The Rock เอาจริง! เตรียมลงเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2024

  Dwayne Johnson (ดเวย์น จอห์นสัน) หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ The Rock (เดอะร็อค) อดีตนักมวยปล้ำที่ผันตัวสู่วงการฮอลลีวูด ที่ชีวิตนี้ดูเหมือนจะหันไปทำอะไรก็ดูเหมือนจะรุ่งไปสะหมด ล่าสุดได้มีข่าวลือออกมาหนาหูว่า เจ้าตัวจะลงสมัครเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เดอะร็อคได้ให้สัมภาษณ์กับ Variety เอาไว้ว่า ความคิดที่จะสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ได้เกิดมาจากความตั้งใจของตัวเขาเอง แต่เกิดมาจากการที่มีคนกลุ่มหนึ่งบอกให้เขาลองไปลงสมัครเลือกตั้งอย่างจริงจังแล้วยังบอกอีกว่าถ้าเขาได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจริง ๆ จะเป็นอะไรที่ดีมาก และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการเริ่มหันมาสนใจฟังและศึกษาข่าวการเมืองอย่างเอาจริงเอาจังในตอนนี้เพราะตัวเขานั้นรับฟังความเห็นจากคนอื่นเสมอ     อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเดอะร็อคจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจแค่ไหน แต่ด้วยคิวงานที่แน่นเอี๊ยดยาวไปจนถึงปี 2021 ก็ต้องรอไปลงสมัครอีกทีในปี 2024 โดยก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวออกมาว่า เดอะร็อคอาจจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 2020 โดยบอกว่า เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยเหลือประชาชน แต่ความตั้งใจนี้ก็ต้องถูกเลื่อนออกไปตามข้อมูลข้างต้น เดอะร็อคสืบสายเลือดมาจากบรรพบุรุษที่เคยตกเป็นทาสและต่อสู้เพื่ออิสรภาพ เขาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแคนาดาและซามัว เคยเป็นนักอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัยในไมอามี่ จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ก่อนถูกชักนำเข้าสู่วงการมวยปล้ำอาชีพ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จากนั้น เขาได้เข้าสู่วงการบันเทิงและขึ้นทำเนียบนักแสดงค่าตัวสูงที่สุดของฮอลลีวู้ด และยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารพีเพิล ให้เป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ ประจำปี 2016 อีกด้วย Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้…

แม่อำมหิต! โกหกหมอว่าลูกป่วย พาเข้ารพ. 300 แห่ง ผ่า 13 ครั้ง รวยอื้อจากเงินบริจาค

  เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2017 เว็บไซต์ The Sun ได้รายงานข่าวของ Kaylene Bowen (อาศัยอยู่ที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 34 ปี ถูกเข้าจับกุม หลังพา Christopher ลูกชายวัย 8 ขวบ เข้าโรงพยาบาลกว่า 323 แห่ง โดยเธอโกหกหมอว่า ลูกชายของเธอนั้นแพ้นมอย่างหนักและจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายปอดจากผลข้างเคียงของอาการดังกล่าว นอกจากนี้ เธอยังได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊คของเธอ โดยระบุว่า ลูกชายของเธอนั้นเป็น มะเร็งระยะสุดท้าย และได้เปิดรับบริจาคเงินโดยอ้างว่าเป็นทุนสำหรับค่ารักษาพยาบาลของหนูน้อย Christopher ที่สถานพยาบาลเด็ก นั่นทำให้เธอได้รับเงินจากการบริจาคมากกว่า 150,000 ดอลล่าห์สหรัฐ ประมาณ 4,800,000 บาท และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำ เพราะเธอทำพฤติกรรมเช่นนี้ตั้งแต่ที่ลูกของเธอพึ่งคลอดออกมาได้เพียง 8 วันเท่านั้น WTF! เหี้ยมไปไหนเนี่ย     จากการที่เธอโกหกมาทั้งหมด ทำให้เด็กชายต้องผ่านการผ่าตัดหลายครั้งโดยไม่มีความจำเป็น และต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือหลายอย่างเหมือนคนพิการ เช่น ท่ออาหาร…

คฤหาสน์โดดเดี่ยวบนเกาะร้าง ที่ถูกสร้างขึ้นใน WW2 ราคาสูงถึง 1.2 พันล้านบาท!

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คฤหาสน์หลังเก่าที่ปล่อยรกร้างบนเกาะแห่งหนึ่งที่ประกอบไปด้วยหาดทรายขาว 14 แห่ง ประกาศขายในราคาราวๆ 1.2 พันล้านบาท กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ทีได้รับความสนใจจากหมู่คนมีฐานะ เพราะจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ทั้งเกาะแห่งนี้ ภาพคฤหาสน์เก่าแก่ที่สร้างเอาไว้ตั้งแต่ปี 1938 ถูกปล่อยทิ้งรกร้างเอาไว้กลางเกาะแห่งหนึ่งในประเทศบาร์เบโดส ทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยต้นปาล์มและวัชพืช หลังจากที่ไม่มีใครอยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเพียงคฤหาสน์หลังนี้เพียงหลังเดียวเท่านั้น     เกาะที่มีพื้นที่รอบๆ 7,000 ตารางฟุต พร้อมกับแหล่งน้ำจืด 3 แห่งที่เพียงพอต่อการบริโภคอุปโภค แต่บนเกาะแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ภูมิทัศน์ที่เงียบสงบและสภาพอากาศเหมาะแก่การพักผ่อน ทำให้คฤหาสน์หลังนี้และเกาะทั้งเกาะถูกตั้งราคาขายเอาไว้ที่ 39 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 1.2 พันล้านบาท     ตามรายงานระบุว่า เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า Darby island โดยมีเจ้าของคือ Sir Guy Baxter (ลองหาข้อมูลดูแล้ว เค้าบอกว่าต้องไปหาเอาตามห้องสมุดบนโลกออนไลน์ไม่มีข้อมูลของเซอร์ท่านนี้) แต่มีบันทึกเอาไว้ว่า ท่านเซอร์ ได้รับเกาะแห่งนี้มาจาก กษัตริย์ George แห่งอังกฤษ อาจจะเป็นเพราะความตื่นเต้นที่ได้เห็นความสวยของทะเลแคริบเบียน ท่านเซอร์จึงสั่งให้ปลูกต้นปาล์มบนเกาะนี้กว่า 20,000 ต้น…

คุณพ่อเกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น ท้าแฟนหนุ่มของลูก ให้ดวลเกม ถ้าแพ้ก็ไม่เหมาะสมที่จะคบกัน!

  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจาก Twitter ของคุณพ่อชาวญีปุ่น – @buppa_stone ที่ได้มาพบกับแฟนหนุ่มของลูกสาววัยมัธยมเป็นครั้งแรก โดยเขาได้ทวีตว่า “ลูกสาวของผมพาแฟนของเธอมาเที่ยวที่บ้านเพื่อแนะนำให้เราได้รู้จัก” หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้อยู่สักพัก ก็ทำให้ได้รู้ว่าผมและเขามีอะไรเหมือนกัน นั่นก็คือเราชอบเล่นเกมต่อสู้ Guilty Gear เหมือนกัน โดยพ่อหนุ่มคนนี้โม้อยู่พักใหญ่เลยหล่ะว่าเก่งกาจอย่างนู้นอย่างนี้ ผมเองก็อยากจะลองสักหน่อย เราสองคนเลยตกลงดวลกันในเกม ที่บ้านของผมสะเลย     2 ชั่วโมงต่อมา สรุปผลการแข่งขันคือ คุณพ่อเป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 10-6 เกม “ผมเล่นเกมนี้ตั้งแต่ภาคแรก ไม่มีทางที่เด็กมัธยมจะมาเอาชนะเขาได้” และที่สำคัญ “ผมเอาชนะเขาได้ เขาไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นแฟนของลูกสาวของผม” – นี่ขนาดผมเล่นเกมได้แย่ที่สุดในบ้านแล้วนะ เด็กหนุ่มคนนี้ยังเอาชนะผมไม่ได้เลย เขาไม่ควรที่จะได้เข้ามาในบ้านของเราอีก” ต่อมา คุณพ่อได้ทวิตอีกว่า – “ดูเหมือนทุกคนในบ้านจะไม่ชอบที่ผมทำแบบนี้ ไม่มีใครยอมทำข้าวเย็นให้ผมกิน พร้อมทั้งถูกไล่ออกมาจากบ้าน จนต้องออกไปหาข้าวปั้นกินเอง และแม้สุดท้ายเขาจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปที่บ้านอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีคนเตรียมข้าวเย็นให้ผมอยู่ดี” ที่มา – theverge , esuteru Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19…

