iG - Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

หนุ่มแกล้งเป็นใบ้หนีคดี 12 ปี สุดท้ายถูกจับ แถมไม่ได้พูดนานจนกลายเป็นไบ้จริงๆ!

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค 2017 ได้สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ชายชาวจีนซึ่งทราบเพียงนามสกุลว่า ‘เจิ้ง’ หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ในมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออก เมื่อปี พ.ศ. 2548 หลังก่อเหตุฆ่าเมียของลุง หลังการทะเลาะมีปากเสียงรุนแรง เกี่ยวกับเงินค่าเช่าบ้านจำนวนกว่า 500 หยวน (2,482 บาท)     แกล้งเป็นใบ้ทำตัวเป็นของทานขอเงินภายใต้ชื่อปลอมว่า หวัง กุ้ย ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 33 ปี ต่อมา นายเจิ้ง ก็ย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลอันฮุย เหนือขึ้นไปราว 700 กม. และได้งานเป็นคนงานก่อสร้าง พบกับภรรยาคนที่ 2 ผ่านการแนะนำของหัวหน้า และมีลูก 1 คน โดยปิดบังตัวจริงและแกล้งพูดไม่ได้มาตลอด หลังจากตำรวจทำการสำรวจสำมะโนครัวประชากรในหมู่บ้านของเขา ทำให้เจ้าหน้าที่รู้ว่านายเจิ้งไม่มีเอกสารระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ ตำรวจท้องถิ่นเกิดความสงสัยที่เขาไม่มีเอกสารประจำตัว จึงสั่งให้มีการตรวจเลือดเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และพบว่าดีเอ็นเอใกล้เคียงกันมากกับพ่อแม่ของฆาตกรในมณฑลเจ้อเจียงรายหนึ่ง ที่ตำรวจต้องการตัวตั้งแต่ 12 ปีก่อน    …

ถอดรหัส “จดหมายปริศนา” อายุ 300 ปี ที่แม่ชีซิซิเลียน อ้างว่าถูกลูซิเฟอร์สิงให้เขียนขึ้น

ในที่สุด จดหมายปริศนาอายุมากกว่า 300 ปี ที่เขียนโดยแม่ชีชาวซิซิเลียน ซึ่งว่ากันว่าถูกซาตานสิงสู่ให้เขียนข้อความที่ไม่มีใครอ่านได้ ก็ถูกทีมนักวิทยาศาสตร์จัดการถอดรหัสข้อความออกมาได้แล้ว โดยอาศัยซอฟต์แวร์ถอดรหัสชั้นสูงช่วยในการอ่านข้อความดังกล่าว     จดหมายเก่าแก่ที่บางครั้งเรียกว่า “ปริศนาซาตาน” ดังกล่าว มีเพียง 14 บรรทัด แต่ประกอบด้วยอักขระโบราณและสัญลักษณ์หลากหลายภาษา เป็นคำบ้างเป็นวลีบ้างสับสนปนเปกันยุ่งเหยิง จนไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ แม้จะมีความพยายามศึกษา ทำความเข้าใจมาอย่างต่อเนื่องในหลายศตวรรษที่ผ่านมา จดหมายดังกล่าวเขียนโดย ซิสเตอร์ มาเรีย โครซิฟิสซา เดลลา คอนเซซิโอเน แม่ชีวัย 31 ปี ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในคอนแวนต์ พัลมา ดิ มอนเตคิเอโร บนเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ตามบันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ในวันที่ 11 สิงหาคม ปี 1676 มีผู้พบซิสเตอร์มาเรียนอนอยู่บนพื้นในห้องพัก ใบหน้าเปรอะไปด้วยหมึก มีแผ่นกระดาษบันทึกข้อความที่อ่านไม่ได้ความอยู่ในมือ     ซิสเตอร์มาเรียอ้างว่า ข้อความดังกล่าวแม้แต่ตนเองก็ไม่เข้าใจ แต่ระบุว่าเป็นสารที่ซาตานบังคับให้เธอเขียนขึ้นระหว่างเข้าสิงสู่เพื่อบีบบังคับให้ตนลงนาม อันเป็นการหันหลังให้กับพระเจ้า หันมานับถือปีศาจแทน ทีมนักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ลูดุม ในซิซิลี นำโดย…

