รู้หรือไม่? สุดยอดฉาก Walk of Shame ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์!

  บทลงโทษสำหรับสตรีในเจ็ดอาณาจักรอย่างหนึ่งก็คือการเดินประจานกลางเมือง (Walk of Shame) เพื่อลงโทษแก่สตรีด้วยข้อหาคบชู้หรือค้าประเวณี ในทางศาสนจักรของทวยเทพองค์ใหม่จะเรียกว่าการเดินไถ่บาปหรือ Walk of Atonement ซึ่งบทลงโทษนี้เรารู้จักกันเป็นอย่างดีจากที่เห็นในบทของ Cersei Lannister เพื่อนๆทราบกันหรือไม่ครับว่า เหตุการณ์เดินเปลือยเพื่อไถ่บาปนี้เคยเกิดขึ้นจริง และยังถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกด้วย George R.R. Martin ได้บอกกับนิตยสาร Time ว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการเขียนจากเรื่องจริงของผู้หญิงที่มีชื่อว่า Jane Shore     เจน ชอร์ (1445 – c.1527 ชื่อจริงคือ อลิซาเบธ เลมเบิร์ธ) หนึ่งในนางสนมของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งอังกฤษ หลังจากที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้สวรรณคต น้องชายของเขาก็ได้เสด็จขึ้นครองบัลลังก์ และได้รับการแต่งตั้งเป็น พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ(น้องชาย) ทรงเกลีดนางสนมเจน ชอร์ เป็นอย่างมาก เพราะเหตุผลอันใดก็ไม่ทราบ แต่จากการสันนิษฐานน่าจะเป็นเรื่องการเมือง และการล่าแม่มดในอดีต…

คลีโอพัตรา ไม่ได้สวยอย่างที่คิด? แต่ที่ถูกยกให้เป็นผญที่สวยที่สุดในโลกก็เพราะ ความฉลาด

คลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) สตรีผู้นี้คือนางพญาองค์สุดท้ายแห่งอียิปต์โบราณ ก่อนที่อาณาจักรอันเกรียงไกรนี้จะกลายเป็นเพียงแค่แคว้นหนึ่งของจักรวรรดิโรมันในช่วงประมาณ 30 ปีก่อนคริสตกาล นางมิใช่คนอียิปต์ ทว่าเป็นชาวกรีก มีสตรีใช้ชื่อคลีโอพัตราก่อนหน้านางถึงหกคน แต่ก็ไม่มีใครที่โด่งดังเท่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 อีกแล้ว ราชินีแห่งอียิปต์ถูกกล่าวขานถึงความงามที่เธอมีเหนืออผู้ใด ซึ่งปรากฏให้เห็นได้จากงานศิลปะต่างๆที่สื่อถึงตัวเธอ อันมีมาต่อเนื่องยาวนานแม้ว่าเธอจะได้จากโลกนี้ไปนานนับพันปี ตำนานความงามของเธอส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เธอทำให้ผู้นำที่ทรงอำนาจของโรมันถึงสองคนคือจูเลียส ซีซาร์ และมาร์ก แอนโทนี ต้องหมอบราบให้กับเธอ ความงาม เสน่ห์แห่งเรือนร่าง หรือความปราดเปรื่องของพระนางกันแน่ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมยิ่งใหญ่ขึ้นในประวัติศาสตร์ให้โจษจันเล่าขานกันสืบมา   คลีโอพัตรา หน้าตาสวยจริงหรือไม่? งานเขียน   เว็บไซต์ Heritage daily ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความงามที่ร่ำลือกันของคลีโอพัตรานั้นมีพื้นฐานที่น่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด หากอาศัยหลักฐานที่ปรากฏตามประวัติศาสตร์มาพิจารณาประกอบ งานเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน คาสซีอุส ดิโอ (Cassius Dio) ซึ่งมีขึ้นหลังการจากไปของคลีโอพัตรากว่า 200 ปี กล่าวว่า คลีโอพัตราเป็น “หญิงที่งามเกินกว่าความงามใดๆ” เป็นผู้ที่แค่ “ได้มองเห็นก็ถือเป็นบุญตา” ขณะที่พลูตาร์ก (Plutarch) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกได้เขียนถึงคลีโอพัตราก่อนหน้าดิโอนับร้อยปีว่า “ความงามของเธอ…ใช่ว่าจะหาผู้ใดเปรียบมิได้ หรือจะทำให้ผู้ใดตื่นตะลึงได้เพียงแค่เห็นหน้าเธอ” อย่างไรก็ดี…

