ช็อก! เด็ก 16 ฆ่าครอบครัวตัวเอง 4 ศพก่อนขึ้นปีใหม่! (คล้ายคดีฆาตกรรมในบ้านผีสิง อมิตี้วิลล์)

  เด็กชาวสหรัฐฯ วัย 16 ปี ใช้ปืนกลกึ่งอัตโนมัติยิงสังหารครอบครัวตัวเองรวมทั้ง พี่สาวของตัวเอง รวม 4 ศพ ในคืนก่อนวันขึ้นปีใหม่… สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสกอตต์ โคโลกี ตกเป็นผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติสังหาร – นายสตีเวน บิดาวัย 44 ปี – นางลินดา มารดาวัย 42 ปี – บริตทานี พี่สาววัย 18 ปี – นางแมรี ชูลท์ซ หญิงวัย 70 ที่บ้านของพวกเขาในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่ปี 2017 จะสิ้นสุดลง ภายในบ้านหลังนี้ยังมีผู้อาศัยอีก 2 คน คือ เอเดรียน ซึ่งเป็นปู่ของสกอตต์ และ สตีเวน จูเนียร์ ลูกชายคนโต ซึ่งทั้งคู่สามารถหลบหนีออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ตำรวจได้รับการโทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายในเวลาประมาณ 23.43 น. ของวันอาทิตย์ที่…

สงสัยดูหนังเยอะเกิน! แฮกเกอร์หนุ่มพลาดท่า โดนจับหลังแฮกเรือนจำ ช่วยเพื่อนพ้นคุก

  นาย Konrad Voits อายุ 27 ปี ชาว Michigan มีความผิดฐานแฮกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของเรือนจำ Washtenaw County Jail เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้เพื่อนของเขาพ้นโทษเร็วขึ้น จากรายงานบอกว่านาย Voits ใช้วิธีการส่งอีเมล์ปลอม (Phishing) และโทรศัพท์เพื่อหลอกให้พนักงานในเรือนจำ Washtenaw ดาวน์โหลดและเริ่มทำงานมัลแวร์ นาย Voits ใช้ชื่อปลอมว่า “Daniel Greene” และเรียกร้องความช่วยเหลือเกี่ยวกับหมายศาล และยังสร้างโดเมน “ewashtenavv.org” ซึ่งใกล้เคียงกับเว็บไซต์ “ewashtenaw.org” ของเรือนจำ แต่หลังจากที่ล้มเหลวจากการส่งอีเมล์เข้าไป เขาก็เปลี่ยนวิธีเป็นใช้การโทรศัพท์โทรหาพนักงานแทนโดยใช้ชื่อคนในองค์กร “T.L” และ “A.B” ซึ่งมีอยู่จริงในเรือนจำแห่งนี้ เพื่อขอให้พนักงานดาวน์โหลดและติดตั้งไฟล์ที่บอกว่าเป็น “อัพเกรดของระบบเรือนจำ”     แผนการโทรศัพท์ครั้งนี้สำเร็จ นั่นคือติดตั้งมัลแวร์ลงบนระบบของเรือนจำสำเร็จ มัลแวร์ตัวดังกล่าวอนุญาตให้นาย Voits สามารถควบคุมเครือข่ายของเรือนจำได้ อย่างเช่นระบบ XJail ที่ใช้ติดตามและสังเกตการณ์ผู้ต้องขัง บันทึกต่างๆ และข้อมูลส่วนตัวของพนักงานในเรือนจำ มากกว่า 1,600 ราย…