โลกร้อนช่วยปลุก “ซอมบี้ไวรัส” ให้ตื่นขึ้น หลังอยู่ใต้น้ำแข็งมานานกว่า 75 ปี

กวางเรนเดียร์ ที่ไซบีเรีย กว่า 2,349 ตัวพร้อมใจกันตายในชั่วพริบตา เพราะพวกมันได้รับไวรัสแอนแทร็กซ์ ที่อยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งมานานกว่า 75 ปี แต่ที่มันพึ่งโผล่ขึ้นมาเป็นเพราะว่า โลกร้อนนั่นเอง นอกจากกวางเรนเดียร์ การคืนชีพของแอนแทร็กซ์ครั้งนี้ทำให้มีคนตายแล้วสองคน ขณะที่เด็ก 41 คน และผู้ใหญ่อีก 31 คน อยู่ในภาวะติดเชื้อ     ข้อมูลระบุว่าแอนแทร็กซ์ที่อยู่ในฝูงของกวางเรนเดียร์ทางตะวันตกของไซบีเรีย มีลักษณะคล้ายกับเชื้อที่พบในอวัยวะภายในของกวางเรนเดียร์ที่ตายเมื่อ 75 ปีก่อน ซึ่งศพเหล่านี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้ดินเรื่อยมา การผุดขึ้นมาจากดินของแอนแทร็กซ์อาจเกิดจากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนอัตราการละลายของพื้นน้ำแข็งบนภาคพื้นทวีปในฤดูร้อนเปลี่ยนแปลงจาก 30 เซนติเมตรเป็น 1 เมตร ลึกพอที่จะถึงบริเวณหลุมฝังศพ และมันก็ลอยฟุ้งขึ้นมาอีกครั้ง (ผมจึงตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า ไวรัสซอมบี้ คงไม่เกินจริงนะครับ เพราะมันตายไม่เป็นนั่นเอง)     นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด เพราะ Bacillus anthracis แบคทีเรียที่เป็นตัวการของโรคแอนแทร็กซ์จะผุดขึ้นมาจากดินในไซบีเรีย มันสามารถมีชีวิตอยู่ในดินได้เกือบศตวรรษ ทันทีที่น้ำแข็งละลาย สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในนั้นก็จะหลุดออกมาจากภาวะจำศีล และที่น่ากลัวมากกว่าเจ้าแอนแทร๊กซ์ก็คงจะเป็นโรคฝีดาษ ถ้าฝีดาษฟื้นขึ้นมาจากการจำศีล 120 ปี อะไรจะเกิดขึ้น…