ทหาร SAS ปะทะไอซิสจนกระสุนหมด-บุกเดี่ยวฟันหัวขาด-ขโมยปืนและระเบิดฆ่าจนหน่วยชนะ

  หน่วยรบพิเศษอังกฤษ SAS(British Special Air Service) มีคำขวัญประจำหน่วยว่า “Who dares wins” หรือ “ผู้ที่กล้าเท่านั้นที่จะชนะ” โดนกลุ่มไอซิสดักซุ่มโจมตีในอัฟกานิสถาน ยิงต่อสู้ดวลกันนานถึง 6 ชม. จนกระสุนหมด แต่ก็ยังสามารถใช้ทักษะชั้นเชิงในการต่อสู้อย่างเยี่ยมยอด คว้าจอบฟันใส่คอของนักรบไอซิสคนหนึ่งจนหัวขาดกระเด็น จากนั้นทหารหน่วยรบพิเศษนายนี้ยังได้ฉวยใช้ปืนและระเบิดของนักรบไอซิสที่ตายไป นำมาปลิดชีพกลุ่มไอซิสตายไปได้อีกหลายราย เหตุการณ์สู้รบอย่างดุเดือดครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ในอัฟกานิสถาน โดยกำลังทหารหน่วยรบพิเศษ ​SAS ของอังกฤษที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ได้ถูกกลุ่มมือปืนไอซิส ซึ่งมีอาวุธปืนเพียบพร้อม รวมทั้งปืนไรเฟิล ดักซุ่มโจมตี     ทหารหน่วย SAS ที่ถูกกลุ่มไอซิสดักซุ่มโจมตีนี้ ได้วิทยุแจ้งขอความช่วยเหลือ เพราะไม่อยากโดนจับเป็นเชลย (โดนจับก็คือการตายทั้งเป็นเพราะจะถูกทรมานแสนสาหัส) และพร้อมจะขอสู้จนตาย ขณะเดียวกันกองกำลังสหรัฐฯ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์อปาเช่ 2 ลำมาช่วยทหารหน่วย SAS ต่อสู้กับกลุ่มไอซิส ที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน คำให้สัมภาษณ์ของ ฮีีโร่ ที่ใช้จอบฟันหัวขาด – “พวกเรารู้อยู่แล้วว่า วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของพวกเรา…

สุดยอดความดาร์ค ของสิ่งที่ซื้อขายกันในตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก! (เลือด,คน,ไสยศาสตร์)

Marche Des Feticheurs  เป็นตลาดมืดที่ขายของผิดกฏหมาย สถานที่ตั้งอยู่ที่เมืองโลเม เมืองหลวงของประเทศโตโก ในทวีปแอฟริกา ซึ่งตลาดมืดแห่งนี้ถูกยกให้เป็น “ตลาดค้าขายเครื่องรางของขลังที่ใหญ่ที่สุดในโลก”   ภายในตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยที่ขายเครื่องรางของขลังแปลกๆมากมาย อาทิเช่น หัวสุนัข ตุ๊กตาวูดู กระดูกช้าง หางนกอินทรีย์สดๆ หัวม้า หัววัว หัวงูเห่า หัวลิง หัวแมวที่ตายแล้ว หัวกระโหลกของมนุษย์ รวมถึงยาพิษ จึงทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักไสยศาสตร์และผู้มีความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนต์คาถาต่างๆ อย่างแท้จริง!     และก็แน่นอนครับว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ใช่ของถูกกฎหมาย แต่ก็เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศยากจนที่มักมีของแปลกๆ แบบนี้มาวางขายตามท้องถนน โดยมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังอยู่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ก็กลายเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะกับบรรดาคนที่กำลังมองหาสินค้าและวัฒนธรรมเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ     Emanuela Grieco ช่างภาพที่ถ่ายภาพเหล่านี้บอกว่า – “มีสินค้าเกี่ยวกับเวทยนต์และไสยศาสาตร์ทุกอย่างให้เราได้เลือกสรรค์ นับๆดูแล้วน่าจะมีสัตว์สัก 1,000 ชนิดได้”   ค้าเลือด     แต่สิ่งที่น่าตกใจกับของที่วางขายอยู่ในตลาดแห่งนี้ที่สุดก็คือ เมื่อปี 2014 ตลาดมืดแห่งนี้มีการวางขายเลือดของผู้รอดชีวิตจากเชื้ออีโบลา โดยมีการวางขายกันอย่างกว้างขวางและทำเงินได้อย่างมหาศาล เพื่อนำไปฉีดให้แก่ผู้ป่วยที่กำลังติดเชื้อ เนื่องจากเชื่อกันว่าเลือดของผู้ที่หายจากอีโบลา มีแอนติบอดี…

