“มฤตยูดำ” รุกธุรกิจใหม่ปลูกกัญชา 100 ไร่ (หลังกัญชาในสหรัฐเฟื่องฟู 2.6 แสนล้านบาท)

  “มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตกำปั้นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน (WBA, WBC และ IBF) มีสถิติการชก 58 ไฟต์ เป็นการชนะ 50 ครั้ง ชนะน็อก 44 ครั้ง แพ้ 6 และไม่มีการตัดสิน 2 ครั้ง อดีตกำปั้นในวัย 51 ปี ตัดสินใจซื้อที่ดินจำนวน 40 เอเคอร์ (ประมาณ 100 ไร่) เพื่อลุยธุรกิจดังกล่าว โดยจะมีทั้งร้านจำหน่าย ต้นกัญชา และสินค้าแปรรูป รวมถึงมีโรงงานสกัด ซึ่งที่ดินอยู่ทางตะวันออกของแคลิฟอร์เนีย ไปทางตะวันตกเฉียงใต้เกือบ 100 กิโลเมตร โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐล่าสุดของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้ซื้อ-ขายกัญชาเพื่อการผ่อนคลายอย่างถูกกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา     จนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมาไมค์…

รวมเหล่า CEO ที่เริ่มต้นจากชีวิตติดลบ สู่หมื่นล้าน แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นปีใหม่ของคุณ

1.ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ (Starbucks) เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนอย่างมาก พ่อทหารผ่านศึกและได้มาเป็นคนขับรถส่งของ ส่วนแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป จนวันหนึ่งพ่อเกิดขาหัก ขับรถไม่ได้ ทำให้ครอบครัวแทบไม่มีเงินซื้ออาหารกิน จึงทำให้ ฮาวเวิร์ด ต้องสู้ชีวิตเป็นอย่างมาก เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 12 ในร้านอาหาร และด้วยแรงกดดันนี้ทำให้ฮาวเวิร์ด เป็นนักเรียนเรียนดีจนได้ทุนการศึกษาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย จนสุดท้ายก็ได้ทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่ง รายได้ดีทีเดียว จนกระทั่งได้ไปดูงานที่อิตาลี จนได้ค้นพบว่า ที่อิตาลี ให้ความสำคัญกับกาแฟคนละเรื่องกับที่อเมริกาเลย ฮาวเวิร์ดไม่รอช้ารีบกระโดดเข้าไปทำธุรกิจกาแฟ จากเด็กน้อยที่ต้องอดมื้อกินมื้อ ต้องทำงานอย่างหนักไม่เคยมีของเล่น และไม่เคยมีเวลาว่างไปทำเรื่องไร้สาระ ตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก มีมากกว่า 17,000 สาขาใน 49 ประเทศ ติด 1 ใน 200 คนที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา Starbuck (ทรัพย์สิน 3 พันล้านดอลล่าร์)   2.ราล์ฟ รอเลน (Ralph Lauren) พ่อของราล์ฟประกอบอาชีพรับจ้างทาสีบ้านเพื่อหารายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัว ด้วยความที่เขาสนใจและความหลงไหลในโลกของแฟชั่น ทำให้เขาพยายามศึกษาและพยายามติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆของวงการแฟชั่นด้วยตนเองตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยในสมัยเป็นนักเรียน เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดในโรงเรียน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ราล์ฟยินยอมที่จะหารายได้เสริมเพื่อนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายกับเสื้อผ้าที่ทำให้ตนเองดูดีอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านของราล์ฟจะยากจน…

เชื่อหรือไม่ว่า “เส้นผม” ที่ถูกตัดไปแล้ว จะทำเงินให้วัดแห่งหนึ่ง ได้ปีละ 3 พันล้านบาท!

อินเดีย คือหนึ่งในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 1,324 ล้านคน (พอๆกับประเทศจีนที่มี 1,379 ล้านคน) และนั่นทำให้สองประเทศนี้มีสถิติการส่งออกวิกผมเป็นอันดับต้นๆของโลก นั่นเป็นเพราะคนอินเดียส่วนใหญ่ จะไม่นิยมย้อมผม จึงทำให้สุขภาพผมดี สามารถนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้หลากหลาย และด้วยจำนวนเส้นผมที่มีมากมหาศาล ทำให้อุตสาหกรรมเส้นผมที่อินเดียบูมมากจริงๆ     ข้อมูลจากวัด Venkateswara สถานที่ยอดนิยมที่มีคนเข้ามาโกนผมเพื่อบวชกันมากถึง 10,000 คนต่อวัน จึงทำให้สามารถเก็บเส้นผมได้มากถึง 500 ตันต่อปีเลยทีเดียว เดิมทีมันถูกนำไปทิ้งลงสู่แม่น้ำคงคา แต่ปัจจุบันเส้นผมเหล่านี้ถูกนำไปล้างทำความสะอาดและคัดแยกคุณภาพของเส้นผม สีผม ความยาว โดยจะมีนายหน้ามารับซื้อถึงวัด เส้นผมที่คุณภาพดีก็จะนำไปทำเป็นวิก ส่วนเส้นผมคุณภาพที่พอใช้ได้ก็จะนำไปกรองน้ำมัน หรือไม่ก็นำไปทำฟูกที่นอนแทน     และเชื่อหรือไม่ว่า อุตสาหกรรมเส้นผมนี้ทำให้วัดแห่งนี้สามารถทำเงินได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 3,200 ล้านบาท) “เส้นผมของที่นี่ จึงเปรียบเป็นสิ่งที่มีค่า มากยิ่งกว่าเงินเสียอีก” บางครั้งหากใครที่ต้องการเงินก็สามารถมาโกนหัว เพื่อเอาเส้นผมของตัวเองแลกเป็นเงินก็ยังได้ คำพูดนี้คงไม่เกินจริง เพราะเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2016 ได้มีการปล้นวัดเกิดขึ้นที่อินเดีย จากการตรวจสอบของตำรวจ ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ หรือข้าวของเสียหาย…

Mariah Carey, G-Eazy และศิลปินชื่อดังทั่วโลก หันมารับเงินดิจิตอล Monero แทน BTC

  Monero เป็นเงินดิจิตอลสกุล เปิดตัวในเดือนเมษายนปี 2014 สิ่งที่ทำให้ Monero น่าสนใจกว่าเงินสกุลอื่นๆก็คงเป็นฟีเจอร์ การนำเงินหลายๆจำนวนมาปนกันในการทำธุรกรรม ทำให้ตรวจสอบได้ยากมากเพราะเงินมาจากหลากหลายที่ เป็นผลดีสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวแบบมิดชิดสุดๆ เนื่องจากมีผู้คนมากมายต้องการความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรม Monero จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพวกเขา และมีการเคลมว่า Monero มีความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือในการแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างผู้รับและผู้ส่ง จำนวนที่เงินที่รับส่งจะไม่มีทางคลาดเคลื่อน และราคาก็ไม่สวิงเท่า Bitcoin อีกด้วย     ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ศิลปินชื่อดังกว่า 45 คน อาทิเช่น Mariah Carey, Motorhead, G-Eazy, Fall Out Boy และ Toby Keith ตัดสินใจให้แฟนเพลงของพวกเขาสามารถจ่ายเป็นเงินดิจิตอลในการซื้อสินค้าของพวกเขาได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แฟนๆและเป็นการเกร็งกำไรนั่นเอง มารายห์ แครี่ – “หากแฟนๆของฉันซื้อสินค้าในหน้าเว็บด้วยเหรียญ Monero พวกเขาจะได้ส่วนลดกว่า 15%”     “เราอยู่ในยุคที่เงินดิจิตอลเป็นที่นิยมมากขึ้น มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้แฟนๆของผมมีตัวเลือกเมื่อพวกเขาต้องการจะซื้อเพลงของผมหรือสินค้าของผม ด้วยการที่เหรียญ Monero…

คู่แฝด “วิงเคิลวอส” ทำเงินได้ 3.8 หมื่นล้านบาท! จาก Bitcoin ภายในเวลาเพียง 4 ปี

  คู่แฝด ไทเลอร์ คาเมรอน วิงเคิลวอส (Winklevoss หลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อของพวกเขาในหนังเรื่อง The Social Network ที่ได้ยื่นฟ้อง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ในเรื่องของการขโมยไอเดียไปก่อตั้งเฟสบุ๊ค จน มาร์คต้องยอมจ่ายกว่า $65 ล้านเหรียญ เพื่อให้การฟ้องร้องสิ้นสุดลง) สำนักข่าวเทเลกราฟ เปิดเผยว่า คู่แฝดวิงเคิลวอส กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ จากการเข้าซื้อบิตคอยน์ เมื่อปี 2013 ราคาตอนนั้น 1 Bitcoin = $120 ดอลลาร์ จนถึงปี 2017 ซึ่งราคา Bitcoin (BTC) พุ่งทะยานแตะหลัก $10,000 ดอลลาร์ เรียบร้อยแล้ว (กำไร 10,000%) – เทเลกราฟเชื่อว่า คู่แฝดวิงเคิลวอส น่าจะมีบิตคอยน์ถืออยู่ในมือไม่ต่ำกว่า 1 แสนบิตคอยน์ หรือประมาณ $1.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท)…

เตรียมตัวให้พร้อม! ในปี 2030 จะมีคนตกงานกว่า 800 ล้านคน เพราะหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่

จากการศึกษาข้อมูลใน 46 ประเทศ และ 800 อาชีพ สถาบันแมคคินซีย์ โกลบอล (McKinsey Global Institute) จึงได้ผลสรุปว่า แรงงานทั่วโลกมากถึง 800 ล้านคนจะสูญเสียตำแหน่งงานภายในปี 2030 และถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ โดยอาชีพใช้แรงงานอย่างการเตรียมอาหารฟาสต์ฟู้ดมีความเสี่ยงอย่างมาก ไม่เพียงเท่านี้ บรรดาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูล อย่างนักบัญชีก็อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน     โดยแรงงานจำนวน 1 ใน 3 ในประเทศร่ำรวยเช่นเยอรมนีและสหรัฐอาจต้องฝึกฝนทักษะใหม่เพื่อหางานอื่นๆทำแทน ส่วนประเทศยากจน ซึ่งมีเงินลงทุนด้านหุ่นยนต์อัตโนมัติต่ำจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตาม รายงานคาดการณ์ว่า เครื่องจักรอัตโนมัติจะไม่สามารถทดแทนอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคน การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือทักษะประยุกต์ โดยรายงานยังเผยอีกว่า ในระหว่างปี 2018 – 2030 จะมีจำนวนคนตกงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีการคาดการณ์ว่าจะมีคนถูกเลิกจ้างอยู่ระหว่าง 39 ล้านคน – 73 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้     และหากถามว่าแล้วรู้ได้อย่างไรว่าจะมีคนตกงานกว่า 800 ร้านคนในอีก 10 กว่าปีข้างหน้านี้?…

“Zahia Dehar” อดีตโสเภณี ค่าตัวคืนละครึ่งแสน ที่กลับใจ จนได้เป็นดีไซเนอร์ระดับโลก

  วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับ สาวสวยวัย 24 ปี “Zahia Dehar (ซาเฮีย เดฮาร์)” ที่หากย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วเธอคือ 1 ใน ดีไซเนอร์มือทองที่โด่งดังสุดขีด แต่กลับมีเบื้องหลังชีวิตก่อนหน้านี้ ที่เต็มไปด้วยเรื่อง ‘อื้อฉาวทางเพศ’ เมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยเป็น ‘โสเภณี ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ’ เธอแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่น่าอัศจรรย์ ผ่านการสัมภาษณ์ใน นิตยสาร W สาวสวยวัยสะพรั่ง เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก กับอดีตที่เคยเป็นสาวขายบริการตั้งแต่ปี 2008 และ 2009 ซึ่งแปลว่าตอนนั้นเธออายุเพียง 16 ถึง 17 ปี ในขณะที่การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมายในประเทศฝรั่งเศส แต่ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป     โดยในตอนนั้นเธอมีค่าจ้างต่อคืนสูงถึงคืนละ 42,000 บาท นั่นเท่ากับว่าปีหนึ่งเธอสามารถทำเงินได้ 1.1 ล้านบาท เลยทีเดียว แน่นอนว่าเธอกลายเป็นสาวฮอตสุดขีดเมื่อกลายเป็นขวัญใจของ 2 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส (ลองเซิจชื่อเธอแล้วตามด้วย football เดี๋ยวก็รู้ว่ามีใครบ้าง…

เผยธุรกิจลับ ของ “Apple” ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ระดับแสนล้าน แต่ไม่มีใครทันสังเกต

  Tim Cook (ทิม คุก) ซีอีโอของ Apple ได้เปิดเผยรายงานรายได้ประจำไตรมาสที่ 4 ของบริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นธุรกิจอุปกรณ์ “wearable (พวกของตกแต่งต่างๆ)” ที่อาจจะยังไม่ทำรายได้มากเท่าธุรกิจ iPhone และ iPad แต่ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทิม คุก กล่าวว่า “ธุรกิจแวร์เอเบิลของเราเติบโตขึ้น 75% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 2016 และทำรายได้ประจำปีติด 400 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากการอันดับโดยนิตยสาร Fortune”     หากพิจารณาจากอันดับที่ 400 คือ บริษัท Calpine ของสหรัฐอเมริกา ที่ทำได้ 6.7 พันล้านเหรียญ เมื่อปี 2016 แล้วนั้น ทำให้ทราบได้ว่าธุรกิจ Apple Watch ต้องทำรายได้ต่อปีอย่างน้อย 6.7 พันล้านเหรียญ และเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่า Jones Financial,…

ซาอุดีฯถูกเจ้าหน้าที่เผยหมดเปลือก ถึงการเสนอให้เจ้าชายมอบทรัพย์ 70% เพื่อแลกกับอิสระ

ที่ปรึกษาของเชื้อพระวงศ์ซาอุดีอาระเบียที่ถูกควบคุมตัวจากการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทั้ง เจ้าชาย อดีตรัฐมนตรี และนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศ ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 201 คน ต่างได้รับข้อเสนอจากรัฐบาลให้มอบทรัพย์สินของตนเอง 70% ให้แก่รัฐบาล เพื่อแลกกับอิสระ   นักธุรกิจรายใหญ่คนหนึ่งตกลงยินยอมมอบทรัพย์สิน 70% ให้แก่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า การส่งมอบทรัพย์สินจะเป็นไปในลักษณะใด ขณะที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ และจากการคาดการณ์ของนักการตลาดระบุว่า หากกลุ่มเจ้าชายและนักธุรกิจรายใหญ่ที่ถูกทางการซาอุดีอาระเบียควบคุมตัวยอมมอบทรัพย์สินให้แก่รัฐบาล จะส่งผลให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้รับเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอต่อการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ที่รัฐบาลเผชิญมาอย่างต่อเนื่องติดต่อการหลายปี เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง เฉพาะปี 2016 รัฐบาลซาอุดีอาระเบียขาดดุลงบประมาณถึง 79,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนี่ก็อาจเป็นเหตุผลที่รัฐบาลซาอุดิอาราเบียเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลของประเทศ     และหนึ่งในเชื้อพระวงศ์พระองค์สำคัญของซาอุดีอาระเบียที่ถูกควบคุมตัวจากการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งนี้ คือ เจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล ซึ่งเป็นประธานบริษัทคิงดอม โฮลดิง บริษัทด้านการลงทุนชื่อดังของซาอุดีอาระเบีย และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเครือบริษัทชั้นนำของโลก เช่น โฟร์ซีซัน, ซิตี กรุ๊ป, ทวิตเตอร์ และแอปเปิล นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 34 ของโลก อีกด้วย และนี่ก็คือ…

ภาพวาดพระเยซูของ “ดาวินชี” ถูกประมูลไป 15,000 ล้าน กลายเป็นศิลปะที่แพงสุดที่ในโลก!

  เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ว่าบริษัทคริสตีส์ จัดการประมูลภาพเขียนสีน้ำมันวอลนัตชื่อ “ซัลวาทอร์ มุนดี” (Salvator Mundi) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งชื่อของภาพเขียนเป็นภาษาอิตาเลียนหมายถึง “พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก” โดยเป็นภาพวาดของพระเยซูตามจินตนาการของเลโอนาร์โด ดา วินชี อัจฉริยะบุคคลชาวอิตาเลียนซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคเรอเนซองส์     การประมูลเริ่มต้นที่ราคา 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3,300 ล้านบาท และผ่านหลัก 200 ล้าน และ 300 ล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจบที่ราคา 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้วทำให้ราคาประมูลจริงอยู่ที่ 450 ล้าน 3 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 15,000 ล้านบาท สร้างสถิติเป็นงานศิลปะที่ประมูลได้ราคาสูงที่สุดในโลก แซงหน้าภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบชื่อ “อินเตอร์เชนจ์” ( Interchange ) ของวิลเลียม เดอ คูนิง ศิลปินชาวดัตช์  ที่มูลนิธิเดวิด เจฟเฟน ในนครนิวยอร์ก…