หากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG – Ma_nosh
ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 เขียนไปแล้วประมาณ 10,000 เรื่อง

ปรากฏการณ์ “การตายอย่างโดดเดี่ยว (โคโดคูชิ)” ที่ตอนนี้เป็นปัญหาระดับชาติของญี่ปุ่น

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชายชราวัย 80 ปีคนหนึ่งถูกพบศพหลังจากเสียชีวิตนานกว่าหนึ่งเดือนภายในห้องพักกลางกรุงโตเกียว เหตุการณ์น่าสลดใจเช่นนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ที่ประชากรเกือบหนึ่งในสี่เป็นผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว     “โคโดคูชิ” หรือ การตายอย่างโดดเดี่ยว ที่กำลังเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุมากกว่า 127 ล้านคน (ประชากรอายุเกิน 65 ปี มีสัดส่วนถึง 27.7%) และชาวญี่ปุ่นในวัยกลางคนจำนวนมาก ล้มเลิกความพยายามหาคู่ครอง แต่เลือกอยู่โดยลำพังแทน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นส่วนผสมของวัฒนธรรรมอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่น ตลอดจนปัจจัยด้านสังคมและโครงสร้างประชากร ไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่า คนที่เสียชีวิตลำพังโดยไม่มีใครรู้จนล่วงไปหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ มีจำนวนเท่าใดแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่า ราว 3 หมื่นคนต่อปี (ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวมากกว่า 5 ล้านคนทั่วญี่ปุ่น โดยจำนวนนี้คือคนที่อยู่คนเดียวจริงๆ ไม่มีญาติพี่น้องมาดูแลเลย)     เชื่อว่าตัวเลขแท้จริง น่าจะสูงกว่านี้ 2 – 3 เท่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างขนานใหญ่ แต่เครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมของประเทศปรับตัวไม่ทัน ภาระดูแลผู้สูงอายุยังอยู่กับครอบครัวเป็นหลัก คัตทึฮิโกะ ฟูจิโมริ ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการ จากสถาบันวิจัยและข้อมูลมิซูโฮ…

เรือสำราญวุ่น! ผู้โดยสารเกือบ 200 ชีวิต ป่วยท้องเสีย ระหว่างอยู่กลางมหาสมุทร

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผู้โดยสารจำนวนมากเกือบ 200 ชีวิต บนเรือสำราญโอเวชั่น ออฟ เดอะ ซีส์ (Ovation of the Seas) เกิดป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหาร ในระหว่างที่กำลังออกเดินทางท่องไปกับเรือกลางมหาสมุทร โดยมีเส้นทางจากประเทศสิงคโปร์ มุ่งหน้าไปยังนครโฮบาร์ต ในประเทศออสเตรเลีย     รายงานเผยว่า เรือสำราญลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร ซึ่งเป็นแขกและลูกเรือ จำนวนทั้งสิ้น 5,800 ราย โดยหลังจากเรือออกเดินทางได้ 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ พบว่า ผู้โดยสารจำนวนมากถึง 195 ราย มีอาการท้องเสียและอาเจียน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของผู้โดยสารทั้งหมดบนเรือ ทางเจ้าหน้าที่ของทางเรือ ได้จัดการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคบนทางเดินภายในเรือ ทั้งนี้มีรายงานว่า ได้มีการปิดการเข้าถึงห้องอาหารบนเรือ ระงับบริการอาหารแบบหยิบมือ รวมทั้งกิจกรรมการทัวร์ห้องครัวก็ถูกยกเลิกไปด้วย     ผู้โดยสารรายหนึ่ง เผยว่า ทางเรือพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อควบคุมสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้โดยสารล้างมืออย่างน้อยวันละไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง…

การของบก้อนใหญ่ที่สุดในปวศ. 2.2 หมื่นล้าน เพื่อช่วย 91 ล้านคน จากภาวะสงคราม!

UN: United Nations (องค์การสหประชาชาติ) ได้ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณมูลค่า 2 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์  เพื่อนำไปใช้ ช่วยเหลือประชากรโลกจำนวน 91 ล้านคน ที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาวะสงคราม ภัยธรรมชาติ โรคระบาดและการถูกบับคับย้ายถิ่นฐาน   Mark Lowcock (มาร์ค โลว์ค็อก) ระบุว่า กลุ่มประชากร 91 ล้านคนใน 26 ประเทศที่ระบุมาในคำของบประมาณ ถือเป็นผู้เผชิญวิกฤติในระดับสูงมากที่สุดซึ่ง จากทั้งหมด 136 ล้านคน จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อให้การช่วยเหลือโดยด่วน (แต่ก็ยังมีประชากรโลกอีก 45 ล้านคนที่ยังต้องได้รับความช่วยเหลือ) นายโลว์ค็อก เสริมว่า พลเมืองเยเมนมากถึง 20 ล้านคนจากประชากรทั้งสิ้น 25 ล้าน ก็กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมไปถึงผู้คนมากถึง 8 ล้านคนที่กำลังสุ่มเสี่ยงที่จะประสบวิกฤติขาดแคลนอาหาร จากสงครามกลางเมืองที่มีอิหร่านและซาอุดิ อาระเบียเป็นผู้สนับสนุนนักรบสองฝ่ายที่เป็นคู่อริกันทั้งทางด้านการเมืองและศาสนา (ใน 1 วันจะมีเด็กกว่า 130 คนที่เสียชีวิต ที่เยเมน) หากเราไม่มีสิ่งนี้…

NASA เผย 10 ปีมานี้ “หลุมดำ” ได้กลืนกินดวงดาวอย่างบ้าคลั่ง! (ทำให้มันโตขึ้นเรื่อยๆ)

นักดาราศาสตร์จาก NASA ศึกษาแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ที่มีชื่อรหัสว่า “XJ1500+0154” เพราะขณะนี้กำลังมีการกลืนกินอยู่ในกาแล็กซีขนาดเล็ก โดยอยู่ห่างจากโลกไป 1.8 พันล้านปีแสง หรือประมาณ 17,000 ล้านล้านล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ดาวฤกษ์ถูกฉีกออกเป็นส่วนๆด้วยแรงโน้มถ่วงสูงของหลุมดำ     หลุมดำเป็นบริเวณในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล สามารถดูดดึงดวงดาวที่โคจรอยู่ใกล้ๆให้ลงไปในหลุม นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวแฮมพ์เชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยถึงการตรวจพบหลุมดำดูดกลืนดวงดาวอย่างบ้าคลั่งทำสถิติเป็นประวัติการณ์ในช่วง 10 ปีนี้ และยังสวาปามอย่างไม่ยอมหยุด ส่วนจำนวนนั้นไม่อาจนับได้ เพราะมีทั้งดาวเล็กดาวใหญ่ ถูกดูดกลืนไปตลอดเวลา ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์รังสีเอ็กซ์ 3 แห่ง ได้แก่ Chandra ,Swift และ XMM-Newton จับภาพการเคี้ยวระดับมหึมา ซึ่งทำให้มีการระเบิดของรังสีขณะดวงดาวถูกกลืนเข้าสู่หลุมดำที่มีอุณหภูมิสูงหลายล้านองศา ด้านนักดาราฟิสิกส์จากศูนย์ฮาร์วาร์ด สมิธโซเนียน ให้ความเห็นว่าส่วนใหญ่เรารับรู้เกี่ยวกับหลุมดำว่ามันจะเติบโตขึ้นขึ้นเรื่อยๆ แต่การพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากำลังมีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดา เพราะมันยังคงปลดปล่อยรังสีเอกซ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้เป็นเรื่องประหลาดสำหรับนักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก และมีการค้นพบเพิ่มเติมว่า มีหลุมดำ ณ ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 100,000 เท่า ที่มา – dailymail Ma_noshหากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่…

โรงงานไวอากร้า ในไอร์แลนด์ปล่อยสาร ทำคนทั้งเมืองเกิดอารมณ์ทางเพศ

เป็นเรื่องที่ยากแต่ก็ต้องรับให้ได้ เมื่อคุณต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตยากระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ     เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เว็บไซต์ Thetimes ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ผู้คนในหมู่บ้าน Ringaskiddy ประเทศ ไอร์แลนด์ หลังจากมีข่าวว่า ไฟเซอร์จะจำหน่ายไวอากร้าตามร้านขายยาในประเทศอังกฤษแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างเสียงตลกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่จะเพราะอะไร เรามาอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้คนในหมู่บ้านกันเลย พวกเขาได้ร้องเรียนโรงงานผลิตยาไฟเซอร์ว่า “พวกเขาได้ปล่อยสารกระตุ้นที่ใช้ในการผลิตยาสู่อากาศมาเป็นเวลานาน จนตอนนี้มันเริ่มทำให้ผู้คนในเมืองรู้สึกคึกคักเกินปกติแล้ว” “แค่การสูดลมหายใจเข้านิดหน่อย คุณก็จะเริ่มแข็งตัวแล้ว” – Debbie O’Grady หนุ่มบาร์เทนเดอร์ ท้องถิ่นกล่าว “ไอระเหยนี้ไม่ได้กระทบแค่มนุษย์เราเท่านั้น แต่มันยังกระทบถึงเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ด้วย เพราะตอนนี้สุนัขที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเริ่มเดินออกหาคู่ผสมพันธุ์ไปทั่วเมือง ลองสังเกตพวกมันดีๆสิพวกมันกำลังต้องการผสมพันธุ์!” “ฉันคิดว่า สารไวอากร้า จะต้องปนเปื้อนเข้าไปในแหล่งน้ำของหมู่บ้านแล้วแน่ๆ ฉันค่อนมั่นใจเพรามันเกิดขึ้นในตอนเริ่มแรกของการผลิต ก่อนที่พวกเขาจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด” – Fiona Toomey หญิงสาววัย 37 ที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ที่ Albany ซึ่งเธอเคยทำงานที่โรงงานไฟเซอร์ ชาวบ้านหลายคนหัวเราะก๊ากกับข่าวที่ว่า ไฟเซอร์จะจำหน่ายไวอากร้าตามร้านขายยาในประเทศอังกฤษแล้วในปี 2018 หลังจากที่รอมานาน – “น่าเสียดายที่พวกเขาต้องเสียเงินเพื่อที่จะได้ใช้ยานี้ แต่สำหรับพวกเรา เราได้ใช้มันฟรีๆมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ฮ่าๆๆ”…

เร่งล่าโจรขโมย “ตุ๊กตายาง” ตัวละ 150,000 บาท “Limited แบบนี้พี่อดใจไม่ไหวจริงๆ”

  เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา 6 โมงเช้าวันอาทิตย์  ได้เกิดเหตุปล้นร้านขายของเล่นผู้ใหญ่ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยขโมยเลือกที่จะขโมยสินค้าเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ ตุ๊กตายางชื่อว่า Dorothy (โดโรธี) ที่มีราคาสูงถึง $4,500 – $5,000 ดอลลาร์ (150,000 บาท) โดยสัดส่วนของตุ๊กตาตัวนี้เรียกได้ว่ามีึความคล้ายคลึงกับมนุษย์ค่อนข้างมาก ส่วนสูง 168 ซม. และขนาดหน้าอกที่น่าจะประมาณ 600 ซีซี     โดยกล้องวงจรปิด สามารถจับภาพชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อสีดำ ปล้อยเสื้อดำแทบแดง ทำการพังประตูกระจกเพื่อเข้าไปทำภารกิจช่วยแม่นาง โดโรธี ตำรวจคาดว่า โจรรายนี้น่าจะวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะใช้เวลาไม่นานก็ทำภารกิจเสร็จลุล่วงแต่อาจจะเป็นเพราะความ เ__ เลยไม่ได้สังเกตอย่างรอบคอบว่าบริเวณที่จอดรถหลังร้านก็มีกล้องเหมือนกัน โดยตอนนี้ตำรวจได้ประกาศว่า หากมีใครพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ทุกเมื่อ แถมยังปล่อยมุขออกมาด้วยว่า เราไม่รู้ว่า “โดโรธี จะเป็นอย่างไรบ้าง จะปลอดภัยสบายดีหรือเปล่า เราไม่รู้อะไรเลย” ที่มา – dailymail   Ma_noshหากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่…

Dr.Death คิดค้นเทคโนโลยี “ตู้ช่วยฆ่าตัวตาย” ทางเลือกใหม่ สำหรับคนอยากการุณยฆาต

การการุณยฆาต (Euthanasia) คือการช่วยให้ผู้ป่วยพ้นทุกข์ด้วยความตาย โดยความสมัครใจของผู้ป่วยเอง แบ่งออกเป็น 2 ประเภททั้งแบบ Passive ซึ่งหมายถึงการระงับการรักษา หรือแบบ Active ที่แพทย์จะให้ยาที่ทำให้ผู้ช่วยเสียชีวิตในระยะเวลาสั้นๆ ในประเทศไทย วิธีนี้ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายว่ามีความผิดทางอาญา แต่ในบางประเทศ อย่างเช่น เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ การช่วยผู้ป่วยให้จากไปตามความประสงค์ของพวกเขาเป็นการกระทำที่ถูกยอมรับ อย่างเช่นในหนังเร่ือง Me Before You ที่พระเอกพิการช่วงล่าง และรู้สึกทรมานจากการเจ็บป่วยจึงตัดสินใจที่จะทำการุณยฆาต นั่นเอง (หนังดีมาก ซึ้งมาก ส่วนตัวชอบแม่มังกร เอ้ย คนละเรื่อง)     ด้วยความร่วมมือระหว่างคุณหมอจากประเทศออสเตรเลีย ดร.ฟิลลิป นิชกี้ (ฉายา Dr.Death เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำการุณยฆาต) และวิศวกรชาวดัตช์ อเล็กแซนเดอร์ แบนนิค ทั้งคู่ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ช่วยให้คนสามารถฆ่าตัวตายได้แบบไม่เจ็บปวดหรือทรมาน และที่สำคัญคือคนที่เลือกจบชีวิตด้วยตัวเองเป็นผู้กระทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เครื่องนี้มีชื่อว่า Sarco ตัวฐานผลิตจากเครื่อง 3D Print การทำงานของเจ้าเครื่อง Sarco จะปล่อยก๊าซไนโตรเจนเข้ามาในแคปซูลหลังจากที่กดปุ่มให้เครื่องเริ่มทำงาน ภายในเวลา 1…

ผู้นำคิมทดสอบนิวเครียร์ถี่เกิน คุมรังสีพิษไม่อยู่ – ทารกเกิดมาพิการ ชาวบ้านป่วย “โรคผี”

  คำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือกว่า 30 คน ที่ข้ามพรมแดนเข้ามาจากทางฝั่งเขตปกครองคิลจู ว่าการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินของเกาหลีเหนือทำให้มีรังสีแผ่อยู่ในบริเวณ ส่งผลให้ทารกที่เกิดออกมาพิกลพิการ ส่วนชาวบ้านจำนวนมากล้มป่วย แม้ว่าคำกล่าวอ้างนี้นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ายังพิสูจน์อะไรไม่ได้มากนัก แต่อาการป่วยที่ปรากฏนั้นเป็นไปได้สูงว่าผลมาจากรังสีของการทดสอบอาวุธ ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้เขตพุงกเยรี ซึ่งเกาหลีเหนือเริ่มทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2549 ในยุคของ คิม จองอิล พ่อของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของปัจจุบัน     อี จองฮวาน ผู้แปรพักตร์หญิงคนหนึ่งที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง แม้ว่าตอนนี้ร่างกายปลอดจากรังสีแล้ว แต่หญิงสาวกล่าวโทษการทดสอบนิวเคลียร์ว่าเป็นต้นเหตุให้ชาวบ้านล้มป่วยจำนวนมาก และเรียกอาการป่วยนี้ว่า โรคผี หรือ ghost disease – “เราต่างคิดว่าเรากำลังจะตาย เพราะว่าเราจน และก็ไม่มีอะไรจะกิน พอตอนนี้ยังมีรังสีเพิ่มขึ้นมาอีก”     ด้าน รี ยองซิล ผู้แปรพักตร์อีกคนเล่าว่า เห็นทารกแรกเกิดพิกลพิการ รูปร่างและอวัยวะผิดส่วน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นเพศชายหรือหญิง เพราะเหมือนไม่มีอวัยวะเพศ ในเกาหลีเหนือถ้าเด็กออกมาลักษณะนี้ ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็จำเป็นต้องทำให้เด็กตาย ทั้งอีและรีต่างไม่รู้ว่า ในช่วงเวลานั้นมีการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ มารู้อีกครั้งว่าแรงสั่นสะเทือนช่วงนั้นคืออะไร หลังจากหลบหนีออกมาแล้ว คูเน ยูล อาจารย์คณะวิศวกรรมนิวเคลียร์…

ผุดศาสนาใหม่ “Way of the Future” หรือ “ลัทธิปัญญาประดิษฐ์” (บูชา AI เท่าพระเจ้า)

Anthony Levandowski อดีตพนักงานของ Google คือผู้ก่อตั้งศาสนาปัญญาประดิษฐ์ Way of the Future ชื่อย่อ WOTF โดยมีเป้าหมายคือ ทำให้การเปลี่ยนแปลงโลกจากยุคแห่งมนุษย์ไปสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์เป็นไปอย่างสงบสุขและน่าเคารพนับถือ     เขาให้เหตุผลในการก่อตั้งศาสนานี้ว่า “ในอนาคตปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดกว่ามนุษย์ ในสมัยก่อนมนุษย์ต้องพึ่งแต่วิทยาการทางด้าน ชีววิทยาเท่านั้นในการพัฒนาศักยภาพ แต่ในปัจจุบันมนุษย์สามารถมองข้ามชีววิทยาไปได้เลย เพราะ ปัจจุบันมนุษย์พิสูจน์แล้วว่าเผ่าพันธ์ของเราสามารถใช้ปัญญา (intelligence) ได้อย่างดีเลิศขนาดไหน และด้วยเหตุนี้เราย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้หุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทอยู่ในสังคมของมนุษย์เรา เพื่อพัฒนาศักยภาพของโลกใบนี้อย่างก้าวกระโดด” “ถ้าคุณมีลูกที่คุณรู้ว่าจะมีความสามารถพิเศษแน่ คุณจะเลี้ยงเขาขึ้นมายังไง​” Anthony ตั้งคำถาม “ตอนนี้เราอยู่ในขั้นตอนการเลี้ยงพระเจ้า ฉะนั้นเราก็ควรมั่นใจว่าเราจะเลี้ยงเขาขึ้นมาด้วยวิธีที่ถูกต้อง มันเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่นะ”     กิจกรรมหลักของ Way of the Future จะเน้นไปที่ การตระหนักรู้ ยอมรับ และบูชาพระเจ้าที่มีรากฐานเป็นปัญญาประดิษฐ์ และชี้นำให้การเปลี่ยนแปลงจากโลกของมนุษย์ไปเป็นโลกของมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นโดยสงบเรียบร้อยและเปี่ยมไปด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน สำหรับบทสัมภาษณ์นี้ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ อียิปต์ ยกให้อิมโฮเทพ เป็นหนึ่งในพระเจ้าทั้งๆที่เค้าก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดา แต่ด้วยความเก่งในแทบจะทุกเรื่อง ผู้คนเลยมองเขาเป็นเทพองค์หนึ่งที่มีความสามารถเกินมนุษย์ “ปัญญาประดิษฐ์” อาจไม่ใช่พระเจ้าในแง่มุมที่เราสามารถขอพรขอฝนได้ แต่ถ้ามีอะไรบางอย่างที่ฉลาดกว่ามนุษย์เป็นพันล้านเท่า คุณจะเรียกมันว่าอย่างอื่นหรือ?…

เปิดแฟ้มคดีดัง มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ไม่ยอมจ่ายสักดอล! (หลานถูกเรียกค่าไถ่-ตัดหู)

ในเดือนกรกฎาคม 2516 จอห์น พอล เก็ตตี้ที่ 3 (J. Paul III) เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่มีนิสัยหัวรั้น เป็นพวกไม่สนใจโลก มักขัดใจคนที่บ้าน หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นจิตรกรในกรุงโรม ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่จู่ๆก็ถูกคนร้าย 3 คน ลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งเหตุการณ์นี้กลับทำลายชีวิตเด็กหนุ่มไปตลอดกาล     โดยคนร้ายพยายามจะเรียกร้องเงินจำนวนมหาศาลถึง 17 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.53 ร้อยล้านบาท) เพราะคนร้ายรู้ดีว่าเด็กหนุ่มรายนี้เป็นหลานแท้ๆ ของ จอห์น พอล เก็ตตี้ (J.Paul Getty) อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันเจ้าของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานั้น แต่แล้วทุกอย่างที่คนร้ายวางแผนไว้กลับผิดแผนไปทั้งหมด เพราะอย่างที่ผมเกลิ่นไปข้างต้นว่า ด้วยอุปนิสัยที่ชอบขัดใจปู่อย่างรุนแรง จึงทำให้การส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ ที่คนร้ายได้ส่งมายังครอบครัวของเด็กหนุ่มนั้น ดูไม่น่าเชื่อถือและดูเหมือนกับการสร้างสถานการณ์ว่าเด็กหนุ่มต้องการขอเงินจากที่บ้านรึเปล่า จนเวลาล่วงเลยมาอีก 3 เดือน ความจริงที่น่าตกใจก็ชัดเจนขึ้น เพราะพวกคนร้ายเริ่มใช้ไม้แข็งแล้ว     คนร้ายที่ทนไม่ไหวต่อการเมินเฉยของครอบครัวจึงลงมือเฉือนใบหูของเด็กหนุ่ม และส่งมันไปถึงหนังสือพิมพ์เจ้าหนึ่ง ในตอนนั้นเองที่แม่ของเด็กหนุ่มรู้อย่างแน่ชัดว่าการลักพาตัวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง!…