ก็ถ้าจะแจ่มขนาดนี้! นักเตะชื่อดัง “ฮาเมส” ส่อสานสัมพันธ์ “ดาราหนังโป๊” เพื่อมาดามใจ

มาร์ก้า สื่อดังแดนสเปน ตีข่าว ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย สังกัด บาเยิร์น มิวนิค อาจกำลังสานสัมพันธ์กับ ดาราหนังโป๊ชาวสหรัฐฯ หลังทั้งคู่ได้กดฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์ของกันและกัน     ดาวเตะชาวโคลอมเบีย ได้เลิกรากับ ดาเนียล่า ออสปิน่า ภรรยาคนสวยเป็นที่เรียบร้อย หลังทั้งคู่แต่งงานกันมากว่า 6 ปี เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ เจ้าตัวแอบนอกใจภรรยา ด้วยการคบซ้อนกับ เฮลก้า เลิฟคาตี้ นางแบบสาวสุดเซ็กซี่วัย 23 ปีชาวรัสเซีย โดยฝ่ายสาวบอกว่าสาเหตุที่ทำให้ชีวิตคู่ต้องพังทลายเป็นเพราะเธออยากดำเนินธุรกิจของตัวเองที่โคลอมเบียกับสเปน และไม่อยากเดินทางตามดาวเตะคนดังไปที่เยอรมนี ซึ่งการอยู่ห่างกันก็เป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้     กระทั่งล่าสุด ดาวเตะทีมชาติโคลอมเบียก็เหมือนจะล็อกเป้าสาวที่จะให้มาช่วยเยียวยาแผลใจของเขาแล้ว หลังจากที่เขากดฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์ของ เคนดร้า ลัสต์ ส่วนอีกฝ่ายก็กดฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์ของ ฮาเมส เช่นกัน เคนดร้า ลัสต์ วัย 39 ปี ถือเป็นดาราดังในหนังเรตเอ็กซ์ โดยมีผู้ติดตามในโลกโซเชียล ทั้งอินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์…

เหตุการณ์สุดฮา เมื่อ Snoop Dogg ปุ๊นกัญชาหนักมาก จนหน่วยดับเพลิงต้องบุกมาถึงโรงแรม!

สนูป ด็อกก์ เจ้าพ่อแร๊พเปอร์ ชายผู้นี้ถูกยกย่องให้เป็นตำนานในเรื่องของกัญชา สนูป ด็อกก์ ชอบกัญชามากถึงขั้นเปิดบริษัทผลิตสินค้ามากมายที่เกี่ยวกับกัญชา ทั้งกระดาษโรล เคสโทรศัพท์ที่สามารถจุดไฟได้ ที่บดกัญชา คุกกี้กัญชา แถมยังมีสูตรกัญชาเป็นของตัวเองด้วย และแน่นอนว่าทุกการเดินทางของสนูป ด็อกก์ มีหรือที่จะไม่พกกัญชาชั้นดีติดตัวไปด้วย อิอิ     ในวันที่ 24 มกราคม 2014 นักผจญเพลิงได้รับสายแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุง เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ทุกคนไม่รอช้ารีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที แต่เมื่อเปิดเข้าห้องไปดูทุกคนก็หัวเราะก๊ากออกมา เมื่อพบว่าที่มาของสัญญาณเตือนนั้น คือกลุ่มควันกัญชาที่ สนูป ด็อกก์ กำลังนั่งปุ๊นอย่างเมามันส์ จนควันท่วมห้องเลยทำให้สัญญานเตือนไฟไหม้ทำงาน โดยสนูป ด็อกก์ ได้โพสท์ภาพที่ถ่ายกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงลงใน IG ของเขา     สนูป ด็อกก์ เผยว่าสาเหตุที่สูบกัญชานั้นเพราะต้องการอยู่ในอารมณ์ของมืออาชีพมากที่สุด เพราะในวันพรุ่งนี้ผมจะต้องขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ “พวกเราพบ สนูป ในท่าทางที่เยิ้มสุดขีดพวกเราถ่ายรูปด้วยกัน มันเป็นคืนที่ตลกมาก พวกเราหัวเราะกันไม่หยุด สนูปยังบอกพวกเราอีกด้วยว่าเขาอยากเป็นนักดับเพลิงมาตั้งแต่เด็ก เราเลยแซวสนูปกลับไปว่า นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าทางโรงแรมได้ติดตั้งเครื่องช่วยเตือนไฟไหม้ ไว้ในห้องอย่างถูกต้อง”…

เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธผิดพลาด ตกใส่เมืองตนเองที่มีประชากรอยู่ 2 แสนคน!

  วันที่ 5 ม.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าตอนนี้ได้เกิดกระแสความวิตกกังวล เกาหลีเหนืออาจจุดชนวนสงครามนิวเคลียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากมีข่าวลือออกมาว่า เกิดความผิดพลาดในระหว่างการทดสอบยิงขีปนาวุธ Hwasong KN-17  เมื่อวันที่ 28 เมษายน 60 และขีปนาวุธลูกดังกล่าวได้ตกใส่ย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ในเมืองต็อกชอน ของเกาหลีเหนือ เพียงแต่ไม่รู้แน่ชัดว่าทำให้มีคนล้มตายบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด รู้เพียงว่าประชากรในเมืองแห่งนี้มีมากถึง 200,000 คน     แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันข่าวนี้กับสื่อว่า ระบบเครื่องยนต์ของขีปนาวุธลูกดังกล่าวของเกาหลีเหนือได้เกิดขัดข้องไม่กี่นาทีหลังถูกยิงขึ้นจากฐานยิงจึงทำให้ขีปนาวุธไม่สามารถบินไปได้ถึงระยะทาง 70 กิโลเมตรตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยขีปนาวุธได้ตกใส่อาคารหลังหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นอาคารอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่คาดกันว่า ขีปนาวุธลูกนี้ถูกยิงที่สนามบินปุ๊กชาง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธจากที่นี่อีกด้วย     รายงานเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Dailymail – ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดข้องดังกล่าว เพราะพื้นที่ที่ขีปนาวุธตกลงไปนั้น เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และหากจรวดไม่เกิดความผิดพลาด เป้าหมายของมันนั้นน่าจะไปตกอยู่ที่ทะเลตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น thesun – รัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ยอมรับข้อเสนอของเกาหลีใต้ ในการร่วมเจรจาระดับสูงในวันที่ 9 มกราคม โดยจะมุ่งหารือในเรื่องการส่งนักกีฬาเกาหลีเหนือเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน…

เจาะลึกชีวิตของ “ปาโบล เอสโกบาร์” ซาตานในร่างวีรบุรุษ

– ทำรายได้จากธุรกิจมืดถึงสัปดาห์ละ 15,225 ล้านบาท , ปีละ 7 แสนล้านบาท , มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท – ติดอันดับ 7 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Forbes เป็นเวลา 7 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ 1987-1993 – ปาโบล เติบโตขึ้นมาในครอบครัวยากจน แต่ด้วยความที่เป็นคนหัวดี และเป็นคนกล้า ทำให้รู้จักค้าขาย และมีสกิลเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งความสามารถนี้น่าจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการลอบขนส่งสิ่งผิดกฏหมายได้อย่างมืออาชีพ – เอสโกบาร์ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 15 ตันทุกวัน ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโคเคนในสหรัฐฯ จำนวน 4 ใน 5 คนล้วนแต่เป็นเครือข่ายของปาโบล ทั้งทางเรือ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ – และหลังจากที่การขนย่งโคเคนเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ปาโบล จึงตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำ เพื่อใช้ในการขนส่งโคเคนเข้าสหรัฐ (ค้นพบโดยเจ้าหน้าที่ DEA ในปี 2011) – ปาโบล…

หนุ่มนอร์เวย์ เมาแอ๋วันปีใหม่ คถ.บ้านทนไม่ไหว รู้ตัวอีกทีโดนค่าแท็กซี่ไปเต็มๆ 7 หมื่นบาท!