รวม 5 สุดยอดเหตุการณ์ ของคนที่ทำอะไรโคตรเพี้ยนตอนเมา ประจำปี 2017

1.เมาหนักแต่อยากได้แว่น คุณลุงท่านหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ได้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน จนเมาหนักมาก แล้วขอร้องให้ช่างสัก สักแว่นตาเรย์แบนให้เขา พอตื่นมาคุณลุงก็จำอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับรอยสักนี้ จนนานๆเข้าเริ่มมีแต่คนทัก คุณลุงทนไม่ไหวจึงต้องไปใช้บริการเลเซอร์ลบรอยสัก จนคุณหมอพูดว่า – “ฉันไม่เคยเจอรอยสักอะไรแย่เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่ฉันก็จะช่วยเหลือคุณลุงอย่างเต็มที่”   2.นักวาร์ปชาวโรมาเนีย มิไฮ ดานซิว หนุ่มว่างงานชาวโรมาเนียเมาหนักข้ามประเทศ ท้าพนันดวลเหล้ากับเพื่อน บอกจะหางานทำได้แน่ ๆ ก่อนตื่นมาอีกที ไปโผล่อยู่อังกฤษ ไกลจากบ้านถึง 2,700 กิโลเมตร มิไฮตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่า ตัวเองนอนอยู่ในสนามหญ้าของตึกแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงลอนดอน โดยเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อพบว่าผู้คนรอบตัวสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษ โดยในขณะที่อยู่ระหว่างการฟื้นคืนสติ มิไฮได้ถูกพาตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาลวิปส์ ครอส ในกรุงลอนดอน ซึ่งโชคดีที่มีเอดินา คอสตาซ พยาบาลสาวชาวโรมาเนีย ทำงานอยู่ที่นั่น และเธอได้ยืนยันว่า เขาอยู่ที่อังกฤษจริง ๆ อย่างไรก็ดี จากการตั้งข้อสงสัยระบุว่า การที่เขาเมามากเช่นนั้นไม่น่าจะได้รับการอนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่องบิน ดังนั้นการเดินทางโดยรสบัสโดยสารอาจจะมีความเป็นไปได้ โดยเขาจะได้รับความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ในการพาตัวเดินทางกลับประเทศโรมาเนีย   3.เฮ้! เดนมาร์ก ขอยืมกรีนแลนด์หน่อยสิ โจ หนุ่มนักดื่มวัย 23…

ย้อนดูเหตุการณ์รถติดมหาโหด ที่อินโดฯนานถึง 3 วัน จนคนเหนื่อยตายคารถกว่า 12 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ถึง 5 กรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนนจากกรุงจาการ์ตา มายังเทกัล ในเมืองเบรเบส ตะวันออก เขตขวากลาง ในประเทศอินโดนีเซีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 18 ราย ส่วนใหญ่ตายเพราะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า บวกกับความเครียด และอากาศร้อนบนท้องถนนระหว่างรถติดนานกว่า 72 ชั่วโมง และอีกรายคือเด็ก 1 ขวบ ที่ตายเพราะพิษควัน     ทางกระทรวงสาธารณสุขยังชี้ด้วยว่าการใช้เครื่องปรับอากาศอาจเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเนื้อที่แคบๆ ของห้องโดยสารรถยนต์ เหนื่อยตาย 12 ศพ และ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอีก 5 ศพ ครอบคลุมระยะทาง 20 กิโลเมตรในอินโดนีเซีย ที่ทำให้ประชาชนหลายพันคนที่กำลังออกเดินทางไปฉลองอีดิ้ลฟิตรี ต้องติดแหง็กโดยสิ้นเชิงอยู่บนท้องถนน     ส่วนสาเหตุที่รถติด เกิดจากทุกๆวันที่ 5 ก.ค. เป็นช่วงเทศกาลวันวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันออกเดือนถือศีลอด รอมฎอน เนื่องจากชาวอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม พากันขับรถออกมาท่องเที่ยวพักผ่อน…