ลัทธิบูชา “ซานตา มัวร์เต” นักบุญแห่งความตาย ผู้คุ้มครองเหล่ามาเฟียเม็กซิกัน

“ซานตา มัวร์เต” (Santa Muerte) หรือนักบุญแห่งความตาย เป็นลัทธิหนึ่งในประเทศเม็กซิโกที่มีผู้เคารพศรัทธาค่อนข้างมาก แม้ว่าจะไม่ได้รับการรับรองจากคริสตจักร เพราะถือเป็นลัทธิเทียมเท็จ มีคำสอนที่ผิดเพี้ยน และมันคือการสะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของสังคมในรูปแบบหนึ่ง     ซานตา มัวร์เต มีต้นกำเนิดจากทวีปยุโรป และแผ่ขยายไปยังโลกใหม่พร้อมกับการรุกรานของสเปน ย้อนกลับไปในสมัยศตวรรษที่ 18 คริสตจักรคาทอลิกลงมติให้ทำลายแท่นบูชาและไม่รับรองให้”ซานตา มัวร์เต” เป็นนักบุญ ช่วงทศวรรษที่ 1980 กลุ่มมาเฟีย ผู้ค้ายาเสพติด และกลุ่มอาชญากรรมอื่นๆ หันมานับถือนักบุญแห่งความตาย โดยเชื่อว่านักบุญซานตา มัวร์เต นั้นสามารถคุ้มครองให้ผู้คนรอดพ้นจากความตายได้ แต่จะเลือกให้พรเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตท้าทายความตายเท่านั้น พิธีบูชานักบุญแห่งความตายถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในปี 2001 เมื่อหญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Dona Queta. ได้นำโครงกระดูกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักบุญแห่งความตายออกมาเดินแห่บนท้องถนนในเม็กซิโก ศูนย์กลางการนับถือนักบุญแห่งความตายนั้นอยู่ในย่าน Tepito. ซึ่งถือเป็นย่านฉาวโฉ่ของอาชญากรรมประเภทต่างๆ ขณะที่อาชญากรทั่วไปขอพรให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการลักลอบขนโคเคน ผู้คนทั่วไปขอพรเรื่องความรัก เงิน สุขภาพ และอื่นๆทั่วไป     ซานตา มัวร์เต จะไม่ให้พรแก่ทุกคนที่ขอ แต่จะเลือกเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตท้าทายความตาย และเป็นคนที่ถูกสังคมทอดทิ้งอย่างแท้จริง การบูชาซานตา มัวร์เต จึงเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตในโลกที่โหดร้ายทารุณ…

“ปลาแสงอาทิตย์” ปลาสุดประหลาด ที่มีวงจรชีวิตน่าสงสารที่สุดในทะเล :(

  ปลาพระอาทิตย์ (Ocean sunfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โมลา โมลา (mora mora) เป็นปลาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะแปลกมากๆ ลำตัวของมันนั้นมีรูปร่างเป็นทรงกลม ส่วนหัวมีขนาดใหญ่มากจนดูเหมือนว่าหัวหน่ะคือทั้งตัว ขณะที่ครีบมีขนาดสั้นมาก แลดูคล้ายคล้ายครีบของฉลามยังไงยังงั้น จึงทำให้พวกมันว่ายน้ำได้ช้า(แต่ก็ว่ายเร็วพอที่จะล่าเหยื่ออย่างแมงกระพุนมากินได้ ปากของมันมีลักษณะเหมือนปากนกแก้ว แต่อ้าค้างอยู่ตลอดเวลา) พวกมันเป็นปลาที่บังคับทิศทางได้แย่สุดๆ (ไม่มีครีบหางเหมือนปลาทั่วไป) จึงเป็นเหตุให้พวกมันมักจะว่ายไปชนเรือลำใหญ่ๆอยู่บ่อยครั้ง และ เวลาถูกล่าก็มักจะหนีไม่ทันต้องกลายเป็นเหยื่อของแมวน้ำทุกที (น้ำหนัก 2.3 ตัน ยาวได้มากกว่า 3.2 เมตร)     แต่พวกมันกลับมีเกราะที่หนาอย่างมาก อ่อลืมบอกพวกมันเป็นญาติห่างๆกับปลาปักเป้านะ ปลาที่ไม่มีเกล็ด มีผิวหนังที่หนาหยาบและยืดหยุ่น และมีเมือกหนา ทำหน้าที่เสมือนเกราะหุ้มตัว บางตัวอาจมีหนังหนาถึง 15 มิลลิเมตร ลักษณะของซันฟิชประหลาดเสียจนนักชีววิทยาบางคนบอกว่า – “เหมือนปลาที่เหลือแค่ครึ่งเดียว” หรือไม่ก็เหมือน “รูปปลาที่เด็กๆวาดไว้แต่ยังไม่เสร็จ” / ในภาษาเยอรมันไม่เรียกมันว่าซันฟิช แต่เรียกว่า – “ชวิทเมนเดอร์ คอร์ปฟ์” แปลว่า – “หัวที่ว่ายน้ำได้”   ปลาที่มีชีวิตอาภัพที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล…

สหรัฐเล็งก่อตั้ง “กองพลอวกาศ” เพื่อรับมือสงครามนอกโลก! ในวันที่ 1 ม.ค. 2019

  นายไมค์ โรเจอร์ส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรครีพับลิกันจากรัฐแอละบามา ร่วมกับนายจิม คูเปอร์ ส.ส.เดโมแครตจากรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เสนอร่างรัฐบัญญัติจัดตั้งกองกำลังรบใหม่ในอวกาศขึ้นมาให้มีสถานะเป็นกองทัพอิสระ ขึ้นภายในวันที่ 1 มกราคม 2019 ทำนองเดียวกับกองพลนาวิกโยธินซึ่งอยู่ในสังกัดกองทัพเรือในเวลานี้ บทบัญญัติดังกล่าวถูกเพิ่มเติมเข้าไปในร่างรัฐบัญญัติซึ่งเรียกอย่างเป็นทางการว่า รัฐบัญญัติว่าด้วยการกำหนดอำนาจด้านกลาโหมแห่งชาติ (เอ็นดีเอเอ) โดยคณะอนุกรรมาธิการกองกำลังยุทธศาสตร์ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการทหารในอวกาศ ซึ่งผู้เสนอทำหน้าที่อยู่ในเวลานี้     ตามบทบัญญัติในร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ กำหนดให้กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา จัดตั้งกองกำลัง “กองพลอวกาศ” หรือ “Space Corp” ขึ้นเป็นกองทัพอิสระ แต่อยู่ในสังกัดกองทัพอากาศ และขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นลักษณะของการจัดตั้งหน่วยรบพิเศษขึ้นในทำนองเดียวกับที่กองพลนาวิกโยธิน แต่อยู่ในสังกัดกองทัพเรือ และขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือ (เช่นเดียวกันกับกองทัพบก) โดยทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) อีกชั้นหนึ่ง แต่ปฏิบัติการภายใต้คำสั่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ส.ส.โรเจอร์และคูเปอร์ ให้เหตุผลในถ้อยแถลงจัดตั้งกองทัพใหม่ขึ้นมาว่า เป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าภาวะการได้เปรียบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในห้วงอวกาศของสหรัฐอเมริกาที่เคยมีนั้นกำลังเสื่อมทรามลงตามลำดับ และเชื่อว่าเพนตากอน ไม่สามารถดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเฉียบขาด     กองพลอวกาศนี้จะรับผิดชอบในโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของชาติในห้วงอวกาศ ซึ่งปัจจุบันเป็นพันธกิจของกองทัพอากาศอยู่แล้ว กองพลอวกาศจะมีสถานะเทียบเท่ากองทัพ โดยมีเสนาธิการกองพลเป็นผู้บัญชาการ…

จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้ามีคนทะลึ่งไปเปิดประตูฉุกเฉิน ขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่บนฟ้า!

  ในขณะที่กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรดีนั้น ก็ดันไปคิดถึงหนัง Batman ภาค 3 ในฉากที่ Bane ปล้นเครื่องบิน แล้วก็คิดว่าเฮ้ยเครื่องบินมันเปิดอล่างฉ่างขนาดนั้นคนในเครื่องมันไม่เป็นอะไรเลยหรอ จากนั้นก็ทำการ research รัวๆ จนได้คำตอบว่า ขอโทษนะครับ ไอ่บ้าเอ้ย ชีวิตจริงมันน่ากลัวกว่าในหนังเย้อออ! ทั้งนี้เหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกับเรื่อง World War Z มากที่สุด ในฉากที่ brad pitt จำเป็นที่จะต้องระเบิดเครื่องบินเพื่อให้รอดจากฝูงซอมบี้ ความดันอากาศที่ลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่คาดคิดในสภาพแวดล้อมปิดเช่นบนเครื่องบินนั้น สามารถเกิดขึ้นได้หากประตูเครื่องบินถูกเปิดออกในระหว่างเที่ยวบินหรือการที่หน้าต่างเครื่องบินถูกทำลายจนเสียหาย ซึ่งหลายคนคงนึกถึงเหตุการณ์โจรกรรมเครื่องบินอย่างในภาพยนตร์ แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วความดันอากาศที่ลดลงอย่างไม่สามารถควบคุมได้นี้อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องด้วยความไม่ความสมบูรณ์ของโครงสร้างของเครื่องบินหรือการซ่อมแซมที่ไม่ดีพอ     หากว่าประตูเครื่องบินถูกเปิดออกในระหว่างเที่ยวบินขึ้นมาจริงๆ ผู้โดยสารที่อยู่ใกล้บริเวณประตูจะถูกขับออกนอกตัวเครื่องบิน อุณหภูมิในห้องโดยสารจะลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงในระดับที่สามารถกระตุ้นให้เกิดสภาวะฟรอสไบท์ (Frostbite) หรืออาการที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อในร่างกายถูกทำลายจากอุณหภูมิที่เย็นจัดได้ ซึ่งจะเริ่มที่อาการแสบระคายเคืองที่ผิวหนัง จากนั้นผิวสีแดงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดร่วมกับการมีแผลพอง ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ จนในที่สุดเนื้อเยื่อจะตายจากการถูกทำลายเนื้อเยื่อในทุกชั้นผิว ในระหว่างที่ความดันอากาศลดลง ส่วนใหญ่แล้วคนเราจะยังพอมีสติอยู่ในระหว่าง 15 – 20 วินาที อาจฟังดูเป็นเวลาที่มากพอจะดึงหน้ากากออกซิเจนมาใช้ และจัดการหน้ากากออกซิเจนนั้นให้กับเด็กที่นั่งอยู่ด้านข้าง แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เวลาที่มีอาจไม่เพียงพอที่จะตั้งสติได้ เว็บไซต์ rd…

“ซีแลนเดีย” ทวีปปริศนา ใต้มหาสมุทร ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ

หากคุณคิดว่ารู้จักทั้ง 7 ทวีปของโลกดีแล้วล่ะก็ ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะทวีปใหม่ในนาม “ซีแลนเดีย” กำลังรอการยอมรับในฐานะทวีปที่ 8 ของโลก (โลกของเราแบ่งออกเป็น 7 ทวีป ได้แก่ แอฟริกา ยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา)     ซีแลนเดีย (Zealandia) เป็นดินแดนที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกทางฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และดินแดนแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินกอนด์วานา (Gondwana) ในอดีตก่อนจะแยกตัวออกมาเมื่อประมาณ 75 ล้านปีก่อน เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยของสมาคมธรณีวิทยาอเมริกา ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการโดยระบุว่า ซีแลนเดีย ควรได้รับการจัดให้เป็นทวีปใหม่ เพราะดินแดนดังกล่าวมีเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาเด่นชัดที่เข้าเกณฑ์การเป็นทวีปเช่นเดียวกับดินแดนอื่นๆ รวมถึงพื้นที่ยกตัวเหนือบริเวณรอบๆ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีที่แตกต่างอย่างชัดเจนและมีเปลือกโลกที่หนากว่าบริเวณพื้นมหาสมุทรค่อนข้างมาก     ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้แถลงถึงการออกสำรวจทวีปใหม่นี้ โดยเรือขุดเจาะ Joides Resolution จะขุดสำรวจตะกอนดินและหินที่กองอยู่ใต้พื้นมหาสมุทร เพื่อหาคำตอบว่าภูมิภาคดังกล่าวนี้มีพฤติกรรมอย่างไรตลอดหลายสิบล้านปีที่ผ่านมา ตะกอนที่ถูกขุดเจาะนั้นจะนำขึ้นมาศึกษาบนเรือ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาเกี่ยวกับอดีตของมหาสมุทร สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว สิ่งมีชีวิตใต้พท้นมหาสมุทร แผ่นเปลือกโลก รวมถึงบริเวณที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว “ซีแลนเดียเป็นบริเวณที่สำคัญมากในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก โดยขณะที่ออสเตรเลียขยับขึ้นเหนือนั้นก็เกิดทะเลทัสแมนขึ้น…

นักสำรวจเฮ! ค้นพบ “จระเข้ยักษ์โบราณ” อายุ 130 ล้านปี ใต้ทะเลทรายซาฮารา

  เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2016 มีการค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ มาคิโมซอรัส เร็กซ์ เป็นจระเข้ขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายกับจระเข้ในปัจจุบันใต้พื้นทะเลทรายซาฮารา โดยมีอายุประมาณ 130 ล้านปีก่อน ซากดังกล่าวมีความกว่า 10 เมตร ณ ประเทศตูนีเซีย บริเวณพื้นที่ทะเลทรายซาฮารา     นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันเป็นซากของ มาคิโมซอรัส เร็กซ์ (Machimosaurus rex) เป็นซากของจระเข้ขนาดใหญ่คาดว่าเป็นสายพันธุ์จระเข้น้ำเค็ม อาศัยในทะเลในช่วงยุคดึกดำบรรพ์ กระโหลกที่มีขนาดกว่า 1.5 เมตร และมีขนาดใหญ่กว่าจระเข้ปัจจุบันถึง 2 เท่า โดยบริเวณปากมีลักษณะเรียวเล็กคล้ายกับตะโขง คาดว่าหนักถึง 3 ตัน ขณะที่ ซาร์โคซูคัส จระเข้ดึกดำบรรพ์อีกสายพันธุ์หนึ่งอาศัยแถบน้ำจืดซึ่งมีขนาดและความยาวใกล้เคียงกันมาก คาดว่าอาศัยอยู่ในต้นยุคครีเทเชียส     – นักวิทยาศาสตร์สันนิฐานว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทะเลมาก่อนต่อมาเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก เวลาผ่านไปพื้นที่ดังกล่าวแห้งกลายเป็นพื้นดินในที่สุด หรือข้อสันนิฐานอีกอย่างหนึ่งคือ พื้นที่นั้นอาจเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่มาก่อน ยิ่งช่วยยืนยันทฟษฏีที่ว่า ในอดีตนั้นทะเลทรายซาฮาราที่ตอนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีอากาศร้อนที่สุดในโลก นั้นเคยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และมีอากาศหนาวจนแหล่งน้ำทั้งหมดเย็นจนเป็นน้ำแข็ง     –…

NASA เผยโปรเจคท้านรก ส่งยาน “สำรวจดวงอาทิตย์”​ ความร้อนกว่า 5 พันองศา!

  นาซาเปิดตัวโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2008 ว่า โดยยาน โซลาร์ โพรบ พลัส มีกำหนดปล่อยสู่อวกาศในช่วงฤดูร้อนปี 2018 ยานจะถูกส่งไปโคจรรอบดวงอาทิตย์ภายในระยะห่าง 6.4 ล้านกิโลเมตร จากพื้นผิวของดาวฤกษ์ดวงนี้ซึ่งมีความร้อนมากกว่า 5,500 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ยานลำนี้ต้องสัมผัสความร้อนและรังสีอย่างที่ไม่เคยมียานลำใดเคยสัมผัสมาก่อนในประวัติศาสตร์ จนกระทั่งเมื่อ 27 ก.ย.ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) เปิดตัวโครงการส่งยานสำรวจ Parker Solar Probe (ปาร์กเกอร์ โซลาร์ พรู็บ) ฝ่าความร้อนของดวงอาทิตย์ เป็นครั้งแรก โดยนิกกี้ ฟ็อกซ์ นักวิทยาศาสตร์นาซาของโครงการนี้ ว่ายาน Parker Solar Probe ซึ่งเป็นยานสำรวจล่าสุดของนาซากำลังถูกเตรียมการณ์เพื่อฝ่าชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน     พวกเรากำลังไปสำรวจโคโรนา (พลาสมาชนิดหนึ่งในชั้นบรรยากาศ หรือโครงสร้างชั้นนอกสุดที่ห่อหุ้มดวงอาทิตย์) ซึ่งนับเป็นปริศนาลึกลับมากมายของบรรดานักวิทยาศาสตร์มานานหลายร้อยปี เกี่ยวกับการทำงานของหลักฟิสิกส์บนดาวฤกษ์ต่างๆ ผลลัพธ์ของข้อมูลที่ได้จะช่วยยกระดับการพยากรณ์ปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในอวกาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตบนโลก รวมทั้งดาวเทียมและนักบินอวกาศ จิม คินนิซัน วิศวกรด้านระบบปฏิบัติการของภารกิจยานสำรวจ Parker Solar…