  หนุ่มชาวนอร์เวย์วัย 40 ปี ที่ได้ฉลองวันขึ้นปีใหม่กับเพื่อนๆ จนเมาแอ๋แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้เรียกรถแท๊กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน ที่ต้องผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก, ประเทศสวีเดน, ก่อนที่จะถึงกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ โดยใช้เวลาขับขี่กว่า 6 ชั่วโมง รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร และพี่แท๊กซี่คนนี้ก็บ้าจี้ขับไปส่งจริงๆ ฮ่าๆๆ     แต่พอเดินทางถึงแล้วชายคนนี้กลับเข้าบ้านไปนอนโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร ปล่อยให้คนขับแท็กซี่ต้องยืนหัวเสียอยู่หน้าบ้าน ขณะที่แบตเตอรี่รถก็หมด ทำให้เขาตัดสินใจแจ้งตำรวจออสโล ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวเหตุการณ์นี้บนทวิตเตอร์ เมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาก็เข้าไปในบ้านของชายวัย 40 ปีรายนี้ และพบว่าเขานอนหลับสบายอยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่จึงปลุกเขาและแจ้งหนี้ค่าโดยสารแท็กซี่เป็นเงินถึง 18,000 โครนนอร์เวย์ (ราว 72,248 บาท) ซึ่งเขายอมจ่ายเงินแต่โดยดี ส่วนคนขับรถแท็กซี่ได้บริการยกรถมาช่วยพาเขากลับเดนมาร์ก เรื่องจึงจบด้วยดี ที่มา – metro   ภาพนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แต่เราอยากเขียน เป็นการแถมให้ ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อจริงว่า Thaddeus Kalinoski…

เส้นทางชีวิตที่แสนเจ็บปวดของ “คีอานู รีฟส์” (อ่านแล้วคุณจะรักผู้ชายคนนี้มากขึ้น)

  1.พ่อทิ้งไปตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จึงต้องอยู่กับแม่และน้องที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมีย แม่ต้องแต่งงานใหม่หลายครั้ง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกทั้งสอง ต้องอยู่กับพ่อเลี้ยงหลายคน และพ่อแท้ๆก็มักก่อเรื่องให้ คีอานู ปวดหัวอยู่เสมอ ต้องคอยประกันตัวจากพฤติกรรมเสพยาอยู่บ่อยครั้ง     2.มีความผิดปกติในการอ่าน (โรคดิสเล็กเซีย) จึงทำให้การไปโรงเรียนเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เพราะมักจะเรียนไม่ทันเพื่อนๆ และมักจะโดนล้ออยู่บ่อยครั้ง จึงเลือกไปเล่นฮอกกี้น้ำแข็งเป็นผู้เล่น MVP ของทีม เก่งถึงขั้นวางแผนเล่นอาชีพแต่สุดท้ายก็เจ็บและต้องทิ้งความฝันที่จะเป็นนักกีฬาทีมชาติแคนาดานี้ไป และจากการที่ต้องย้ายโรงเรียนถึง 4 แห่งทำให้ ในที่สุดเขาก็ต้องออกจากโรงเรียนมัธยมปลายโดยที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตร     3.ภาพยนตร์ตลกเรื่อง Parenthood คีอานูได้พบกับ เพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเขา ริเวอร์ ฟีนิกซ์ พวกเขาสนิทกันมากและได้แสดงภาพยนตร์ด้วยกันหลายต่อหลายเรื่อง แต่ในที่สุดริเวอร์ ฟีนิกซ์ก็เริ่มหันมาเสพเฮโรอีนและเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในปี 1993 หลังจากนั้น คีอานู ก็แทบไม่สุงสิงกับใครอีกเลย “เขาคือมนุษย์และนักแสดงที่น่าทึ่ง พวกเราเข้ากันได้ดีและผมคิดถึงเขา ผมคิดถึงเขาอยู่เสมอๆ เลย”     4.คีอานู รีฟส์ได้ตกหลุมรักเจนนิเฟอร์ ไซม์นักแสดงสาวคนหนึ่งจนเธออุ้มท้องลูกคนแรก จนเมื่อครบกำหนดคลอด 1999 ปรากฏว่าทารกน้อยเสียชีวิต ทั้งคู่เสียใจมากและเลิกรากันในเวลาต่อมา…