ผู้บริหารเว็บซื้อขาย “Bitcoin” ถูกลักพาตัว โจรวางแผนมาดีเรียกค่าไถ่เป็น บิทคอยน์

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2017 พาเวล เลินเนอร์ (Pavel Lerner) ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี Blockchain และเป็นเจ้าของผู้ให้บริการซื้อขาย Cryptocurrency (เหรียญเช่น bitcoin หรือ ripple) ชื่อเว็บไซต์ Exmo ถูกลักพาตัวในยูเครน แต่สุดท้ายก็ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ     ชื่อเว็บไซต์ EXMO สถาบันทางการเงินในอังกฤษที่รับแลกเปลี่ยนสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นเงินจริง โดยกลุ่มคนร้ายได้รับเงินค่าไถ่ไปมากถึง 32 ล้านบาท โดยจ่ายเป็นสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ “บิทคอยน์” (Bitcoin)     รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของยูเครน กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกในยูเครนที่คนร้ายเรียกค่าไถ่เป็นเงินบิทคอยน์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการยืนยันว่าใครเป็นผู้จ่ายเงินค่าไถ่ครั้งนี้ อีกทั้งยังไม่ทราบเหตุผลของการลักพาตัว เพราะหน้าที่ของนายเลินเนอร์ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลทรัพย์สินของบุคคลใด ทว่าแม้สภาพร่างกายของนายเลินเนอร์ จะไม่ได้รับอันตราย แต่สภาพจิตใจยังมีความเครียด เขาจึงยังไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า ข่าวการปล่อยตัวนายเลินเนอร์อาจเชื่อมโยงกับความเสียหายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับความพยายามในการควบคุมการเก็งกำไรบิทคอยน์ รวมถึงเงินตราอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายสกุล ที่ในปีนี้มูลค่าเพิ่มขึ้นมากหากตีราคาเป็นสกุลเงินจริง     ขณะที่เว็บไซต์ Strana.ua ซึ่งเป็นสำนักข่าวท้องถิ่นในยูเครน ระบุว่า คนร้าย…

เจาะลึกเรื่องราว ของอาชีพที่น่าสงสารที่สุดในประวัติศาสตร์โลก “ขันที”

  หากจะสืบย้อนกลับไปว่าขันทีเกิดขึ้นในสมัยไหน อาจจะต้องย้อนเวลาไปเป็น 2000 ปีกันเลยทีเดียว ขันทีนั้นไม่ได้มีเฉพาะประเทศจีน ในแถบยุโรบก็มีขันที ประเทศอื่นๆก็มีขันทีเช่นกัน แต่ที่จะนำเสนอในวันนี้ คือขันทีจีน ในวัฒนธรรมตะวันตก เรียกขันทีว่า ยูนุก (Eunuch) ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษากรีกคำว่า ยูโนคอส (eunouchos) แปลว่าผู้ดูแลรักษาเตียง ขันทีนั้นอยู่ในพระราชวังฝ่ายใน มีชีวิตที่ดีกว่าตอนอยู่นอกรั้ววัง แต่ใครจะรู้ก่อนจะมายืนอยู่จุดนั้น เข้าเจออไรมาบ้าง…     ขันที หรือ ไท่เจี้ยน คือชื่อที่ใช้เรียก ชายที่ถูกตอน ทำงานหลายอย่างที่สตรีเพศทำไม่ได้ ในพระราชวังในจีนมีหน้าที่ควบคุมนางในฝ่ายพระราชฐาน และบางครั้งจะขับลำนำถวายฮ่องเต้ก่อน เข้าที่บรรทม นอกจากเรื่องทางโลกแล้ว ขันทียังมีหน้าที่เป็นคณะที่ปรึกษาให้กับฮ่องเต้ในการปกครองบ้านเมือง ซึ่งในบางยุคสมัยก็เป็นเพราะขันทีที่เอาแต่ปรนเปรอฮ่องเต้จนบ้านเมืองอ่อนแอ ไร้เสถียรภาพจนนำมาสู่การล่มสลายของบ้านเมือง เช่น ยุคสามก๊ก หรือ ปลายราชวงศ์หมิง หรือ ปลายราชวงศ์ชิง เป็นต้น เนื่องจากในสมัยจีนโบราณนั้น มีการแบ่งฐานะทางการเงินไว้อย่างชัดเจน ใครรวยก็มีชีวิตดี ใครปานกลางก็พอถูไถ แต่ถ้าใครจนก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง นั่นจึงทำให้พ่อแม่ผู้ยากจนต้องส่งลูกชายไม่ก็ลูกสาวขายให้กับวัง เพื่อไปเป็นข้ารับใช้ แต่ด้วยความกลัวว่าข้ารับใช้ชายจะแอบเป็นชู้กับนางสนมของฮ่องเต้ จึงทำให้มีผู้คิดค้นวิธี เจื๋อนไอ่จ่อนนั้นออกสะ ก็จบเรื่อง…

เคยสงสัยกันมั้ยว่า John Wick ฆ่าเยอะขนาดนี้ แล้วทีมสัปเหร่อจะรวยเละขนาดไหน?

  จอห์นเพิ่งออกจากวงการมือปืน เพียง 4-5ปี เขาเป็นนักฆ่าที่มุ่งมั่นต่อเป้าหมาย โดยไม่เกี่ยงวิธีการเมียเขาป่วยอยู่นาน ก่อนจะจากไปนั่นทำให้เขาซึมเศร้า เก็บกดจนกระทั่งเขาพบลูกหมาบีเกิลชื่อเดซี่ ที่เมียฝากไว้ให้เขาก็เริ่มมีความหวังที่จะพบความสงบในชีวิต แต่หลังมีความหวังเพียงสองวันจอห์นถูกทำร้าย ถูกเหยียดหยาม ถูกทำลายความหวัง เขาจึงไม่ลังเลที่จะทำสิ่งที่ถนัดที่สุด นั่นคือการฆ่าไม่แคร์ว่าต้องฆ่าเท่าไรไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน มือปืนอย่างเขาไม่เคยรู้ค่าของการมีชีวิตเขารู้แต่วิธีทำงานเท่านั้น     หนึ่งในสิ่งที่ผมประทับใจมากในหนังเรื่อง John Wick นอกจากความเทพในการแสดงของ คีอานู รีฟ คือระบบองค์กรนักฆ่า Continental(โรงแรมสำหรับนักฆ่าอาชีพ) ร้านค้า และกฏต่างๆ เรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังบูีธรรมดาๆ แต่มันทำให้หนังมีมิติและชวนให้น่าติดตามมากขึ้นในทุกๆภาค (พูดง่ายๆก็คือผมชอบจักรวาล John Wick นั่นเอง)     และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สถิติการฆ่าของ John Wick ผมขอเรียกเค้าว่านักฆ่า Aimbot ละกัน (เป็นโปรแกรมโกงในเกม FPS ที่ทำให้ผู้ใช้เทพโคตรๆยิงห่วยยังไงก็โดน) – ภาคแรก 77 คน เข้าหัว 49 นัด – ภาคสอง 128…

ต้นฉบับที่แท้ทรูของ “เจ้าหญิงนิทรา” โหดสุด ดิบสุด และยังหื่นสุดๆอีกด้วย! (18+)

  ต้นฉบับโดย Giambattista Basile นักเขียนอิตาลี เล่าว่าหลังจากถูกเข็มแทงที่นิ้ว (ต้นฉบับใช้ชื่อว่าทาเรีย แต่ในบทความนี้เราจะเรียกเธอว่าเจ้าหญิงออโรร่า) เจ้าหญิงออโรร่าก็หลับใหลไปด้วยคำสาป เจ้าหญิงไม่ได้พบกับเจ้าชาย และทุกคนในเมืองคิดว่านางตายแล้ว ร่างของนางถูกเก็บไว้ในบ้านกลางป่า จนกระทั่งวันนึงพระราชากลับไปเยี่ยมศพเจ้าหญิง แต่พบว่าเธอเติบโตเป็นสาวขึ้นทั้งๆ ที่ยังนอนนิ่งอยู่ ด้วยความงามจนน่าหลงไหล พระราชาหน้ามืดตัดสินใจข่มขืนเจ้าหญิงที่นอนนิ่งอยู่ ที่แปลกไปกว่านั้นคือพระราชาแวะไปข่มขืนเจ้าหญิงอยู่บ่อยครั้งจนเจ้าหญิงออโรร่าทรงตั้งครรภ์ทั้งที่ยังนอนนิ่งๆ กับพระราชาที่ข่มขืนเธอ แถมได้ลูกแฝดเสียด้วย แม้พระราชาจะปิดปากเงียบไม่บอกใคร แต่ราชินีก็จับได้ เธอโกรธมากจึงสั่งให้คนไปรับตัวลูกแฝดของเจ้าหญิงออโรร่ามา โดยสั่งให้พ่อครัวในวังฆ่าเด็กและเสิร์ฟให้พระราชากิน แต่พ่อครัวตัดสินใจซ่อนเด็กๆ ไว้และเสิร์ฟพระราชาด้วยเนื้อแกะแทน     เมื่อเจ้าหญิงออโรร่ามาขึ้นศาล พระราชินีสั่งให้คนของนางจุดไฟขึ้นที่ลานหน้าวัง และสั่งให้ทหารโยนเจ้าหญิงออโรร่าเข้าไปในกองไฟ แต่เจ้าหญิงออโรร่าขอถอดเสื้อผ้าออกจนหมดก่อนแล้วจึงเดินเข้าเปลวไฟ และระหว่างที่ถอดเสื้อผ้านั้น เธอก็ร้องไห้คร่ำครวญไปด้วยจนพระราชาได้ยิน เมื่อพระองค์มาดู พระราชินีก็บอกว่าเจ้าหญิงออโรร่าต้องถูกเผาและพระองค์ทรงกินเด็กๆ ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ทำให้พระราชาโกรธมากและสั่งเผาพระราชินีกับพ่อครัวแทน แต่พ่อครัวอธิบายว่าเขายังเก็บเด็กๆไว้ พระราชินีจึงถูกเผาเพียงคนเดียว และพระราชาก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงออโรร่าในที่สุด (กว่าจะแฮปปี้แม่มโคตรดาร์คเลย ถ้าผมเป็นเด็กอายุสัก 7 ขวบมาดูคงร้องไห้) ต้นฉบับเจ้าหญิงนิทรา เกิดครั้งแรกๆในยุโรปยุคเก่าและยุคกลาง สะท้อนว่าโลกนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรื่องราวมันมาจากชีวิตของคนในสมัยนั้น เป็นยุกค์ดิบเถือนเลยก็ว่าได้ – ไม่มีเจ้าชาย – เจ้าชายไม่ได้เป็นผู้ถอนคำสาปให้เจ้าหญิง แต่เป็น…

กัปตัน ลาวาสเซอร์ โจรสลัดผู้ทิ้งสมบัติไว้ในทะเล ที่มีมูลค่ากว่า $450 ล้านเหรียญฯ!

  โอลิเวีย ลาวาสเซอร์ (Olivier Levasseur) ค.ศ.1688-1730 ฉายา The Buzzard ที่แปลว่าอีแร้ง ได้มาจากการเข้าโจมตีเรือเป้าหมายด้วยความเร็วสูง เกิดในเมืองกาแล ประเทศฝรั่งเศส ครอบครัวเป็นชนชั้นกลางที่มีการศึกษาสูง ได้ข้าร่วมรบในสงครามกับประเทศสเปนในปี ค.ศ.1701-1714 แต่เมื่อสงครามสงบก็ได้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มโจรสลัดที่มีชื่อว่า The Flying Gang เรือโจรสลัดลำนี้มี เคราดำอยู่ด้วยนะ จนกระทั่งในปี 1720 ลาวาสเซอร์ ก็เริ่มมีผลงานเป็นของตัวเอง โดยเริ่มปล้นในแถบชายฝั่งของแอฟริกาตะวันตก แต่โชคร้ายทีเรือได้อัปปางในโมซัมบิกและลอยไปติดชายฝั่งที่หมู่เกาะโคโมรอส จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตาข้างหนึ่งของเค้าบอดและต้องใส่ที่ครอบตาไปตลอดชีวิต ต่อมาในปี 1721 ลาวาสเซอร์ได้ตั้งกองบัญชาการขึ้นบนเกาะ Sainte-Marie ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเกาะมาดากัสกามากนัก และได้ร่วมมือกับโจรสลัดมีชื่ออีกสองคนคือ กัปตันจอห์น เทย์เลอร์และกัปตันเอร์ดวาด อิงแลนต์ เข้าปล้นเกาะทางตะวันตกหลายแห่งที่ประเทศอินเดีย ได้ทรัพย์สินมามากมายกว่า 10 ล้านเหรียญ ขอตัดเข้าสู่เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ กัปตันโอลิเวีย ลาวาสเซอร์ ได้กลายเป็นตำนานอันโด่งดังมาจนปัจจุบัน และทำให้เค้าโด่งดังไปทั่วในฐานะโจรสลัดที่มั่งคั่งที่สุดคือการเข้าปล้น เรือขนสมบัติของโปรตุเกส ซึ่งเป็นเรือของสังฆราสแห่งกัว(Bishop of Goa) ซึ่งบรรทุกทรัพย์สินมีค่ามาเต็มลำเรือ ทั้งเพรชนิลจินดา เครื่องทอง ผ้าไหม…

วางปืนมาเตะบอล! เหตุการณ์สุดประทับใจของ ทหารอังกฤษ-เยอรมัน ในสงครามโลก

ในปี 1914 ความขัดแย้งอันสุกงอมของประเทศมหาอำนาจในยุโรปส่งผลให้สงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดขึ้นในที่สุดในปลายเดือนกรกฎาคม โดยในช่วงห้าเดือนแรกเริ่มด้วยการที่เยอรมันเปิดฉากโจมตีฝรั่งเศสผ่านเข้าไปทางเบลเยียม เยอรมันนีตีรุกเข้าไปหวังยึดกรุงปารีส แต่ก็ถูกต่อต้านและตีโต้กลับอย่างหนักจากกองทัพฝรั่งเศสและอังกฤษในต้นเดือนกันยายน เยอรมันนีถอยร่นมาตั้งรับที่บริเวณเทือกเขา Aisne valley     แต่ก็ไม่มีฝ่ายใด สามารถเจาะทะลุแนวป้องกันของอีกฝ่ายได้ ตลอดระยะเวลา ทั้งสองฝ่ายทำการเสริมแนวป้องกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเจาะผ่านมาได้ และได้เร่งสร้างแนวป้องกันเป็นแนวลวดหนามและสนามเพลาะขยายออกไปยังด้านทะเลเหนือ โดยต่างฝ่ายต่างเร่งแข่งกันขยายแนวของตัวเองออกไป ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่า “การแข่งขันสู่ทะเล” หรือ “Race to the Sea” ต่างฝ่ายต่างโจมตีกันตลอด 5 เดือน จนล่วงเลยไปถึงธันวาคมเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง และก่อเกิดเหตุการณ์สุดประทับใจที่กลายเป็นตำนานในประวัติศาสตร์สงครามโลกไปตลอดกาล แม้จะอยู่ในระหว่างสงคราม แต่ทหารเยอรมันก็ยังยึดประเพณีที่ทำต่อกันมาช้านานในคืนคริสต์มาสอีฟ คือร้องเพลงและจุดเทียนสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า โดยอดีตทหารผ่านศึกชาวอังกฤษคนหนึ่ง ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวเล่าว่า คืนนั้นพวกเขาเห็นแสงไฟระยิบระยับมาจากฝั่งค่ายทหารเยอรมันทั้งที่เป็นคืนเดือนมืดสนิท ทั้งยังได้ยินเสียงร้องเพลงเบาๆ จึงตั้งใจเงี่ยหูฟังและพบว่าเป็นเพลง Silent Night ในภาษาเยอรมัน     หลังจากนั้น ฝั่งทหารอังกฤษก็เริ่มร้องเพลงนี้ขึ้นมาบ้างในภาษาของตน เสียงเพลงสวดดังไปทุกหย่อมหญ้าในค่ายทหารทั้งสองฝั่งตลอดทั้งคืน จนกระทั่งดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นในเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ทหารเยอรมันส่วนหนึ่งลอดแนวรั้วลวดหนามเข้าไปทักทายทหารอังกฤษว่า “Merry Christmas” ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพท่ามกลางสงคราม ที่เรียกว่า…