หากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG – Ma_nosh
ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 เขียนไปแล้วประมาณ 10,000 เรื่อง

บริษัทสหรัฐฯ เผยผลทดลอง “ถ่ายเลือด” วัยรุ่นให้คนชรา (35-80) ได้ผลดีเกินคาด!

บริษัท Ambrosia สตาร์ตอัพในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลการทดลองในงานประชุมวิชาการด้านวิทยาการและสื่อ “รีโค้ด คอนเฟอเรนซ์” ในนครลอสแองเจลิส เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าผลการทดลอง ถ่ายเลือด ของวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-25 ปี ให้กับอาสาสมัครอายุตั้งแต่ 35 – 80 ปี ขึ้นไป ในปริมาณ 2 ลิตร ภายใต้การควบคุมปริมาณให้เหมาะสมเพื่อให้หมดภายใน 4 ชั่วโมง     จากการทดลองซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวในทางที่ดีขึ้นของสัญญาณหลายๆ ด้าน เช่น ระดับของ “ซีอีเอ” ซึ่งเป็นชนิดของโปรตีนที่พบว่ามีปริมาณสูงขึ้นในตัวผู้ป่วยเป็นมะเร็งบางชนิด กลับลดลงโดยเฉลี่ย 21 เปอร์เซ็นต์ หรือระดับของแอมีลอยด์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้เกิดการก่อตัวของแผ่นคราบในสมองซึ่งเชื่อกันว่าเชื่อมโยงกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ก็ลดลงโดยเฉลี่ย 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคอเลสเตอรอลในเลือดก็ลดลงโดยเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์   โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังในอนาคตคือ การที่คนสูงวัยมีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น อวัยวะภายในที่เคยเสียหายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น เพราะเมื่อปีที่แล้วมีการทดลองแนวนี้กับ หนูทดลองอายุ 12 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือ…

เผยชีวิต Viktor Belmont เกย์ข้ามเพศ เกิดเป็นหญิงแต่ใจเป็นชาย และก็ยังชอบผู้ชายนะ

  วิกเตอร์ เบลมอนต์ (Viktor Belmont) อายุ 25 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ขาเกิดมาเป็นผู้หญิง แต่เขาอยากเป็นผู้ชายมาโดยตลอด เขาโตมาในฐานะสาวห้าวคนหนึ่ง และตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นผู้ชาย โดยการเข้ารับผ่าตัดเแปลงเพศ โดยการตัดเต้านมทิ้ง แต่ยังไม่ได้เพิ่มปิกาจูเข้าไป เพื่อนๆอาจจะงงว่าแล้วเรื่องของเขามันซับซ้อนตรงไหน ก็เหมือนทอมทั่วๆไป แต่เดี๋ยวก่อนเพราะ วิกเตอร์ บอกกับเราว่า “วิกเตอร์ไม่ได้ชอบผู้หญิง เขาเป็นเกย์ ซึ่งวิกเตอร์ก็เรียกตัวเองแบบนั้น และภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็น”     “สำหรับตัวผมเองนั้น ผมต่อสู้กับ ภาวะความเป็นทุกข์ในเพศสภาพ (Gender Dysphoria) ของตัวเองมาโดยตลอด ผมมีหลายอย่างที่ตัวเองปรารถนา แต่ก็มีหลายสิ่งที่ไม่ต้องการเช่นกัน ผมจะยินดีมากถ้าผมเกิดมาเป็นเด็กผู้ชาย แต่ผมทำไม่ได้ ในมุมมองทางการแพทย์นั้น ระบุว่าผมไม่ต้องการการแปลงเพศ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งผมต้องการก็คือการตัดเต้านมออก”     “ตอนที่ผมยังเด็ก ผมอยากเป็นคนที่จิตใจของผมปรารถนาจะเป็น ตอนที่ผมอายุประมาณ 7 ขวบ ผมบอกตัวเองว่า หนูเป็นเด็กผู้ชาย! นี่คือชีวิตของหนู! สิ่งที่ตามมาคือการค้นหาตัวเอง คือผมน่ะชอบผู้ชายนะ แต่ผมก็อยากเป็นผู้ชายด้วย…

แพทย์ยืนยัน “ท่าหัวปักพื้น” อันตรายมาก ทำตับ-ไตเสื่อม รุนแรงถึงขั้นหัวใจล้มเหลวได้!

  เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม ซึ่งเปิดเผยถึงเรื่องของการทำโทษด้วยท่าหัวปักพื้น มีผลทำให้เลือดที่มาเลี้ยงสมองมีแรงกดดันมากขึ้น อาจทำให้หลอดเลือดในสมองฉีกขาด ซึ่งผลข้างเคียงก็คือ ปวดหัว ตาแข็ง-มัว-เบลอ-เห็นภาพซ้อน ชักเกร็งและอ่อนแรง และบริเวณกระดูกคอที่รับน้ำหนักมากผิดปกติจากแรงกด มีผลต่อเส้นประสาทคอที่เชื่อมกับกระบังลม ความดันในสมอง ทำให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลวได้     นายแพทย์สิทธา กล่าวว่า การทำท่าโค้งอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลานาน จะทำให้เลือดไหลเข้าไปเลี้ยงตับ ไต ม้าม หัวใจ ในปริมาณที่น้อย ซึ่งจะทำให้อวัยวะเสื่อมได้ และยิ่งมีการยกขาสลับขึ้น-ลง ยิ่งอันตรายใหญ่ รวมถึงหากตะแกรงที่ศีรษะปักลงไปนั้นไม่สะอาด ก็อาจทำให้มีการติดเชื้อได้อีก และยิ่งผู้กระทำมีน้ำหนักมากหรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก     ทั้งนี้ จากการให้นักเรียนกวดวิชาเตรียมทหาร อายุ 15 ปี ลองทำท่าหัวปักพื้น พบว่าเจ้าตัวสามารถทำได้เพียง 40 วินาที และหลังจากทำเสร็จก็มีอาการมึน ปวดหัว ปวดตรงบริเวณกลางหัว และเมื่อยขา…

เเปลกเเต่จริง! เรื่องราวของครอบครัว “ไจย่า” ที่อยู่กินกันเเบบ “3 คนผัวเมีย”

ครอบครัวนี้มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน 1.Jaiya Ma (ภรรยาอายุ 39 ปี) 2.Jon Hanauer (สามีอายุ 49 ปี) 3.Ian Ferguson (สามีอายุ 44 ปี) 4.Eamon (ลูกชายของทั้งสามคน) โอเคเริ่ม ตั้งใจอ่านดีๆนะครับ ไม่งั้นงงแน่นอน ฮ่าๆๆ   เหตุการณ์มันเริ่มมาจากที่ไจย่า ได้เกิดไปตกหลุมรักกับ จอน โดยในตอนนั้น ไจย่า มีคู่หมั้นอยู่แล้วชื่อว่า โทนี่(ไม่ได้อยู่ในลิสรายชื่อนี้) แต่พอโทนี่รู้เรื่องว่า ไจย่า มีคนอื่น จึงทำให้โทนี่รับไม่ได้ จึงต้องเลิกกับ ไจย่า ไป จึงทำให้ ไจย่า ต้องย้ายมาอยู่กับ จอน หลังจากนั้น ไจย่า ก็ไปชอบคนอื่นอีก ซึ่งคนนั้นก็คือ เอียน แต่ จอน ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเห็นว่า ไจย่า มีความสุข ส่วน…

เผยชีวิตที่ปิดตายของ “ยูโตะ โอนิชิ” ชายผู้เป็น “ฮิคิโคโมริ” ขังตัวเองในห้องนานถึง 3 ปี!

