด็กหนุ่มไปตลอดกาล     โดยคนร้ายพยายามจะเรียกร้องเงินจำนวนมหาศาลถึง 17 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.53 ร้อยล้านบาท) เพราะคนร้ายรู้ดีว่าเด็กหนุ่มรายนี้เป็นหลานแท้ๆ ของ จอห์น พอล เก็ตตี้ (J.Paul Getty) อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันเจ้าของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานั้น แต่แล้วทุกอย่างที่คนร้ายวางแผนไว้กลับผิดแผนไปทั้งหมด เพราะอย่างที่ผมเกลิ่นไปข้างต้นว่า ด้วยอุปนิสัยที่ชอบขัดใจปู่อย่างรุนแรง จึงทำให้การส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ ที่คนร้ายได้ส่งมายังครอบครัวของเด็กหนุ่มนั้น ดูไม่น่าเชื่อถือและดูเหมือนกับการสร้างสถานการณ์ว่าเด็กหนุ่มต้องการขอเงินจากที่บ้านรึเปล่า จนเวลาล่วงเลยมาอีก 3 เดือน ความจริงที่น่าตกใจก็ชัดเจนขึ้น เพราะพวกคนร้ายเริ่มใช้ไม้แข็งแล้ว     คนร้ายที่ทนไม่ไหวต่อการเมินเฉยของครอบครัวจึงลงมือเฉือนใบหูของเด็กหนุ่ม และส่งมันไปถึงหนังสือพิมพ์เจ้าหนึ่ง ในตอนนั้นเองที่แม่ของเด็กหนุ่มรู้อย่างแน่ชัดว่าการลักพาตัวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง!…

เกาหลีใต้เอาจริง! เพิ่มบทลงโทษใหม่ “นักโทษข่มขืน ต้องถูกฉีดให้ หมันจนหมดสภาพ”

ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นที่มีการเรียกร้องให้ทำการประหาร สำหรับผู้ที่มีความผิดในข้อหาข่มขืน หรือฆ่าข่มขืน แต่การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นทั่วโลก เกาหลีใต้ เป็นประเทศแรกในเอเชีย ที่ลงโทษผู้กระทำผิดในคดีข่มขืนด้วยการฉีดสารเคมีหรือกินยาเพื่อลดสมรรถภาพทางเพศ และมีผลค้างเขียงที่อาจทำให้เป็นหมันได้เลยทีเดียว ซึ่งบทลงโทษนี้เพิ่งได้รับการอนุมัติไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นี่เอง (ประเทศไทยสนใจมั้ยจ๊ะ)     เพราะหลังจากที่มีคดีข่มขืนเกิดขึ้นมาติดๆกัน ผู้คนในประเทศก็กลัวว่าหากนักโทษได้รับการปล่อยตัว พวกเขาอาจกลับไปก่อคดีซ้ำอีก จึงทำให้บทลงโทษนี้ดูเข้าท่าและมีแนวโน้มว่าจะลดการก่อเหตุข่มขืนได้มาก เพราะหากผู้ก่อเหตุคิดสั้นว่าทำไปโดนจับก็แค่ตาย ไม่เห็นต้องกลัวอะไร แต่ถ้าพวกเขาถูกจับฉีดยานั่นก็เท่ากับว่า อวัยวะสืบพันธุ์ของพวกเขาจะทำงานไม่ได้ ซึ่งสำหรับผู้ชายแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก – บทลงโทษนี้จะใช้สำหรับนักโทษที่ก่อเหตุข่มขืน เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี – โดยจะต้องถูกฉีดหรือกินยาดังกล่าว ทุกๆ 1 เดือน เป็นเวลาติดต่อกันนาน 15 ปี – การใช้ยาดังกล่าวกับนักโทษก่อนที่พวกเขาจะพ้นโทษประมาณ 6 ถึง 9 เดือน – ลดความต้องการทางเพศของนักโทษ – ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า เกาหลีใต้แก้ไขปัญหานี้ได้ดีมากๆ เพราะสำหรับผู้ชายแล้ว ถ้ากะจู๋ใช้ไม่ได้ขอตายเสียดีกว่า ที่มา – koreaherald…

เพราะอะไร? ปราสาทฝรั่งเศสเก่าๆ หลังนี้ ถึงมีคนเป็นเจ้าของกว่า 6,500 ราย!

  ปราสาทโบราณ Château de la Mothe-Chandeniers ในประเทศฝรั่งเศสกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้คนมีสิทธิ์ครอบครองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีการระดมทุนจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในการปลดแอกซื้อปราสาทหลังนี้ ราคาประมาณ 19 ล้านบาท (500,000 ยูโร) ทำให้มีผู้ร่วมช่วยออกทุนให้มาถึง 6,500 คนจากทั่วโลก ปราสาทโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ที่แคว้นแคว้นปัวตู-ชาร็องต์ ทาวตะวันตกของฝรั่งเศส สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 13 ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ถูกบุกรุกและทำลายมาหลายครั้ง กระทั่งในปี 1809 ทายาทเศรษฐีได้ซื้อและซ่อมแซมให้กลับมาหรูหราอีกครั้ง ต่อมาปราสาทหลังนี้ก็ถูกทิ้งร้าง หลังเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ปี 1932     หลังจากเรื่องราวการระดมทุนเพื่อรักษาปราสาทโบราณหลังนี้เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากบรรดาชาวเน็ตทั่วโลก โดยมีการประกาศขอทุนเพียงคนละประมาณ 2,000 บาท เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น กระทั่งในที่สุดก็พบว่ามีชาวเน็ตสนใจช่วยเหลือมากถึง 6,500 ราย ทำให้ได้ทุนประมาณ 19 ล้านบาท มาซื้อและรักษาปราสาทโบราณแห่งนี้ได้สำเร็จ และจะเปิดให้เข้าชมความสวยงามของปราสาทภายในปี 2018 ที่มา – bbc Ma_noshiG – Ma_nosh…

“แฮ็กเกอร์สาว” ที่เก่งและอันตรายที่สุด! จนถูกยกให้เป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการแฮกเกอร์”

Google ให้ความสำคัญอย่างมากกับการรักษาข้อมูลความปลอดภัยให้กับ ลูกค้า หรือ ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นตัวระบบปฏิบัติการ (Operating System : OS) หรือจะเป็น Tools ต่างๆ ในเครือของ Google รวมไปถึงตัว Browser อย่าง Chrome ดังนั้น กูเกิลจึงต้องมี Security Programmer ที่โหดมากๆ เพราะ อาชญากรรมไซเบอร์เป็นภัยที่ร้ายแรงที่สุดใน ศตวรรษที่ 21     และนี่ก็คือ อาวุธลับของ Google ก็คือ Parisa Tabriz ปัจจุบันอายุ 33 ปี เธอถูกยกให้เป็น Security Princess เจ้าหญิงแห่งวงการแฮกเกอร์ ทุกๆวันเธอจะอยู่กับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอีกกว่า 30 คน เพื่อจัดการกับแฮ็กเกอร์ที่จะเข้ามาเจาะฐานข้อมูลของ Google เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเสี่ยงต่อปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลทรัพยากรส่วนบุคคล ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจะค่อยแก้ไขบัค และซ่อมแซมจุดสำคัญต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าแฮ็กเกอร์เข้ามาขโมยข้อมูลได้     “งานของฉันคือทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตปลอดภัยยิ่งขึ้น…

องค์กรลับสุดยอด “MJ 12” ที่คอยปิดบังความลับ และเหตุประหลาดต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลก

  เรื่องนี้ถูกอุบมานานแสนนาน จนกระทั่งเมื่อปี 1995 วุฒิสภาสหรัฐ นำโดยวุฒิสมาชิก สตีฟ ชิฟฟ์ ได้ร้องขอให้มีการตรวจสอบหน่วยงาน Magestic 12 และเสนอแถลงการสู่สาธารณชน ทางหน่วยสอบสวนพิเศษของกองทัพอากาศสหรัฐออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่คนกลุ่มหนึ่งกุขึ้นมาเล่นๆ เท่านั้น เพราะถ้ามันเป็นองค์กรลับจริง ก็ต้องไม่มีคนรู้สิ เออมันก็จริงแหะ เอาเป็นว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับวิจาณญานของเพื่อนๆแต่ละคนละกันครับ ในช่วงปี 1960 ถือว่าเป็นปีที่มี ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวกระพือโหมไปเหมือนไฟลามทุ่ง ร้อนถึงรัฐบาลสหรัฐที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีการถกเถียงกันอยู่เป็นเวลานานว่า หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจริงๆ มนุษย์โลกจะทำอย่างไร? เพราะเราแทบไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะมาดีหรือมาร้าย เพราะในสมัยนั้นข่าว ข้อมูล และรูป UFO ที่ไม่ว่าจะจริงหรือปลอมมีให้เห็นเยอะมาก และแน่นอนครับว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นการตรวจสอบว่าจริงหรือปลอมแทบเป็นไปไม่ได้เลย     ด้วยเหตุนี้เหตุนี้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิดีสหรัฐคนที่ 33 Harry Truman (เฮนรี่ ทรูแมน) ***คนที่อนุมัติให้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่น*** จึงได้จัดตั้งหน่วยงานลับหน่วยงานหนึ่งขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 1947 โดยชื่ออย่างเป็นทางการคือ “Majestic 12” ที่ย่อมาจากชื่อเต็มคือ “Majority Agency for…

หนังสือเล่มนี้ดียังไง? ที่เมื่อ “บิล เกตส์” ได้อ่านแล้ว ถึงกับส่งต่อให้เพื่อนอีกกว่า 50 คน!

เป็นประจำทุกปีที่ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์อย่าง บิล เกตส์ จะออกมาแนะนำหนังสือน่าอ่านที่ตนเองชอบ โดยเฉพาะหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักสนุกสนาน เพราะหลายคนอาจจะคิดว่า บิล เกตส์ น่าจะต้องอ่านหนังสือแนวธุรกิจ หรือการลงทุนต่างๆ แต่หนังสือเล่มนี้กลับกลายเป็น นิยายความรัก! โดยหนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า The Rosie Project ที่ บิล เกตส์ ปลื้มและประทับใจมาก ถึงขนาดที่ว่า สั่งซื้อหนังสือกว่า 50 เล่มเพื่อส่งไปให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่าน และยังเชิญนักเขียนนิยายเล่มนี้มาทานข้าวที่บ้านอีกด้วย     สำหรับเนื้อหาของนิยายเล่มนี้นั้นเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า ดอน ทิลล์แมน นักพันธุกรรมศาสตร์ ที่ไม่มีทักษะในการเข้าสังคมเลยสักนิด ดอนเป็นคนที่ไม่เข้าใจคำพูดเชิงเปรียบเทียบเปรียบเปรย เพราะตัวเขาเองเป็นคนที่พูดตรงในทุกเรื่อง จนบางครั้งดูจะขาดการมีกาลเทศะไปซะหน่อย แต่สิ่งที่ดอนมีและเป็นด้านดีก็คือ ความมีระเบียบ และความรู้ทางด้านวิชาการที่ออกจะโอเวอร์ไปหน่อยแต่ก็ถูกต้อง 100% ด้วยนิสัยส่วนตัวที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้ ดอน ไม่สามารถจะหาคู่ชีวิตได้     ซึ่งตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่ดอน จะต้องมีใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต แต่ด้วยนิสัยเชิงวิชาการของดอนนี่เอง ที่ทำให้เขาคิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นมา ด้วยการให้สาวๆ ที่เขาสนใจทำแบบสอบถาม และใครที่ทำแบบสอบถามได้คะแนนมากที่สุด คนนั้นแหละจะเป็นคู่ชีวิตของดอน แต่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะสาวที่เข้ามาทำความรู้จักกับเขา…

เปิดตำนาน “เผ่านักรบหญิง แห่ง อเมซอน” สุดยอดนักรบ ต้นแบบ Wonder Woman

ถ้าจะให้นิยามถึงชาว อเมซอน ซึ่งเป็นต้นแบบของ วันเดอร์วูแมน (Wonder Woman) หนึ่งใน Superhero ของทาง DC แบบสั้นๆ กระชับที่สุด คงเหมือนเอาชาวสปาร์ตัน ที่ทุกคนเคยเห็นในเรื่อง 300 มาสลับบทบาทระหว่างเพศชายกับเพศหญิงกันนั่นแหละ แถมสนุกเร้าใจไม่แพ้กันด้วย     เผ่าอเมซอน เป็นตำนานเล่าขานกันในหมู่ชาวกรีกโบราณมายาวนาน ว่าเป็นเผ่านักรบหญิงที่มีพละกำลัง และทักษะการรบที่เก่งกาจไม่แพ้ผู้ชาย บ้างก็บอกว่าเก่งกว่าแต่ก็น่าจะจริงเพราะดูแล้วพวกเธอแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามาก จากบันทึกได้เผยว่า นักรบหญิงอเมซอน มีส่วนร่วมอยู่ในประวัติศาสตร์การรบของชาวกรีกอยู่บ่อยครั้ง เช่น ยุคมหาสงครามกรุงทรอยก็เคยประมือกับวีรบุรุษอคีลิสมาแล้ว หรือแม้แต่ในตำนานของจอมพลัง เฮอร์คิวลีส เองก็มีเรื่องราวของชาวอเมซอนรวมอยู่ด้วย ตามประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่านักรบหญิงอเมซอนถูกฝึกตั้งแต่ยังแบเบาะ กล่าวคือนับตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเธอลืมตาตื่นขึ้นมาก็จะได้รับการฝึกให้ชินกับความยากลำบาก พวกเธอไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งดื่มนมแม่ โตขึ้นมาก็ถูกฝึกเป็นนักรบ นักรบหญิงอเมซอนไม่มีความคิดเรื่องการแต่งงานหรือครองเรือน เว้นเสียแต่จะทำเพื่อสืบเผ่าพันธุ์เท่านั้น     การเมืองการปกครองของอเมซอนที่เพศหญิงเป็นใหญ่ที่สุด ผู้หญิง ทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่งานบ้านจนถึงการศึก เมื่อถึงเวลาต้องการสืบเผ่าพันธุ์ก็ต้องออกไปหาบุรุษเพศจากต่างเผ่า แถมยังเชื่อกันด้วยว่าหากได้ลูกชายก็จะฆ่าทิ้งเสีย ไม่ก็ทำให้พิการจะได้ออกรบไม่ได้ รวมถึงเรื่องที่ว่าชาวอเมซอนจะต้องตัดเต้านมออกข้างหนึ่งเพื่อจะได้ไม่เกะกะเวลาง้างธนู หรือขว้างหอกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะจริงสักเท่าไหร่ เพราะในภาพวาดโบราณก็ไม่เคยมีอะไรแบบนั้นถูกบันทึกไว้เลย ถ้าจะใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะแค่ชุดออกรบของพวกเธอ ที่จะสวมเสื้อหนังสัตว์แบบเปลือยไหล่หนึ่งข้าง เพื่อความถนัดในการออกรบนั่นเอง (เอาจริงๆ ตอนจะรบกันคงไม่มีใครมีอารมณ์มานั่งส่องสาวหรอกเนาะ)…