ปรากฏการณ์ประหลาดที่เปรู จู่ๆชาวบ้านร่วมร้อยก็ล้มป่วย หลังมุงดู “อุกกาบาต” ที่เพิ่งตก!

19 กันยายน 2550 ได้เกิดเหตุอุกกาบาตตกสู่พื้นผิวโลก ณ เมืองคารานคัส ประเทศเปรู กว้าง 66 ฟุต ลึก 16 ฟุต นี่อาจจะเป็นเหตุการณ์อุกกาบาตตกธรรมดาๆ แต่แน่นอนครับว่าถ้ามันธรรมดาแล้วผมจะเขียนทำไม และสิ่งที่ทำให้มันไม่ธรรมดาก็คือ หลังจากที่อุกกาบาตตก ชาวบ้านเปรูมุงก็ได้วิ่งกรูเข้าไปดูว่า “เฮ้ย! เฮ้ย! เกิดไรขึ้น? รูเบอเริ่มเลย!” จากนั้นชาวบ้านเปรูมุงร่วม 200 คนเหล่านั้นก็ล้มป่วยพร้อมกัน ปวดหัว คลื่นไส้ และหายใจลำบาก     โดยชาวบ้านคิดว่า พวกตนนั้นป่วยเพราะได้รับไอสารพิษที่เกิดขึ้นในหลุมอุกกาบาตทำให้พวกเขาเจ็บป่วย เพราะในช่วงอุกกาบาตกระทบพื้นเกิดความร้อนและเกิดกลุ่มควันขึ้นนานถึง 10 นาที ที่ส่งกลิ่นเหม็นแปลกๆ รอบบริเวณอีกราว 1 ชั่วโมง ชาวบ้านคิดว่าพวกเขาน่าจะสูดดม ซัลเฟอร์ เข้าไปเต็มๆ บางคนก็บอกว่าอาถรรพ์อะไรทำนองนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เพื่อรักษาอาการเบื้องต้น และหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วย โดยขั้นแรกสันนิษฐานว่าอาจมาจากซัลเฟอร์และอาร์เซนิกหรือสารหนูในช่วงที่อุกกาบาตตกลงมา เมื่อทำการตรวจสอบแหล่งน้ำและพื้นดินรอบๆ กลับไม่พบร่องรอยของการปนเปื้อนใดๆ บริเวณรอบหลุ่มอุกกาบาตเลยแม้แต่น้อย     นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่า ปรากฏการณ์ประหลาดที่เปรูนี้ น่าจะเกิดจาก อุปาทานหมู่ …

สธ.แนะอย่าเชื่อ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ช่วยเลิกบุหรี่ / ด้านอังกฤษให้ถูกกม.เพราะช่วยเลิกได้จริง

