iG - Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

สองตายายถูกจับ พร้อมกัญชามูลค่ากว่า 11 ล้าน มีแผนจะเอาไปเป็นของขวัญคริสต์มาส

คุณตา Patrick Jiron วัย 80 และ คุณยาย Barbara Jiron วัย 83 ถูกตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา ขณะกำลังขนกัญชาที่มีน้ำหนักรวมกันกว่า 27 กิโลกรัม และมีมูลค่ามากถึง $336,000 = 11 ล้านบาท     การถูกจับนั้นก็แสนง่ายดาย เพราะตำรวจสังเกตว่ารถคันที่คุณตาขับ ขับเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟ ตำรวจจึงเรียกให้รถหยุดเพื่อที่จะสอบถามเท่านั้น แต่เมื่อคุณตาเปิดกระจกคุยกับเจ้าหน้าที่ กลิ่นกัญชาก็เตะเข้าไปในจมูกของตำรวจทันที นั่นจึงทำให้การค้นรถเริ่มขึ้น และไม่ต้องค้นกันให้ยาก เพราะท้ายรถกระบะที่คุณตาขับนั้น อัดแน่นไปด้วยกล่องกระดาษที่ด้านในบรรจุกัญชาแยกประเภทไว้เป็นอย่างดี     คุณตาได้แก้ตัวว่า พวกเขาออกเดินทางจากบ้านที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และกำลังมุ่งหน้าไปรัฐเวอร์มอนต์ ส่วนกัญชาพวกนี้ไม่ได้มีไว้จำหน่าย เพราะจะเอาไปให้กับคนที่พวกเรารู้จัก เป็นของขวัญวันคริสมาสให้กับพวกเขาเท่านั้นเอง ตำรวจตั้งข้อหาคุณตา – ครอบครองกัญชาด้วยเจตนาที่จะส่งมอบ และไม่มีตราประทับภาษียาเสพติด คุณยาย – ข้อหาสมรู้ร่วมคิด ที่มา – dailymail Ma_noshiG – Ma_nosh…

ดาวเคราะห์น้อย “หัวกะโหลกยักษ์” กำลังมาเยือนโลก! (หลังเคยปรากฏตัวเมื่อ 2 ปีก่อน)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดาวเคราะห์น้อย ‘2015 TB145’ ขนาดกว้าง 640 ม.กำลังจะเคลื่อนตัวผ่านใกล้โลกของเราอีกครั้งในปีหน้า หลังจากมันเคยเคลื่อนตัวผ่านเข้าใกล้โลกมาแล้วเมื่อ 31 ต.ค. ปี 2558 ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีลักษณะคล้ายกับหัวกะโหลกขนาดใหญ่ จนทำให้มันได้ชื่อเล่นคือ ‘ดาวเคราะห์น้อยฮัลโลวีน’ ระยะเฉียดของโลกเมื่อปี 2558 0.0037 AU หรือ 1.3 LD ซึ่งถือว่ามีระยะเฉยีดที่ห่างกับโลกอยู่มาก ไกลกว่าดวงจันทร์ถึง 30% AU คือ ระยะทางเฉลี่ยจากโลกไปดวงอาทิตย์ / LD คือ ระยะห่างจากโลกไปดวงจันทร์     ผลการตรวจสอบในอดีตยังพบว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีสะท้อนแสงอาทิตย์เพียง 5-6% ของแสงที่ตกกระทบหรือมากกว่าถ่านหินเพียงเล็กน้อย ทำให้มันมืดมาก นักวิทยาศาสตร์ยังตั้งทฤษฎีว่า 2015 TB145 อาจเป็นดาวหางมาก่อน แต่สูญเสียน้ำและองค์ประกอบอื่นไปหมดแล้วระหว่างที่มันโคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3.04 ปี ซึ่งหมายความ มันจะเคลื่อนตัวผ่านโลกอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพ.ย. 2561     อย่างไรก็ตาม พาโบล ซานโตส-ซานซ์…

เซอร์ อัลเฟรด เมฮ์ราน ชายผู้ติดอยู่ในสนามบินนานถึง 18 ปีเต็ม! (1988-2006)