  ยูโตะ โอนิชิ มีอาการที่เรียกว่า ฮิคิโคโมริ หนุ่มญี่ปุ่นวัย 18 ปี คนนี้ ตัดสินใจตัดขาดจากสังคม โดยขังตัวเองอยู่ในห้องนอนและไม่ติดต่อใครเลยถึง 3 ปี! โดย Flagfrog เคยเขียนนำเสนอเกี่ยวกับโรคนี้ไปแต่ก็ผ่านมานานแล้ว งั้นเราขออธิบายถึงอาการนี้อย่างคร่าวๆอีกครั้งละกันครับ “ฮิคิโคโมริ (Hikikomori)” หรือที่เรียกย่อๆว่า “ฮิคกี้” เป็น Phenomenon ไม่ใช่ โรค อย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยเป็นคำอธิบายถึงพฤติกรรมของเด็กที่แยกตัวออกมาจากสังคม พยายามพบเจอผู้คนให้น้อยที่สุด มักจะเก็บตัวในห้องส่วนตัว หรือในบ้านเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่ยอมไปโรงเรียน ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็อาจจะอ่านหนังสือการ์ตูน เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต ดูทีวี หรืออาจจะนั่งเฉยๆ อยู่ในห้องคนเดียวได้เป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆ จิตแพทย์ญี่ปุ่นมองว่า ฮิคิโคโมริ เกิดขึ้นได้เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากญี่ปุ่นมีระบบการศึกษาที่ต้องเคี่ยวเข็ญเด็กอย่างหนัก โดยเฉพาะกับผู้ชายญี่ปุ่นในวัย 15-39 ปี     สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ ยูโตะ เป็น ฮิคิโคโมริ เริ่มขึ้นจากการที่เขามีปัญหาจากที่โรงเรียน จนทำให้เขารู้สึกว่าการอยู่คนเดียว…

สุดสตรอง! นางงามแทนซาเนีย ทำชุดประจำชาติเอง ด้วยเงินติดตัวที่พกมา 2,600 บาท

ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 (Miss Universe 2017) ครั้งนี้ก็มีเรื่องให้เราประหลาดใจอีกแล้ว ซึ่งเจ้าของเรื่องนี้คือคุณ Lilian Ericaah (ลิเลียน เอริกาห์) นางงามแทนซาเนีย วัย 22 ปี ที่ในการแข่งขันครั้งนี้ เธอพกกระเป๋าเดินทางมาแค่ 2 ใบ มีเงินติดตัวแค่ 2,600 บาท หรือ 80 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น แต่มีความภาคภูมิใจมาแบบเต็มเปี่ยม เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 เหล่าสาวงามจาก 92 ประเทศทั่วโลกต่างก็เตรียมความพร้อมกันมาอย่างเต็มเปี่ยม สำหรับการประกวดรอบชุดประจำชาติ เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของประเทศให้โลกได้เห็น แต่ละประเทศต่างก็เริดหรูอลังการ สร้างความตื่นตาตื่นใจและเสียงฮือฮาจากผู้ชมไปได้ไม่น้อย หนึ่งในสาวงามที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคนหนึ่งก็คือ นางงามแทนซาเนีย (Tanzania) ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา     ประวัติโดยย่อ ลิเลียน เอริกาห์ เกิดและโตที่เมืองดาร์ เอส ซาลาม เมืองท่าของแทนซาเนีย เธอสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดี และพูดภาษาท้องถิ่นได้หลายภาษา ตั้งแต่ สวาฮิลี…

“Zahia Dehar” อดีตโสเภณี ค่าตัวคืนละครึ่งแสน ที่กลับใจ จนได้เป็นดีไซเนอร์ระดับโลก

  วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับ สาวสวยวัย 24 ปี “Zahia Dehar (ซาเฮีย เดฮาร์)” ที่หากย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วเธอคือ 1 ใน ดีไซเนอร์มือทองที่โด่งดังสุดขีด แต่กลับมีเบื้องหลังชีวิตก่อนหน้านี้ ที่เต็มไปด้วยเรื่อง ‘อื้อฉาวทางเพศ’ เมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยเป็น ‘โสเภณี ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ’ เธอแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่น่าอัศจรรย์ ผ่านการสัมภาษณ์ใน นิตยสาร W สาวสวยวัยสะพรั่ง เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก กับอดีตที่เคยเป็นสาวขายบริการตั้งแต่ปี 2008 และ 2009 ซึ่งแปลว่าตอนนั้นเธออายุเพียง 16 ถึง 17 ปี ในขณะที่การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมายในประเทศฝรั่งเศส แต่ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป     โดยในตอนนั้นเธอมีค่าจ้างต่อคืนสูงถึงคืนละ 42,000 บาท นั่นเท่ากับว่าปีหนึ่งเธอสามารถทำเงินได้ 1.1 ล้านบาท เลยทีเดียว แน่นอนว่าเธอกลายเป็นสาวฮอตสุดขีดเมื่อกลายเป็นขวัญใจของ 2 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส (ลองเซิจชื่อเธอแล้วตามด้วย football เดี๋ยวก็รู้ว่ามีใครบ้าง…

อินเดียโหด! ตั้งค่าหัว 50 ล้านบาท เก็บนางเอกสาว – ผู้กำกับ โทษฐานกำกับหนังฉาว

  Suraj Pal Amu (สุรัจ พัล อามู) แกนนำคนหนึ่งของพรรค BJP ได้บอกกับผู้สื่อข่าวของ The Indian Express ว่า ยินดีมอบเงินรางวัล 100 ล้านรูปี (50 ล้านบาท) ให้กับคนที่ตัดคอนัก แสดงนำหญิง Deepika Padukone (ดีพิกา ปาดูโคเน) และผู้กำกับ Sanjay Leela BhansaliX ซานเจย์ ลีลา บันสาลี เนื่องจากในหนังเรื่องหนังเรื่อง Padmavati (ปัทมาวาดี) จะมีฉากรักวาบหวิว ระหว่างราชินีของชาวฮินดูกับผู้ปกครองแคว้นที่เป็นชาวมุสลิม     โดยที่ก่อนหน้านี้เขาเคยตั้งเงินค่าหัวไว้ 50 ล้านรูปี แต่ก็ตัดสินใจเพิ่มเงินรางวัลขึ้นเป็น 2 เท่า โดยในระหว่างที่ประกาศนั้นก็ได้บอกกับผู้ฟังอีกด้วยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้มีการฉายอย่างเด็ดขาด ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเองทางโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ก็ประกาศเลื่อนการฉายทันที จากเดิมที่มีกำหนดเข้าโรงในวันที่ 1 ธันวาคม และจะยังคงเลื่อนไปเรื่อยๆอย่างไม่มีกำหนด     ปัทมาวดีถูกต่อต้านครั้งแรกในเดือน…

การทดลอง…นำ “สมองคน” ไปปลูกถ่ายให้ “หนูทดลอง” เพื่อค้นหาวิธีอัพเกรดความฉลาด

ในงานประชุมวิชาการ “นิวโรไซนซ์ 2017” งานประชุมวิชาการประจำปีของ สมาคมเพื่อประสาทวิทยา แห่งสหรัฐอเมริกา ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีทีมวิจัยอย่างน้อย 20 ทีมที่นำเสนอรายงานความสำเร็จของการปลูกถ่าย “สมองคนขนาดย่อม” ลงไปในสมองของหนูทดลอง เพื่อผลการวิจัยที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของแต่ละทีม     สมองขนาดเล็กดังกล่าวมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ซีรีบรัล ออร์แกนอยด์” หรือเรียกง่ายๆก็คือ “สมองบนจานทดลอง” โดยวิธีที่พวกเขาใช้ก็คือ นำสมองขนาดเล็กดังกล่าวมาปลูกถ่ายให้กับหนูทดลองโดยใช้ยากดภูมิต้านทาน เพื่อให้ทำหน้าที่ปล่อยเลือดไปหล่อเลี้ยงให้มีชีวิต และทำหน้าที่ของสมองส่วนดังกล่าวได้ด้วยตัวเอง ซึ่งแต่ละทีมนั้นก็มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ทีมวิจัยจากสถาบันซอลค์ ใช้การปลูกถ่ายเพื่อแสดงถึงวิธีการก่อกำเนิดหลอดเลือด ในสมองของมนุษย์ ทีมวิจัยจากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยเนบราสกา ซึ่งใช้วิธีการทำนองคล้ายคลึงกันนี้เพื่อตรวจหาการรักษาอาการดาวน์ ซินโดรม ทีมวิจัยจากสำนักการแพทย์เพเรลแมนซึ่งใช้วิธีปลูกถ่ายสมองคนลงในสมองหนู เพื่อพัฒนาเซลล์ที่จะนำมาใช้ในกระบวนการบำบัดเนื้อเยื่อสมองที่เสียหายเพื่อฟื้นฟูการทำหน้าที่ของเซลล์ประสาทในส่วนที่เสียหายดังกล่าว   แต่ทุกๆทีมกลับเจอปัญหาเดียวกันนั่นคือ การถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักจริยธรรม ซึ่งพวกเขายอมรับว่าพวกเขารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นพวกทารุนสัตว์ เพราะที่พวกเขาทำไปก็เพื่อค้นหาวิธีใหม่ๆเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์เท่านั้น     แต่สิ่งที่น่าสนใจจริงๆสำหรับเรื่องนี้ก็คือ แล้วการปลูกถ่ายสมองของมนุษย์เข้าไปในหนูทดลอง มันจะช่วยเพิ่มความฉลาดให้ได้ยังไงหล่ะ คำตอบคือ หลังจากที่ได้ทำการปลูกถ่ายสมอง…

“Perper หมอหุ่นยนต์” ที่จีนพัฒนาขึ้นให้รักษาคนไข้ สอบผ่านวิชาแพทย์ด้วยคะแนนสูงสุด!

  “Perper” หุ่นยนต์รายแรกที่จีนพัฒนาขึ้นมาให้รักษาคนไข้ โดยให้ศึกษาตำราแพทย์ 53 เล่ม หนังสือเกี่ยวข้องกับการแพทย์อีก 400,000 เล่ม พร้อมทั้งกรณีศึกษาอีก 2 ล้านกรณีกับภาพต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายล้านรูปก่อนเข้าสอบข้อเขียนทางการแพทย์ โดยเพพเปอร์ กวาดคะแนนได้ถึง 456 จากคะแนนเต็ม 600 ถือว่ามากกว่าคะแนนเบื้องต้นที่ต้องได้สำหรับการสอบผ่านที่อยู่ที่ 360 คะแนน เพพเปอร์ เป็นหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัวกับบริษัท iFlytek ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาหุ่นตัวนี้ระบุว่า หุ่นมีความสามารถในการพิเคราะห์ปัญหาและเชื่อมมุมมองกับบริบทภาพรวมได้ สามารถศึกษา หาเหตุและผล ตัดสินใจได้ ในขณะที่อีกด้านมีความทรงจำที่เหนือกว่ามนุษย์ มีความสามารถในการสะสมข้อมูลมากกว่าตลอดจนมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์มากกว่าด้วย     รายงานข่าวระบุว่า จากการเข้าสอบแสดงว่าความรู้ด้านการแพทย์ของ เพพเปอร์ มีสูงมากพอจะทำหน้าที่หมอที่ดูแลอาการไข้แบบทั่วไปคือตรวจอาการและดูแลรักษาเบื้องต้นได้ ถึงกระนั้น เพพเปอร์ ก็จะยังไม่ทำหน้าที่เป็นแพทย์อย่างทันทีทันใด แต่จะเป็นผู้ช่วยรักษาคนไข้ ต้นปีหน้านี้ เพพเปอร์ จะต้องไปเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ทำงานในคลีนิคและทำงานกับแพทย์เพื่อช่วยเหลือและเรียนรู้ไปในเวลาเดียวกัน รายงานของผู้ผลิตบอกว่า ประโยชน์ของการมีหมอหุ่นยนต์ คือจะทำให้การใช้เวลาในการพิจารณาอาการเจ็บป่วยสั้นลง และการตัดสินใจในการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าที่แทนแพทย์ เพียงแค่ทำให้มนุษย์และเครื่องจักรทำงานประสานกันสอดคล้องมากขึ้นเพื่อประสิทธิภาพของการให้บริการแก่ผู้ป่วย รายงานข่าวระบุว่า จีนนั้นขาดแคลนแพทย์ที่จะทำงานในชนบทอย่างมาก ทำให้ต้องคิดประดิษฐ์หุ่นยนต์แพทย์ขึ้นมารองรับ โดยทางประเทศจีนมีแผนระดับชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ…