iG - Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

ซาอุดีฯถูกเจ้าหน้าที่เผยหมดเปลือก ถึงการเสนอให้เจ้าชายมอบทรัพย์ 70% เพื่อแลกกับอิสระ

ที่ปรึกษาของเชื้อพระวงศ์ซาอุดีอาระเบียที่ถูกควบคุมตัวจากการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทั้ง เจ้าชาย อดีตรัฐมนตรี และนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศ ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 201 คน ต่างได้รับข้อเสนอจากรัฐบาลให้มอบทรัพย์สินของตนเอง 70% ให้แก่รัฐบาล เพื่อแลกกับอิสระ   นักธุรกิจรายใหญ่คนหนึ่งตกลงยินยอมมอบทรัพย์สิน 70% ให้แก่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า การส่งมอบทรัพย์สินจะเป็นไปในลักษณะใด ขณะที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ และจากการคาดการณ์ของนักการตลาดระบุว่า หากกลุ่มเจ้าชายและนักธุรกิจรายใหญ่ที่ถูกทางการซาอุดีอาระเบียควบคุมตัวยอมมอบทรัพย์สินให้แก่รัฐบาล จะส่งผลให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้รับเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอต่อการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ที่รัฐบาลเผชิญมาอย่างต่อเนื่องติดต่อการหลายปี เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง เฉพาะปี 2016 รัฐบาลซาอุดีอาระเบียขาดดุลงบประมาณถึง 79,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนี่ก็อาจเป็นเหตุผลที่รัฐบาลซาอุดิอาราเบียเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลของประเทศ     และหนึ่งในเชื้อพระวงศ์พระองค์สำคัญของซาอุดีอาระเบียที่ถูกควบคุมตัวจากการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งนี้ คือ เจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล ซึ่งเป็นประธานบริษัทคิงดอม โฮลดิง บริษัทด้านการลงทุนชื่อดังของซาอุดีอาระเบีย และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเครือบริษัทชั้นนำของโลก เช่น โฟร์ซีซัน, ซิตี กรุ๊ป, ทวิตเตอร์ และแอปเปิล นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 34 ของโลก อีกด้วย และนี่ก็คือ…

เจค จิลเลนฮาล พระเอกหุ่นฟิตหน้าหล่อจาก “Southpaw” อาจได้เป็น “Batman” คนต่อไป!

  อ้างอิงจาก Movieweb ถึงคำบอกเล่าของ John Campea ผู้กำกับและพิธีกรชื่อดังรายการ AMC Movie Talk ออกมาว่า Matt Reeves ผู้กำกับ The Batman ได้เล็งตัวนักแสดงหนุ่มว่าที่ แบทแมน คนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว     ตนได้พูดคุยกับโปรดิวเซอร์ของทางฮอลลีวูดเมื่อวานนี้ และโปรดิวเซอร์ก็ได้บอกเขาว่า แม็ตต์ รีฟส์ อยากได้ตัวนักแสดงหนุ่ม Jake Gyllenhaal มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แบทแมน คนใหม่แทนที่ผู้รับบทคนเดิมอย่าง เบน แอปเฟล็ค ใน The Batman ซึ่งข่าวใหม่ล่าสุดนี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่สนิทกับทีมงานในโปรเจคท์ The Batman แล้ว     เพราะ ตั้งแต่ที่มีข่าวลือว่า Ben Affleck ถึงการถอนตัวจากบทซุปเปอร์ฮีโร่ Batman มาตั้งแต่ต้นปี จนกระทั่งปัจจุบันในระหว่างการให้สัมภาษณ์โปรโมทภาพยนตร์ Justice League เจ้าตัวก็ยังไม่เอ่ยปากยอมรับอย่างจริงๆ จังๆ สักทีว่าจะยังคงรับบท…

เกาหลีใต้เพิ่มวิชา “การเดท” ในมหาวิทยาลัย เพื่อแก้ปัญหาการ “นก” ของประชาชนในประเทศ

ศาสตราจารย์จางแจซุก ผู้กำหนดหลักสูตรวิชา ‘การแต่งงานและครอบครัว’ ระบุว่าคนรุ่นใหม่ที่มีอายุประมาณ 20-40 ปีในเกาหลีใต้ ถูกเรียกว่า ‘Sampo Generation’ ซึ่งหมายถึงยุคที่คนแต่งงานกันน้อยลง เพราะคนในยุคนี้ต้องเผชิญกับความกดดันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยเศรษฐกิจ อัตราการว่างงาน ราคาอสังหาริมทรัพย์ และค่าเล่าเรียนที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่นิยมสร้างครอบครัวหรือแต่งงานมีคู่เพราะคิดว่าเป็นภาระ ส่งผลให้อัตราการเกิดลดต่ำลง และเกาหลีใต้กลายเป็นสังคมสูงวัยที่กำลังจะขาดแคลนประชากรวัยทำงาน     ซึ่งปี 2017 เป็นปีที่อัตราการเกิดในเกาหลีใต้ตกต่ำหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพราะผลสำรวจทั้งปีที่ผ่านมา พบว่ามีทารกเกิดใหม่เพียง 360,000 คนเท่านั้น แม้ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้จะทุ่มงบประมาณในการส่งเสริมและกระตุ้นอัตราการเกิดเป็นเงินกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ยังไม่สามารถจูงใจให้ชาวเกาหลีใต้หันมาสนใจเรื่องของการสร้างครอบครัวมากขึ้นได้ จึงต้องลองหาทางใหม่ๆขึ้นมานั่นเอง มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งจึง ต้องการกระตุ้นให้นักศึกษาที่เป็นคนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างครอบครัว ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งจะต้องอยู่บนรากฐานของความสัมพันธ์ที่ดีและมีสุขภาวะที่เหมาะสม และให้นักศึกษาได้ตระหนักและเรียนรู้ว่าใครคือคนที่เหมาะสมที่พวกเขาจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง     และหลักสูตรนี้ก็ไม่ได้เน้นเพียงแค่ให้นักศึกษามีแฟน แต่งงาน แล้วก็ปั๊มลูกอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเนื้อหาภายในหลักสูตร ยังสอนให้ป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างเช่น คนที่แต่งงานกันมานานเป็นสิบๆปีเลิกกันได้ และสาเหตุของความรุนแรงในครอบครัว โดยศาสตราจารย์ได้เกลิ่นเกี่ยวกับส่วนนี้ไว้สั้นๆว่า “ปัญหาหลักๆในครอบครัว ทั้งเรื่องของเงิน ความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้ง และการหย่าร้างกัน…

ฉาวสนั่น “ครูสาวหื่น” เจอคุก 40 ปี บังคับ “ลูกศิษย์” มีเซ็กส์แลกเกรด-ใครไม่ยอมปรับตก!

 

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 คุณครูหญิงวัย 40 ปี ชาวโคลอมเบียถูกจับจำคุก 40 ปี หลังบังคับลูกศิษย์หนุ่มให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย และหากไม่ยอมจะปรับให้สอบตก ซึ่งตัวเธอนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวเรียบร้อยแล้ว แต่ความก็มาแตกเมื่อพ่อของเหยื่อเห็นรูปในโทรศัพท์ลูกชายวัยมัธยม

 

 

โดยพฤติกรรมของคุณครูหญิงรายนี้คือ จะเข้าหาลูกศิษย์ซึ่งเป็นชายหนุ่มวัยรุ่นอายุ 16 และ 17 ปี ผ่านทางโซเชียลมีเดียบ้าง หรือขอเบอร์โทรศัพท์ในชั้นเรียนบ้าง โดยอ้างว่าจะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการเรียน ต่อมาหลังจากเริ่มมีการติดต่อกับเด็กนักเรียน เธอก็จะถ่ายรูปภาพของตัวเองในชุดวาบหวิว แต่งตัวยั่วยวนกึ่งโป๊เปลือย ส่งไปให้ลูกศิษย์ดูผ่านทางแชท จากนั้นคุณครูหญิงรายนี้ก็จะหลอกล่อให้ลูกศิษย์ชายไปหาที่ห้อง ก่อนจะให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยบอกว่าจะให้เกรดดีเป็นสิ่งตอบแทน แต่หากปฏิเสธไม่ยอมทำก็จะปรับให้สอบตก

 

หลังจากผู้เป็นพ่อของเด็กนักเรียนชายรายหนึ่ง ซึ่งตกเป็นเหยื่อของคุณครูหญิงรายดังกล่าว ได้บังเอิญเจอรูปภาพวาบหวิวของเธอในโทรศัพท์มือถือของลูกชาย จึงสอบถามจนลูกชายยอมสารภาพความจริงและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทราบ ก่อนจะแจ้งความดำเนินคดี และนำไปสู่การจับกุมตัวเธอได้ในที่สุด ซึ่งสามีของเธอกำลังดำเนินเรื่องในการฟ้องหย่าอยู่ด้วย

iG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

สามีดูแลภรรยา ที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรานานกว่า 2,000 วัน จนสุดท้ายเธอก็ฟื้นขึ้นมาจริงๆ

 

“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมต้องนอนร้องไห้มานานกี่วันแล้ว” นายหยวนวัย 61 ปี พูดทั้งน้ำตาพลางบีบมือนางจูหง ภรรยาที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังนอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราไปนานถึง 6 ปี หรือกว่า 2,190 วัน!!! เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้หลายคนจะบอกให้เขาทำใจแต่หยวนไม่เคยสิ้นหวัง

เขาลาออกจากงานเพื่อมาดูแลภรรยาทุกวันเป็นเวลานาน 5 ปี โดยทุกๆ 3 ชั่วโมง จะพลิกตัวให้เธอหนึ่งครั้งเพื่อไม่ให้เธอมีแผลกดทับ ซื้อเครื่องบดอาหารมาเพื่อที่จะสามารถป้อนอาหารให้ภรรยาผ่านทางท่อส่งอาหารได้ จนแพทย์เองยังกล่าวว่าคนที่อดทนยอมเสียสละเพื่อภรรยาได้เช่นนี้นับว่าหายาก

แต่วันนี้ภรรยาของเขาตื่นขึ้นมาแล้วแถมยังสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ ในที่สุดความพยายามตลอดหลายปีของเขาก็กลายเป็นความจริง เรื่องนี้ทำเอาชาวเน็ตจีนต่างน้ำตาคลอไปตามๆกัน หลายคนคอมเมนท์ว่านี่แหละปาฏิหาริย์ที่เกิดจากรักแท้ บ้างก็บอกว่าการได้แต่งงานกับคนที่รักเราจริงๆ มันน่าซึ้งใจแบบนี้นี่เอง

 

iG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

ดูไบเจ๋ง! ตั้งกระทรวง AI เป็นที่แรกของโลก หวังยกระดับคุณภาพมนุษย์แบบก้าวกระโดด

  ปลายเดือนที่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการประกาศตั้งกระทรวงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นครั้งแรกในโลกรวมถึงแต่งตั้งหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอายุเพียง 27 ปีให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของโลก ความเคลื่อนไหวนี้กระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามถึงข้อดีข้อเสียของ AI ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่า AI ซึ่งมีความสามารถในการ “เก็บข้อมูล” ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษย์ในอนาคตได้ แต่ก็มีบางส่วนตั้งคำถามว่า AI จะช่วยให้มนุษย์มีความสุขมากขึ้นหรือมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้จริงหรือ แล้วจะมีความเสี่ยงอะไรบ้างหรือเปล่า?     ศาสตราจารย์ Luciano Floridi ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาและจริยธรรมข้อมูลข่าวสารมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ไม่คิดว่า “AI จะเป็น ภัยคุกความที่มีตัวตนจริง” เหมือนที่หลายคนคิดว่าจะเกิดขึ้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง “คนเหล็ก” เพราะไม่ว่าจะพัฒนา AI ให้ก้าวหน้าแค่ไหน “ถึงยังไง AI ก็ไม่มีวันมีความเข้าใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และสัญชาติญาณแบบมนุษย์ได้” แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองต่างออกไป Jaron Lanier นักเขียนด้านปรัชญาคอมพิวเตอร์ชาวสหรัฐ มอง AI ว่าเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติเพราะ AI จะทำลดคุณค่าของสติปัญญาและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ “การเปิดทางให้ AI เปลี่ยนรูปแบบความคิดของคนเราก็คือการปล่อยตัวเราเองให้มองคนอื่นว่าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ เหมือนอย่างที่เราเริ่มคิดว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้ต่างจากคนที่เราคุยด้วยผ่านโซเชียลมีเดีย”…

นอกจากเอาไว้ร้องไห้ เวลาโดนเทแล้ว “น้ำตา” มีไว้เพื่ออะไรกันนะ?

ในเวลาปกติดวงตาของเราจะมีน้ำตาหล่อเลี้ยงตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยดวงตาของคนปกติจะผลิตน้ำตาออกมาราว 5-10 ออนซ์ต่อวัน ไม่ว่าวันนั้นคุณจะร้องไห้อย่างหนักหน่วงหรือไม่ได้ร้องไห้เลยก็ตาม นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าบางครั้งคุณรู้สึกอยากร้องไห้อีก แต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้วนั่นเอง     ซึ่งน้ำตานั้นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่อย่างใด เพราะมันเป็นสารคัดหลั่งชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายฟิล์ม หรือที่เรียกว่า “แผ่นน้ำตา” หรือ “ฟิล์มน้ำตา” ในน้ำตาประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น ไขมัน เกลือแร่ โปรตีน รวมไปถึงสารภูมิคุ้มกันต้านทานโรค และเอนไซม์ต่างๆ ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่จะทำอันตรายแก่ดวงตา ดูจากส่วนประกอบทางด้านเคมี น้ำตาก็จะคล้ายคลึงกับน้ำลายเป็นอย่างมาก ฮ่าๆๆ น้ำตาที่ไหลออกมาจากตานั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน 1.น้ำตาหล่อลื่น (Basal Tears) ทำให้ดวงตาชุ่มชื่น ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น 2.น้ำตากำจัดสิ่งระคายเคือง (Reflex Tears) ฝุ่นละอองหรือควันปลิวเข้าตา ถูกลมเป่า ถูกจิ้มตา รวมไปถึงการจามและการหาว ก็ทำให้น้ำไหลออกมาได้ เช่นเดียวกับการหั่นหัวหอมที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ดวงตาก็จะหลั่งน้ำตาออกมาเพื่อบรรเทาอาการและชะล้างสิ่งสกปรกออกจากดวงตา 3.น้ำตาจากอารมณ์ (Emotional Tears) จากงานวิจัยพบว่า น้ำตาที่มาจากความทุกข์นั้นประกอบด้วยสารเคมีในสมองที่ทำให้รู้สึกตึงเครียดมากที่สุด ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงรู้สึกดีขึ้นหลังจากร้องไห้ เพราะร่างกายได้ขับความตึงเครียดออกมากับน้ำตาแล้วนั่นเอง    …

Bill Gates เอาจริง! ทุ่มงบ 2,600 ล้าน เพื่อสร้าง “เมืองอัจฉริยะ” ที่อยู่ในสมองของตนเอง

  บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ประกาศทุ่มเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,600 ล้านบาท เพื่อพัฒนาชุมชนในย่านชานเมืองฟีนิกซ์ ในมลรัฐแอริโซนา ให้กลายเป็น เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ประกอบด้วยเครือข่ายระบบคมนาคมความเร็วสูง รถยนต์ไร้คนขับ เครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยสมาร์ทซิตีแห่งนี้ จะมีขนาดใกล้เคียงกับเมืองเทปเป ในมลรัฐแอริโซนา ซึ่งมีประชากรอาศัยประมาณ 182,000 คน ปล.ปัจจุบัน มลรัฐแอริโซนาถูกขนานนามว่าเป็นมลรัฐที่เป็นมิตรต่อบริษัทด้านเทคโนโลยี โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับชั้นนำอย่างเวย์โม อูเบอร์ และอินเทล ต่างกำลังทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ ในมลรัฐแอริโซนา     โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทคาสเคด อินเวสเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือเบลท์มองต์ของบิล เกตต์ กับบริษัทหุ้นส่วนทางธุรกิจในมลรัฐแอริโซนา โดยโฆษกของโครงการสมาร์ทซิตีแห่งนี้เปิดเผยว่า การสร้างสมาร์ทซิตีขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ง่ายและคุ้มค่ามากกว่าการพัฒนาจากโครงสร้างที่มีอยู่เดิม     ทั้งนี้  “เมืองอัจฉริยะ”  ที่อยู่ในมันสมองของบิล เกตส์ จะใช้พื้นที่แถบชานเมืองรัฐแอริโซนา มีเนื้อที่ราว 25,000 เอเคอร์ ซึ่งสามารถรองรับการอาศัยของประชากรได้มากกว่า 8 หมื่นหลังคาเรือน…

ภาพวาดพระเยซูของ “ดาวินชี” ถูกประมูลไป 15,000 ล้าน กลายเป็นศิลปะที่แพงสุดที่ในโลก!

  เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ว่าบริษัทคริสตีส์ จัดการประมูลภาพเขียนสีน้ำมันวอลนัตชื่อ “ซัลวาทอร์ มุนดี” (Salvator Mundi) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งชื่อของภาพเขียนเป็นภาษาอิตาเลียนหมายถึง “พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก” โดยเป็นภาพวาดของพระเยซูตามจินตนาการของเลโอนาร์โด ดา วินชี อัจฉริยะบุคคลชาวอิตาเลียนซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคเรอเนซองส์     การประมูลเริ่มต้นที่ราคา 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3,300 ล้านบาท และผ่านหลัก 200 ล้าน และ 300 ล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจบที่ราคา 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้วทำให้ราคาประมูลจริงอยู่ที่ 450 ล้าน 3 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 15,000 ล้านบาท สร้างสถิติเป็นงานศิลปะที่ประมูลได้ราคาสูงที่สุดในโลก แซงหน้าภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบชื่อ “อินเตอร์เชนจ์” ( Interchange ) ของวิลเลียม เดอ คูนิง ศิลปินชาวดัตช์  ที่มูลนิธิเดวิด เจฟเฟน ในนครนิวยอร์ก…

วิถีคุก…พ่อปีศาจฆ่าลูกทารกของตัวเอง ติดคุกได้ไม่ทันไร ถูกเพื่อนนักโทษฆ่าตายคาห้องขัง!

  เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งต่อศาลของเมืองลีดส์ ว่าพบศพของนายเลียม ดีน วัย 22 ปี ผู้ต้องขังคดีสังหารลูกสาวตัวเองที่พึ่งลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วัน โดยนายดีน ได้บันดาลโทสะใส่ลูกสาวในไส้ของตนเองเพียงเพราะเธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด หลังจากนั้นนายดีนถูกตำรวจจับ และปล่อยโฮออกมาด้วยความสำนึกผิดระหว่างการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนถูกศาลตัดสินจำคุกขั้นต่ำเป็นเวลา 10 ปี โดยถูกจองจำตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถดังกล่าว   ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายจอห์น เวสต์แลนด์ อายุ 28 ปี เพื่อนร่วมห้องขังของผู้ตายฟังคำฟ้องที่ศาลฐานเป็นผู้ต้องหาฆ่านายดีน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยเหตุจูงใจการฆ่าแต่อย่างใด นายดีนก่อเหตุวันที่ 10 ก.ค. ทำร้ายด.ญ.ลูนา ลูกสาวอายุแค่ 2 วัน ด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้า ใช้มือบีบร่างกาย แขนและขาของทารก รวมไปถึงเขย่าลูกสาว ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัส ส่วนแม่ของเด็กได้แยกตัวไปนอนพักก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้น เด็กไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันที่ 14 ก.ค. ด้วยอาการบาดเจ็บที่สมอง ร่างกายและใบหน้า ที่มา – thesun Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้…