Mehran Karimi Nasseri (เมฮ์ราน คาริมี แนสเซรี) แต่ปัจจุบันได้รับยศแล้วจึงเป็น Sir Alfred Mehran (เซอร์ อัลเฟรด เมฮ์ราน) ชาวอิหร่านที่ต้องใช้ชีวิตในเลาจ์นของสนามบินชาร์ล เดอ โกล ณ กรุง ปารีส อยู่ 18 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ปี 26 สิงหาคม 1988 ถึง กรกฎาคม 2006     นั่นเป็นเพราะ แนสเซรีเคยจำคุกสมัยอยู่อิหร่านและถูกเนรเทศออกนอกประเทศ แถมยังทำเอกสารขอลี้ภัยหายจนเดินทางไปประเทศอื่นๆ ในยุโรปไม่ได้ พูดง่ายๆก็คือไร้สัญชาติ นั่นเอง และระหว่างที่ติดอยู่ในสนามบิน เขาก็เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของเขาจนกระทั่งเมื่อปี 2003 สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับชื่อดังมาเจอเข้าและขอนำเรื่องราวในหนังสือ The Terminal Man ไปสร้างเป็นหนังเรื่อง The Terminal ที่ Tom Hank รับบทเป็นเขา โดยการซื้อเรื่องราวของเขาเพื่อนำไปสร้างเป็นหนังในครั้งนี้ ทำให้ สปีลเบิร์ก…

เน็ตไอดอลชื่อดังพลาด! โพสต์คลิปหยามเจ้าพ่อยาเสพติด ถูกถล่มยิง 18 นัด ดับอนาถ

ฆวน หลุยส์ ลากูนาส โรซาเรส (Juan Luis Lagunas) วัย 17 ปี มีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกออนไลน์อย่างมาก เขามีผู้ติดตามบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กมากกว่า 1 ล้านคน, บนอินสตาแกรม 300,000 คน และบนทวิตเตอร์อีก 30,000 คน โดยมีจุดเด่นที่หน้าเด็กและอารมณ์ขัน มักโพสต์ภาพล้อเลียนตัวเองที่มีรูปร่างอ้วนอยู่เป็นประจำ     ได้โพสต์คลิปวิดิโอขณะเมา โดยกล่าวล้อเลียนถึง ออเซเกร่า เซวานเตส หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอล เมนโช่ (El Mencho) ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดในเม็กซิโก ผู้มีค่าหัวถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเน็ตไอดอลคนดังได้กล่าวไว้ในคลิปว่า “El Mencho can suck my d**k” หรือ จะมาดูดกะจ๊วบของผมก็ได้นะ     เอล เมนโช่ วัย 51 ปีเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด และเป็นหัวหน้ากลุ่ม นิว…

ค้นพบ “เห็บดูดเลือด” ในก้อนอำพันอายุ 99 ล้านปี! (แดรกคิวลาแห่งยุคไดโนเสาร์)

มีการค้นพบฟอสซิลของเห็บสายพันธุ์โบราณชนิดหนึ่ง ในก้อนอำพันที่ได้จากประเทศเมียนมา ซึ่งมีความเก่าแก่ถึง 99 ล้านปี โดยฟอสซิลตัวเห็บนี้เกาะติดอยู่ในขนของไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropods)     การค้นพบดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications โดยระบุว่าพบฟอสซิลของเห็บชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้วซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า Deinocroton draculi หรือ “เห็บที่น่าสะพรึงกลัวของแดร็กคิวลา” เห็บสายพันธุ์นี้สามารถดูดเลือดได้มากถึง 8 เท่าจากขนาดร่างกายของมัน และเป็นสิ่งที่ไม่เคยค้นพบมาก่อนจากเห็บที่มีอยู่ในสายพันธุ์ในยุคปัจจุบัน มีการค้นพบอำพันทั้งหมด  4 ก้อน โดยตัวหนึ่งติดอยู่กับขนของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายขนนก อีกตัวหนึ่งดูดเลือดเข้าไปจนพุงกาง ส่วนอีกสองตัวติดอยู่กับขนของด้วงหนังสัตว์ ดร. ริคาร์โด้ เพเรซเดอลาเฟนเต (Dr. Ricardo Pérez-de la Fuente) จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกล่าวว่า “ขนนกไดโนเสาร์ที่พบพร้อมกับเห็บดึกดำบรรพ์นี้เป็นหลักฐานชิ้นแรก ของความสัมพันธ์ระหว่างปรสิตกับไดโนเสาร์ที่มีขน”     บันทึกจากฟอสซิลได้บอกเราว่าขนไดโนเสาร์ที่เหมือนขนนกนี้ จัดอยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์ประเภท ทีโรพอด ซึ่งเป็นกลุ่มไดโนเสาร์ที่อยู่อาศัยบนพื้นราบแบบไม่มีความสามารถในการบินหรืออาจจะเป็นไดโนเสาร์กลุ่มเหมือนนกที่มีสามารถในการบินก็เป็นได้ ซึ่งฟอสซิลอำพันนี้คาดว่าอยู่ในยุคกลางครีเทเชียส และอำพันที่ค้นพบได้ยืนยันแล้วว่า ขนนกที่อยู่ด้านในไม่ใช่ขนนกที่มีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน นายเอนริเก เปนญาลแวร์ ผู้นำทีมวิจัยจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสเปน (IGME) ซึ่งค้นพบและศึกษาฟอสซิลนี้ระบุว่า “ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ถึงบทบาทของเห็บในระบบนิเวศยุคดึกดำบรรพ์ แม้ไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 66…