  เมื่วันที่ 13 ธันวาคม 2560) โฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นไทย ด้วยเหตุเพราะรูปลักษณ์ ค่านิยมและองค์ประกอบที่ดึงดูดใจให้วัยรุ่นหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า บางส่วนให้เหตุผลว่าตัดสินใจหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบ เพราะเชื่อคำโฆษณาเชิญชวนตามสื่อออนไลน์ว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเลิกบุหรี่ได้ ทางกรมควบคุมโรคขอให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อสรุปทางการแพทย์ที่ชี้ชัดว่าสินค้าที่ผู้ขายเรียกว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้านั้น เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย ตัดสินใจซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาทดลองสูบและเสพติดในที่สุด ที่สำคัญในบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารพิษโดยเฉพาะสารเสพติดอย่างนิโคติน และสารกลุ่มโลหะหนักต่างๆ เช่น โครเมี่ยม นิเคิล และฟอร์มาลดีไฮด์ หรือยาดองศพ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระดับที่สูงหรือมากกว่าบุหรี่ทั่วไป ซึ่งมีอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ที่สำคัญ สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า หรือขายในประเทศไทย   ด้านอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2558 สาธารณสุขอังกฤษ (หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขสหราชอาณาจักร) ได้เผยว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่แบบปกติมาก โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้าสามารถลดการสูบบุหรี่ปกติและอันตรายน้อยกว่า ถึง 95% จึงมีการส่งเสริมให้ภาคสาธารณสุขได้ให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้านั้นได้รับอนุญาตให้วางขายในประเทศอังกฤษมาตั้งแต่ปี 2007 หลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมเรื่อยมา โดยปัจจุบันนั้นมีคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 3 ล้านคนในประเทศอังกฤษ จนกลายมาเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตเพื่อใช้ในการเลิกบุหรี่แทนหมากฝรั่งและแผ่นแปะนิโคติน ผลการศึกษาก็พบว่า ‘บุหรี่ไฟฟ้า’…

สื่อเกาหลีเหนือ ประโคมข่าว ‘คิมจองอึน’ สามารถ ‘ควบคุมสภาพอากาศ’ ได้ดั่งใจนึก!

  เกาหลีเหนือเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของผู้นำตระกูลคิมมาตลอดตั้งแต่อดีต และคำกล่าวอ้างล่าสุดคือ คิม จอง-อึน ผู้นำคนล่าสุด สามารถควบคุมสภาพอากาศได้… เมื่อ 11 ธ.ค. สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ สื่อกระบอกเสียงของเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพถ่าย คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของพวกเขา ยืนยิ้มอยู่บนยอดเขา ‘เพ็กตู’ ภูเขาไฟซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนเกาหลีเหนือและจีน พร้อมกับรายงานว่า ผู้นำซึ่งโดดเด่นหาใดเปรียบผู้นี้ สามารถควบคุมธรรมชาติได้     เคซีเอ็นเออ้างว่า ตามปกติแล้วภูเขาสูง 9,000 ฟุตลูกนี้จะมีพายุรุนแรงในช่วงเดือนธ.ค. แต่ระหว่างที่ผู้นำคิมเดินทางถึงยอดเขา อากาศกลับดีอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชัดเจนว่าภูเขากำลังแสดงความเคารพต่อคิม ชายผู้สามารถควบคุมธรรมชาติได้ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้นำคิมทำให้ดวงอาทิตย์สาดส่องในวันที่ควรจะมืดครึ้มในฤดูหนาว ทั้งนี้ สื่อเกาหลีเหนือมักเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อเพื่อยกย่องผู้นำของตัวเอง ก่อนหน้านี้พวกเขาก็อ้างว่า คิม จอง-อึน และทีมนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นสูตรยาปาฏิหาริย์ที่สามารถรักษาในสารพัดโรครวมทั้ง เอดส์และมะเร็ง นอกจากนี้ยังอ้างด้วยว่า ขับรถเป็นตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เป็นผู้ค้นพบรังของม้ายูนิคอร์นในตำนานอีกด้วย แถม – เพื่อนเก่าที่สวิสยืนกรานว่า สมัยเรียนมัธยมที่สวิตเซอร์แลนด์ คิมน้อยไม่เอาถ่านเรื่องการเรียน สอบตกวิทยาศาสตร์ และผ่านมาแบบเฉียดฉิวทั้งวิชาเลข,…

ทหารผู้ซ่อนตัวอยู่ในป่ากว่า 30 ปี เพราะไม่เชื่อว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 รบกันเสร็จแล้วจริงๆ!

  ฮิโรโอะ โอโนดะ เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ปี 2465 ที่เมืองวากายามะ ทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น ต่อมาในปี 2487 นายโอโนดะ ถูกส่งไปประจำการที่เกาะลูบาง ทางตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อสอดแนมกองทัพของสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลก กองกำลังทั้งหมดได้ถอนตัวออกจากพื้นที่และยอมแพ้ให้สหรัฐอเมริกา แต่นายโอโนดะและลูกน้องจำนวนหนึ่งได้หนีเข้าไปหลบอยู่ในป่า และไม่เชื่อว่าสงครามโลกได้จบลงแล้ว เขาใช้ชีวิตอยู่ในป่านานถึง 29 ปี ด้วยการอาศัยของป่าและปล้นเอาจากชาวนาในท้องที่ หลังจากสูญเสียลูกน้องที่ติดตามไปทีละคน นายโอโนดะก็ถูกเกลี้ยกล่อมให้ออกจากป่าได้สำเร็จในปี 2517 และผู้บังคับบัญชาของเขาก็บอกกับเขาว่าภารกิจทางทหารของเขาได้เสร็จสิ้นแล้ว     โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการโปรยใบปลิวทางอากาศและอีกสารพัดวิธีที่จะบอกความจริงกับเขาว่ากองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามล้วนไม่ประสบผลสำเร็จ โอโนดะ เป็นหนึ่งในทหารญี่ปุ่นหลายสิบคนทั่วเอเชียที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ซึ่งคนเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและซื่อสัตย์อย่างเหลือเชื่อที่จะต่อสู้เพื่อความเกรียงไกรขององค์พระจักรพรรดิ เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นไว้ว่า ทหารญี่ปุ่นทุกคนที่ออกรบนั้นทำใจอยู่แล้วว่าจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในสนามรบ แต่เขาถูกออกคำสั่งให้ทำภารกิจรบแบบกองโจรและจะตายไม่ได้ ส่วนเหตุผลที่เขาไม่ยอมวางอาวุธก่อนหน้านั้นเพราะคิดว่าการโน้มน้าวทั้งหมดเป็นฝีมือของรัฐบาลหุ่นเชิดในโตเกียวที่สหรัฐฯแต่งตั้งขึ้น     นายโอโนดะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นและได้รับการต้อนรับราวกับวีรบุรุษ ในขณะที่ชาวฟิลิปปินส์กำลังโกรธแค้น และกล่าวหาว่านายโอโนดะได้คร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์หลายคนระหว่างที่กบดานอยู่ในป่า แม้รัฐบาลของฟิลิปปินส์จะไม่ถือโทษเอาความ แต่บรรดาญาติมิตรของผู้เสียชีวิตยังคงเรียกร้องให้นายโอโนดะชดใช้กับสิ่งที่เขาทำ หลังกลับญี่ปุ่นได้ไม่นาน นายโอโนดะ ได้เดินทางไปอาศัยอยู่ที่ประเทศบราซิลในปี 2518 และทำธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ที่นั่น เขากล่าวว่าทิศทางและทัศนคติของประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนไปมากหลังจากพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และแนวความคิดเหล่านั้นขัดแย้งกับความเชื่อของเขา เขาจึงได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่ประเทศบราซิล…

ผู้เชี่ยวชาญด้านสายลับ – “สายลับตัวจริง กับ สายลับในหนัง มันแตกต่างกันโคตรๆ!”

ดร.วินซ์ ฮอก์ตัน (Dr. Vince Houghton) ผู้ศึกษาและเชี่ยวชาญด้านสายลับทั่วโลกและยังเป้นนักประวัติศาสตร์ประจำพิพิธภัณฑ์ International Spy Museum (พิพิธภัณฑ์สายลับ สถานที่ที่ใช้เก็บรวบรวมเรื่องราวน่าทึ่งของสายลับในชีวิตจริงเอาไว้) ได้ออกมาบอกว่า จริงๆ สายลับที่จะถูกส่งลงภาคสนามนั้นไม่จำเป็นต้องหล่อระดับ เจมส์ บอนด์ หรือ อีธาน ฮันต์ แต่จะเลือกใช้คนที่มีหนังหน้าเข้ากับสถานการณ์และภารกิจที่ทำ การที่จะมานั่งปลอมตัวใส่หน้ากากนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะมันยุ่งยาก อย่างเช่นสายลับที่ส่งไปตะวันออกกลางแล้วใช้สายลับหน้าหล่อประหนึ่ง เพียซ บรอสแนน มันก็เสี่ยงต่อการโดนจับ     ดร.วินซ์ จึงกล่าวติดตลกว่า 007 เป็นสายลับที่แย่มาก แต่กลับกลายเป็นต้นแบบให้สายลับในอุดมคติของคนไปเฉยเลย เขาไม่ค่อยปลอมตัว ชอบโชว์ออฟ ชอบใช้เซ็กส์ในการทำงาน ชอบขับรถเด่นเป็นจุดเตะตาของผู้คนรวมถึงผู้ร้าย 007 คือสายลับที่ห่วย และถ้าสายลับจริงๆ ทำตัวเหมือนเขา อายุไม่ยืนแน่นอน แร๊ง!!!     จริงๆ สายลับรูปหล่อก็มีเยอะแยะ หรือรถหรูๆ ก็มีให้ใช้ในกรณีที่ต้องแฝงตัวไปในสังคมชั้นสูง แต่กฏเหล็กคือห้ามใช้เซ็กส์เป็นตัวล่อ เพราะนั่นคือวิถีของสายลับหญิงจากโซเวียตนิยมใช้กัน แต่พวก CIA ไม่นิยมทำ ทุกภารกิจต้องเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้…

“แมคเกรเกอร์” งานเข้า เผลอไปกระทืบแก๊ง “มาเฟียไอริช” จนถูกตั้งค่าหัว 30 ล้าน!

  Conor McGregor (คอเนอร์ แมคเกรเกอร์) นักชกมากฝีมือชาวไอริช อายุ 29 ปี ที่พึ่งรับเงินไปราวๆ 100 ล้านดอลลาร์ จากการขึ้นชกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเทอร์ จูเนียร์ ดูเหมือนกับว่าชีวิตของแมคเกรเกอร์ตอนนี้ จะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบไม่น่ามีปัญหาเข้ามากวนใจแล้ว เพราะตัวเขานั้นก็ผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยเลย แต่ด้วยความเลือดร้อนบวกกับความเป็นไอริชขนานแท้ ทำให้แมคเกรเกอร์ต้องพบเจอปัญหาอีกครั้ง ซึ่งปัญหาในครั้งนี้อาจส่งผลต่อความเป็นความตายของเขาเลยก็ได้ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ได้มีข่าวลือออกมาหนาหูว่า นักชกดาวรุ่งชาวไอริชคนหนึ่ง มีเรื่องชกต่อยกับคนในผับ (3 ลุม 1 ฝ่ายนักชกมี 1) ณ เมืองดับลิน ประเทศไอแลนด์ เรื่องนี้อาจจะจบได้โดยง่ายถ้าคู่กรณีของนักชกคนดังไม่ใช่พ่อของหัวหน้าแก๊ง ค้ายาชื่อดัง Kinahan Cartel หนึ่งในแก๊งที่น่ากลัวที่สุดในประเทศ ว่ากันว่าแก๊งนี้เมื่อสั่งเก็บแล้วงานก็มักจะสำเร็จเสมอ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะจริง เพราะจากคำสัมภาษณ์ของ ผู้จัดการที่พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบในเรื่องนี้ และ แมคเกรเกอร์ก็ยังคงกวรโอ้ยกับเรื่องนี้ ทั้งในตอนที่ให้สัมภาษณ์ และตอนที่ลงรูปพร้อมแคปชั่นกวนๆ สำนักข่าว Irish Sun ได้รายงานว่า ทางแก๊งได้เรียกร้องเงินค่าทำขวัญกับแมคเกรเกอร์กว่า $1…