พบซากเรือดำน้ำที่หายไปใน World War I พร้อมลูกเรือ 35 ชีวิต หลังค้นหานาน 103 ปี

ทีมค้นหาพบซากเรือดำน้ำรุ่น HMAS AE-1 ของกองทัพเรือออสเตรเลียที่หายไประหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่หายไปจากชายฝั่งราบาอุล พร้อมลูกเรือชาวออสเตรเลียและชาวอังกฤษ 35 ชีวิต เมื่อปี 2457 ที่น่านน้ำนอกชายฝั่งเกาะดยุคแห่งยอร์ค ของปาปัวนิวกีนี ลึกลงไปกว่า 300 เมตร หลังใช้เวลาค้นหามากว่า 103 ปี มันถูกพบในน้ำลึกพื้นที่เดียวกันหลังจากปฏิบัติการค้นหาครั้งที่ 13 เริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยใช้ Fugro Equator เรือค้นหาที่ก็ถูกออสเตรเลียใช้การค้นหาเที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายไปเช่นกัน     เรือ AE1 ถูกนำเข้าประจำการในเมืองพอร์ทเมาธ์ของอังกฤษในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1914 และเดินทางไปถึงซิดนีย์ในเดือนพฤษภาคม มันมีส่วนร่วมในปฏิบัติการที่นำไปสู่การยึดครองเยอรมันนิวกินี (German New Guinea) ผู้บัญชาการกองทัพเรือออสเตรเลีย พล.ร.ท.ทิม บาร์เร็ต กล่าวว่า เรือดำน้ำถูกตรวจพบด้วยการใช้เทคโนโลยีหลายอย่างรวมถึงเครื่องวัดความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ก ยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกล และกล้องส่องน้ำลึก ทำให้การค้นพบครั้งนี้เป็นการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกองทัพเรือฯ และสามารถแก้ไขปริศนาของการหายไปที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย นอกจากนี้ เรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือลำแรกของฝ่ายสัมพันธมิตรที่สูญหายไปในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย     มารีส เพย์น…

เจาะลึก! นายพลกอร์ดอน ผู้ที่มีคอลเลคชั่นของสะสมสุดสยอง (หัวชนเผ่าเมารี 35 หัว)

  เจาะลึกประวัติ นายพลกอร์ดอน ผู้มีของสะสมสุดแปลก นั่นคือหัวของชนเผ่าเมารี 35 หัว เชื่อว่าเพื่อนๆคงจะเคยเห็นรูปนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทราบถึงประวัติจริงๆว่านายคนนี้เป็นใคร แล้วหัวที่ถูกแขวนอยู่นี่เป็นหัวของชนเผ่าใด แล้วเพราะเหตุใดเขาถึงต้องสะสมหัวของคนเหล่านี้ไว้ด้วย วันนี้ Flagfrog จะขอเล่าถึงประวัติ รูปภาพอันเป็นที่น่าสงสัยนี้ให้กระจ่างเองครับ     ชายที่เพื่อนๆเห็นคือ Horatio Gordon Robley (นายพลโฮราติโอ กอร์ดอน ร็อบเลย์) 28 มิถุนายน 1840 – 29 ตุลาคม 1930 อายุ 90 ปี ผู้เป็นทั้งทหารฝีมือดีและศิลปินที่ชอบสะสมของแปลก เรื่องราวการสะสมหัวของชนเผ่าเมารีเริ่มขึ้นเมื่อปี 1860 ในตอนนั้นนายพลที่ประจำอยู่ที่อังกฤษต้องย้ายไปประจำการที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งภารกิจที่ได้รับก็คือการล่าอาณานิคมโดยเฉพาะ… ด้วยความที่ตัวนายพลมีความหลงใหลในศิลปะและมีฝีมือด้านการรบที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้การล่าอาณานิคมของเขาสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างง่ายดาย โดยศรีษะที่นายพลเลือกที่จะเก็บนั้นจะต้องมีลายสักเท่านั้น ส่วนหัวของชาวเมารีคนอื่นๆก็จะถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ถูกเก็บมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 1896 นายพลก็ได้เดินทางกลับอังกฤษพร้อมกับคอลเลคชั่นสุดสยอง ที่มีชื่อว่า “35 mokomokai” (ศรีษะของชนเผ่าเมารี 35 หัว)    …

ในอีก 100 ปีข้างหน้า มนุษย์จะสามารถมีลูกกับหุ่นยนต์ได้!

  David Levy (เดวิด เลวี) นักเขียนหนังสือขายดี “Love and Sex With Robots” เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่หุ่นยนต์จะมีลูกกับมนุษย์ภายใน 100 ปีข้างหน้านี้ จากความก้าวหน้าของงานวิจัยสเต็มเซลล์และโครโมโซมเทียม ดอคเตอร์เลวี ได้อ้างถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Ohio State University โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญในสถาบันดังกล่าวได้สร้างชิปนาโนเทคโนโลยีขึ้นมา ซึ่งมีความสามารถฉีดรหัสพันธุกรรมเข้าในเซลล์ผิวหนังเพื่อรักษาบาดแผล เทคนิคใหม่นี้เรียกว่า tissue nano-transfection (TNT) ซึ่งจะช่วยให้รหัสพันธุกรรมของหุ่นยนต์สามารถถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตรุ่นถัดไป เช่นเดียวกับรหัสพันธุกรรมของมนุษย์     ใช้กระเเสไฟฟ้าอ่อนๆ กระตุ้นที่เเผ่นชิปเพื่อส่งรหัสพันธุกรรมเข้าไปในเซลล์เเละภายในเวลาไม่กี่นาที เซลล์ในบริเวณที่ได้รับการกระตุ้นจะถูกปรับเเต่งใหม่และเริ่มทำงานตามบทบาทใหม่ที่ได้รับ เพียงเท่านี้ เซลล์ผิวหนังก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นเซลล์ใหม่ของอวัยวะใดๆก็ได้เเล้วเเต่รหัสพันธุกรรมใหม่ โดยการทดลองได้ทำการทดลองสร้างหลอดเลือดจากเซลล์ผิวหนังในหนูทดลองเป็นผลสำเร็จ Dr. L. James Lee นักวิศวกรรมด้านชีวโมเลกุลที่ Ohio State University รายงานผลการศึกษากล่าวว่าเขาประหลาดใจมากที่พบเซลล์ผิวหนังที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเซลล์ชนิดอื่นโดยเกิดขึ้นลึกภายในเนื้อเยื่อ ประสิทธิภาพของนาโนเทคโนโลยสร้างเซลล์ใหม่นี้สามารถใช้งานได้จริงและอาจนำไปใช้งานมากกว่าเเค่รักษาบาดเเผล ซึ่งคำกล่าวและผลทดลองของทีมวิจัยก็สอดคล้องกับสันนิษฐานของ เดวิด เลวี นักเขียนชื่อดังมากทีเดียว   “การมีเพศสัมพันธ์กับหุ่นยนต์จะเป็นเรื่องทันสมัยภายในปี 2050 และพวกมันจะเป็นคู่หูที่ชวนมองของมนุษย์ ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีและความก้าวหน้าใน…

หากผึ้งหายไปจากโลกเมื่อใด เมื่อนั้นแหละคือวันที่มนุษย์ต้องสูญพันธุ์แล้วจริงๆ!

ในปัจจุบันประชากรผึ้งกำลังลดจำนวนลงอย่างน่าวิตก บางครั้งก็เป็นโรคตายกันยกรัง ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป หากวันข้างหน้าโลกของเราไม่เหลือผึ้งเลย มันจะเกิดอะไรขึ้น ?     ปรากฏการณ์การค่อย ๆ สูญพันธุ์ของผึ้ง มีความเป็นไปได้ว่าอีกไม่นานนี้ ผึ้งจะค่อย ๆ หายสาบสูญไปจากโลก หลังจากที่มีการพบว่าผึ้งที่เลี้ยงอยู่ในสหรัฐกว่าครึ่งหายสาบสูญไปจากรัง จนนางพญาไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้เพราะไม่มีอาหาร ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ถูกตั้งข้อสันนิษฐานว่ามาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ยาฆ่าแมลง การตัดแต่งพันธุกรรมในพืช หรืออาจมาจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาไฟฟ้าแรงสูงก็เป็นได้ แต่จากหลักฐานที่มีการพบว่าผึ้งได้หายสาบสูญไป ก็พอจะทำให้นักวิทยาศาสตร์ทำนายได้ว่า มันอาจจะสูญพันธุ์ไปในเวลาอันใกล้นี้ และนั่นจะส่งผลร้ายต่อพืชที่มีผึ้งเป็นตัวผลิตอย่างแน่นอน     นักวิทยาศาสตร์อธิบายวิกฤตนี้ว่า มีสาเหตุจากไวรัสตัวหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรค Colony Collapse Disorder หรือ ซีซีดี มีการคาดการณ์กันว่า เพราะจากข้อมูลพบว่า ผึ้งราว 1 ใน 3 ของสหรัฐหายไปในทุกๆ ฤดูหนาว นับตั้งแต่ปี 2549 ส่วนที่อังกฤษเช่นกัน สมาคมผู้เลี้ยงผึ้งบอกว่า ประชากรผึ้งหนึ่งในสามของผึ้ง 240,000 ตัว ตายในช่วงหน้าหนาวและใบไม้ผลิ ความสูญเสียที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพภูมิอากาศโดยปกติจะอยู่ระหว่างร้อยละ 5-10…

สหรัฐฯไฟเขียว! อนุมัติสร้าง 3 ไวรัสสุดอันตราย อ้างเพื่อทำการวิจัย จะได้หาทางป้องกัน

วันที่ 19 ธ.ค. 2017 รัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกการแบน ในหัวข้อที่ว่า “ห้ามสร้างไวรัสอันตรายที่สามารถทำให้คนตาย” ได้แล้ว โดยอ้างว่า การวิจัยไวรัสเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์และมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อต่อสู้กับการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วของเชื้อโรค ซึ่งกำลังเป็นภัยต่อสาธารณสุข     โดย DR.Francis Collins (ดร.ฟรานซิส คอลลินส์) ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติเป็นผู้ประกาศเรื่องดังกล่าว และได้เผยถึงแผนวิจัยอีกด้วยว่า จะมีการวิจัยไวรัสอันตราย 3 ชนิด ซึ่งเขาย้ำว่าการวิจัยจะเริ่มขึ้นต่อเมื่อคณะกรรมการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ตัดสินใจว่า การวิจัยมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง เท่านั้น ไวรัสโรคติดต่ออันตราย 3 ชนิดคือ – ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) – ไวรัสซาร์ส (SARS) – ไวรัสเมอร์ส (MERS) อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านที่กังวลว่า การวิจัยไวรัสเหล่านี้อาจทำให้เชื้อโรคชนิดใหม่หลุดออกมาจากห้องทดลอง และแพร่กระจายคุกคามคนหลายล้านชีวิต หากไม่มีการเก็บรักษาให้ดี     อย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อปี 2014 เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) หลายสิบนายได้รับเชื้อไวรัส แอนแทร็กซ์ โดยไม่ได้ตั้งใจ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีข่าวการพบขวดบรรจุไวรัสโรคฝีดาษจำนวนมากถูกเก็บรักษาอย่างไม่ปลอดภัยที่ห้องทดลองของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ…