iG - Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

นักวิทย์ลงทุน 3 หมื่นล้าน เจาะสำรวจใจกลางโลก พื้นที่ที่มนุษย์ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน

ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกา รัสเซีย อินเดีย และจีน รวมทั้งอีกหลายประเทศที่มีเทคโนโลยีระดับสูงและเงินทุนเพียงพอได้ส่งยานอวกาศ ดาวเทียม แท้กระทั่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศขึ้นไปโคจรนอกโลก เพื่อถ่ายทอดภาพ หรือ ข้อมูลดาวดวงอื่นกลับมาให้นักดาราศาสตร์ และ นักวิทยาศาสตร์แขนงอื่นได้วิเคราะห์วิจัยสภาพของดาวดวงอื่น     แต่มนุษย์กลับรู้จักโลกดวงนี้ น้อยกว่าดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์มีโอกาสสำรวจพื้นที่โลกใต้สมุทรเพียงไม่เกิน 10% ของพื้นที่ใต้ท้องทะเลทั่วโลก และยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ยังรู้จักกับสภาพที่แท้จริงใต้พื้นผิวโลกน้อยกว่านั้นมาก ความรู้ที่ใช้ในการพยากรณ์แผ่นดินไหว หรือ การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก หรือ การสำรวจแหล่งแร่นั้น ก็อาศัยทฤษฎีและหลักสถิติในการประเมินและพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น ในทฤษฎีภูมิศาสตร์โลกระบุว่า ลักษณะทางกายภาพของโลกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ประกอบไปด้วย ชั้นเปลือกโลก ชั้นแมนเทิล และแกนโลก ว่ากันว่าความลึกลับนี้ได้ซ่อนความจริงเกี่ยวกับกระบวนการกำเนิดโลกไว้อยู่ข้างใต้นั้น     จนตอนนี้ได้มีทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศญี่ปุ่น(JAMSTEC) ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการเจาะเปลือกโลกให้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ให้ได้ แม้มนุษย์จะพยายามศึกษาความลับของเปลือกโลกมานานกว่า 50 ปี แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกโลกได้สำเร็จ ซึ่งความพยายามครั้งล่าสุดสามารถทำได้ราว 700 เมตร เท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องหาจุดที่ชั้นเปลือกโลกมีความบางมากที่สุด และได้พบกับจุดหมายแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิก ดังนั้นการเจาะจึงต้องอาศัยเรือขุดเจาะและท่อขุดเจาะที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษสามารถรองรับแรงกดดันมหาศาลในบริเวณที่ต้องการสำรวจได้     เครื่องมือที่ใช้ในภารกิจขุดเจาะครั้งนี้ก็คือ “เรือขุดเจาะ…

อุจจาระอายุ 1,200 ปี ของชาวไวกิ้ง ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของคนในยุคนั้น ได้เป็นอย่างดี

 

อุจจาระอายุ 1,200 ปี ของชาวไวกิ้งถูกห่อหุ้มเก็บไว้อย่างดี ขุดพบเมื่อปี 1972 ที่เมืองยอร์ค ประเทศอังกฤษ มันได้บอกถึงเรื่องราว ลักษณะการบริโภคอาหารในยุคนั้น และแสดงให้เห็นว่าเจ้าของ มีปัญหาจากปรสิตในลำไส้

ที่น่าตลกคือ ตอบขุดพบนั้น นักสำรวจนึกว่ามันคือกระดูก เพราะมันถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี ในกล่องหิน ทุกคนต่างดีใจกันยกใหญ่ แต่พอผลตรวจออกมาเท่าน้ันแหละ ทุกคนจ๋อยกันไปเลย ฮ่าๆๆ

 

 

จากการวิเคราะห์ของนักสำรวจพบว่า สาเหตุที่อุจจาระก้อนนี้ถูกพันเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีนั้นก็เพราะ ในยุคนั้นอาจมีโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร หมอจึงให้ผู้ป่วยรายนั้นนำอุจจาระที่ถ่ายไว้เก็บใส่ห่อมา เพื่อนำมาตรวจสอบว่าไอ่โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารที่กำลังระบาดอยู่นี้เกิดจากอะไร

จนได้ข้อสรุปว่า เนื่องจากชาวไวกิ้งกินเนื้อเป็นหลักซึ่งมันไม่ดีต่อสุขภาพ แถมยังดื่มหนัก บวกกับในอดีตที่สุขอนามัยยังไม่ค่อยจะดีนัก จึงมีการระบาดของโรคพยาธิปากขอ บางคนก็อึแตก บางคนก็ท้องผูก ทำให้อุจจาระที่ออกมานั้นแข็งเหมือนกับหิน จนตอนนี้มันเริ่มกลายเป็นฟอสซิล (สงสารตอนเบ่งจริงๆ)

ที่มา – buzzfeed

iG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

วงการแพทย์เฮ…ทำมือเทียมที่ผู้สวมใส่ สามารถรู้สึกเหมือนได้มือจริงๆกลับคืนมา สำเร็จแล้ว!

  คณะนักวิทยาศาสตร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี เปิดเผยความสำเร็จในการทดสอบมือเทียมสำหรับผู้พิการ ที่สามารถทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนได้มือจริงๆกลับคืนมา โดยมือเทียมดังกล่าวยังอาศัยเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้เครื่องที่เชื่อมต่อนั้นมีขนาดเล็กและสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ ต่างจากในอดีตที่เครื่องมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งคณะนักวิจัยชุดนนี้เป็นชุดเดียวกับที่เปิดตัวมือเทียมที่ส่งความรู้สึกได้ในปี 2557 สร้างความฮือฮาให้กับวงการการแพทย์ทั่วโลก และสิ่งที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีกายอุปกรณ์     ผู้ป่วยที่เข้ารับการทดสอบชื่อ นางอัลเมริน่า มาสกาเรลโล ชาวอิตาลีที่สูญเสียมือไปข้างหนึ่งในอุบัติเหตุเกือบ 25 ปีก่อน โดยนางมาสกาเรลโล กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า รู้สึกเหมือนเป็นมือของตัวเองจริงๆ โดยคณะผู้คิดค้นเทคโนโลยีดังกล่าว ประกอบด้วย นักประสาทวิทยา ศัลยแพทย์ วิศวกรสาขาอิเลคทรอนิกส์ และผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์จากอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี     มือเทียมดังกล่าวอาศัยหลักการเซ็นเซอร์ที่นิ้วทำหน้าที่ตรวจจับว่าวัตถุที่หยิบจับนั้นแข็งหรือนุ่มเพียงใด และส่งข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบโดยเฉพาะ ซึ่งมีขนาดเล็กสามารถสะพายหลังได้ เพื่อประมวลผลจากข้อมูลดังกล่าว เป็นกระแสประสาทส่งไปยังเส้นประสาทที่แขนในรูปแบบที่สมองเข้าใจได้ “มันรู้สึกได้จริงๆ เหมือนกับเป็นมือของฉันเลย มันทำให้ฉันกลับมาทำอะไรๆ ที่จำเป็นได้คล่องแคล่วมากขึ้น อย่างสวมเสื้อผ้า และใส่รองเท้า ดิฉันรู้สึกถูกเติมเต็มอีกครั้ง” นางมาสกาเรลโล กล่าว     ศาสตราจารย์ซิลเวสโตร มิเซร่า วิศวกรเส้นประสาท จากสถาบันวิจัยนครโลซาน หรืออีพีเอฟแอล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมหาวิทยาลัยแซงต์อันนา…

ก็ถ้าจะแจ่มขนาดนี้! นักเตะชื่อดัง “ฮาเมส” ส่อสานสัมพันธ์ “ดาราหนังโป๊” เพื่อมาดามใจ

มาร์ก้า สื่อดังแดนสเปน ตีข่าว ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย สังกัด บาเยิร์น มิวนิค อาจกำลังสานสัมพันธ์กับ ดาราหนังโป๊ชาวสหรัฐฯ หลังทั้งคู่ได้กดฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์ของกันและกัน     ดาวเตะชาวโคลอมเบีย ได้เลิกรากับ ดาเนียล่า ออสปิน่า ภรรยาคนสวยเป็นที่เรียบร้อย หลังทั้งคู่แต่งงานกันมากว่า 6 ปี เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ เจ้าตัวแอบนอกใจภรรยา ด้วยการคบซ้อนกับ เฮลก้า เลิฟคาตี้ นางแบบสาวสุดเซ็กซี่วัย 23 ปีชาวรัสเซีย โดยฝ่ายสาวบอกว่าสาเหตุที่ทำให้ชีวิตคู่ต้องพังทลายเป็นเพราะเธออยากดำเนินธุรกิจของตัวเองที่โคลอมเบียกับสเปน และไม่อยากเดินทางตามดาวเตะคนดังไปที่เยอรมนี ซึ่งการอยู่ห่างกันก็เป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้     กระทั่งล่าสุด ดาวเตะทีมชาติโคลอมเบียก็เหมือนจะล็อกเป้าสาวที่จะให้มาช่วยเยียวยาแผลใจของเขาแล้ว หลังจากที่เขากดฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์ของ เคนดร้า ลัสต์ ส่วนอีกฝ่ายก็กดฟอลโล่ว์ทวิตเตอร์ของ ฮาเมส เช่นกัน เคนดร้า ลัสต์ วัย 39 ปี ถือเป็นดาราดังในหนังเรตเอ็กซ์ โดยมีผู้ติดตามในโลกโซเชียล ทั้งอินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์…

เหตุการณ์สุดฮา เมื่อ Snoop Dogg ปุ๊นกัญชาหนักมาก จนหน่วยดับเพลิงต้องบุกมาถึงโรงแรม!

สนูป ด็อกก์ เจ้าพ่อแร๊พเปอร์ ชายผู้นี้ถูกยกย่องให้เป็นตำนานในเรื่องของกัญชา สนูป ด็อกก์ ชอบกัญชามากถึงขั้นเปิดบริษัทผลิตสินค้ามากมายที่เกี่ยวกับกัญชา ทั้งกระดาษโรล เคสโทรศัพท์ที่สามารถจุดไฟได้ ที่บดกัญชา คุกกี้กัญชา แถมยังมีสูตรกัญชาเป็นของตัวเองด้วย และแน่นอนว่าทุกการเดินทางของสนูป ด็อกก์ มีหรือที่จะไม่พกกัญชาชั้นดีติดตัวไปด้วย อิอิ     ในวันที่ 24 มกราคม 2014 นักผจญเพลิงได้รับสายแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุง เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ทุกคนไม่รอช้ารีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที แต่เมื่อเปิดเข้าห้องไปดูทุกคนก็หัวเราะก๊ากออกมา เมื่อพบว่าที่มาของสัญญาณเตือนนั้น คือกลุ่มควันกัญชาที่ สนูป ด็อกก์ กำลังนั่งปุ๊นอย่างเมามันส์ จนควันท่วมห้องเลยทำให้สัญญานเตือนไฟไหม้ทำงาน โดยสนูป ด็อกก์ ได้โพสท์ภาพที่ถ่ายกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงลงใน IG ของเขา     สนูป ด็อกก์ เผยว่าสาเหตุที่สูบกัญชานั้นเพราะต้องการอยู่ในอารมณ์ของมืออาชีพมากที่สุด เพราะในวันพรุ่งนี้ผมจะต้องขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ “พวกเราพบ สนูป ในท่าทางที่เยิ้มสุดขีดพวกเราถ่ายรูปด้วยกัน มันเป็นคืนที่ตลกมาก พวกเราหัวเราะกันไม่หยุด สนูปยังบอกพวกเราอีกด้วยว่าเขาอยากเป็นนักดับเพลิงมาตั้งแต่เด็ก เราเลยแซวสนูปกลับไปว่า นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าทางโรงแรมได้ติดตั้งเครื่องช่วยเตือนไฟไหม้ ไว้ในห้องอย่างถูกต้อง”…

การค้นพบฟอสซิล “ยุง” ดึกดำบรรพ์ตัวแรก ที่มีเลือดอยู่เต็มพุง ที่มีอายุกว่า 46 ล้านปี!

ไอเดียในภาพยนตร์เรื่อง จูราสสิค ปาร์ค เกี่ยวกับการใช้ฟอสซิลยุงที่มีเลือดไดโนเสาร์อยู่ในท้องเพื่อโคลนนิ่งไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อหลายล้านปีก่อนอาจเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอสซิลของยุงที่มีเลือดอยู่ในท้องจริงๆ เป็นครั้งแรก แม้จะไม่ถึงขนาดที่เอามาโคลนนิ่งสร้างสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วได้แบบในภาพยนตร์ แต่การค้นพบนี้ก็ให้ข้อมูลมากมายแก่นักวิทยาศาสตร์     ฟอสซิลยุงที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่นี้มีชื่อว่า USNM 559050 ค้นพบฟอสซิลยุงในชั้นหิน Oil Shale ในรัฐ Montana ประเทศอเมริกา เป็นฟอสซิลยุงที่ค้นพบตั้งแต่ช่วงปี 1980 ไม่ได้ฝังอยู่ในแท่งอำพันแบบในเรื่องจูราสสิค พาร์ค แต่ฝังอยู่ในหินดินดานที่เกิดจากตะกอนทับถมกันในน้ำ (ในโลกนี้มีแมลงที่กินเลือดอยู่ราว 14,000 สปีชีส์) ยุงโบราณตัวนี้ยังมีสภาพครบสมบูรณ์มาจากการที่ถูกหินลักษณะ เป็นโคลนอ่อนนุ่มหุ้มตัวไว้ในช่วง ที่เทือกเขาแห่งนี้ยกตัวขึ้นจากพื้นผิวโลก ในช่วงที่มีการก่อกำเนิดเทือกเขานี้ใหม่ๆ ทำให้ซากยุงถูกดันขึ้นไปอยู่บนเทือกเขา ก่อนที่โคลนที่หุ้มตัวยุงอยู่ จะแข็งตัวอย่างช้าๆ โดยไม่ได้ทำลายซากยุงที่ติดอยู่ เกิดเป็นฟอสซิลยุงที่ครบสมบูรณ์ แต่สำหรับคนที่หวังว่านักวิทยาศาสตร์จะโคลนนิ่งไดโนเสาร์ได้แบบในเรื่องจูราสสิค ปาร์ค คงต้องผิดหวังหน่อย เพราะ DNA ในเลือดถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว นอกจากนี้เลือดที่อยู่ในท้องยุงยังไม่ใช่เลือดไดโนเสาร์อีกด้วย เพราะอายุของฟอสซิลดังกล่าวมีอายุ 46 ล้านปี ซึ่งเป็นยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ดังนั้นเลือดในท้องจึงไม่ใช่ของไดโนเสาร์แน่นอน     แต่ฟอสซิลยุงที่ค้นพบนั้นมาจากยุค Eocene ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้เป็นยุคไดโนเสาร์ แต่ก็มีอายุกว่า…

เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธผิดพลาด ตกใส่เมืองตนเองที่มีประชากรอยู่ 2 แสนคน!

  วันที่ 5 ม.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าตอนนี้ได้เกิดกระแสความวิตกกังวล เกาหลีเหนืออาจจุดชนวนสงครามนิวเคลียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากมีข่าวลือออกมาว่า เกิดความผิดพลาดในระหว่างการทดสอบยิงขีปนาวุธ Hwasong KN-17  เมื่อวันที่ 28 เมษายน 60 และขีปนาวุธลูกดังกล่าวได้ตกใส่ย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ในเมืองต็อกชอน ของเกาหลีเหนือ เพียงแต่ไม่รู้แน่ชัดว่าทำให้มีคนล้มตายบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด รู้เพียงว่าประชากรในเมืองแห่งนี้มีมากถึง 200,000 คน     แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันข่าวนี้กับสื่อว่า ระบบเครื่องยนต์ของขีปนาวุธลูกดังกล่าวของเกาหลีเหนือได้เกิดขัดข้องไม่กี่นาทีหลังถูกยิงขึ้นจากฐานยิงจึงทำให้ขีปนาวุธไม่สามารถบินไปได้ถึงระยะทาง 70 กิโลเมตรตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยขีปนาวุธได้ตกใส่อาคารหลังหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นอาคารอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่คาดกันว่า ขีปนาวุธลูกนี้ถูกยิงที่สนามบินปุ๊กชาง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธจากที่นี่อีกด้วย     รายงานเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Dailymail – ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดข้องดังกล่าว เพราะพื้นที่ที่ขีปนาวุธตกลงไปนั้น เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และหากจรวดไม่เกิดความผิดพลาด เป้าหมายของมันนั้นน่าจะไปตกอยู่ที่ทะเลตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น thesun – รัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ยอมรับข้อเสนอของเกาหลีใต้ ในการร่วมเจรจาระดับสูงในวันที่ 9 มกราคม โดยจะมุ่งหารือในเรื่องการส่งนักกีฬาเกาหลีเหนือเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน…

เจาะลึกชีวิตของ “ปาโบล เอสโกบาร์” ซาตานในร่างวีรบุรุษ

– ทำรายได้จากธุรกิจมืดถึงสัปดาห์ละ 15,225 ล้านบาท , ปีละ 7 แสนล้านบาท , มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท – ติดอันดับ 7 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Forbes เป็นเวลา 7 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ 1987-1993 – ปาโบล เติบโตขึ้นมาในครอบครัวยากจน แต่ด้วยความที่เป็นคนหัวดี และเป็นคนกล้า ทำให้รู้จักค้าขาย และมีสกิลเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งความสามารถนี้น่าจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการลอบขนส่งสิ่งผิดกฏหมายได้อย่างมืออาชีพ – เอสโกบาร์ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 15 ตันทุกวัน ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโคเคนในสหรัฐฯ จำนวน 4 ใน 5 คนล้วนแต่เป็นเครือข่ายของปาโบล ทั้งทางเรือ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ – และหลังจากที่การขนย่งโคเคนเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ปาโบล จึงตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำ เพื่อใช้ในการขนส่งโคเคนเข้าสหรัฐ (ค้นพบโดยเจ้าหน้าที่ DEA ในปี 2011) – ปาโบล…

“Nomura(โนมูร่า)” แมงกะพรุนยักษ์ สายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก!

  Nomura’s Jellyfish แมงกะพรุนโนมูร่า เป็นสายพันธุ์ แมงกะพรุนยักษ์ พวกมันท่องอยู่ในทะเลของญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศจีน ด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 2 เมตร น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัมเท่ากับสิงโตตัวผู้ อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลของจีน เรื่อยไปถึงชายฝั่งทะเลของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ บางครั้งมันอาจว่ายไปทางตะวันออก คือทะเลญี่ปุ่นบ้าง เพื่อไปกินแพลงตอนอาหารจานโปรดของมัน     แมงกะพรุนโมมูร่า จึงเป็น 1 ในสายพันธุ์ แมงกะพรุน ตัว ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมกับ แมงกะพรุน Lion’s mane jellyfish แต่ตอนนี้แมงกะพรุนโนมูร่า กำลังสร้างปัญหาแก่ชาวประมงอย่างมาก บ่อยครั้งที่สำนักข่าวต่างประเทศมักจะรายงานถึงการก่อกวนของเหล่าแมงกะพรุนยักษ์ ที่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อ ชาวประมงในทะเลญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ที่กำลังประสบปัญหาแมงกระพรุนยักษ์ กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นแมงกะพรุนชนิดรับประทานได้แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม และกำลังสร้างปัญหาแก่ชาวประมงเนื่องจากการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีแมงกะพรุนชนิดนี้จำนวนกว่า 20,000 ล้านตัวมากกว่าประชากรบนโลกนี้ถึง 3 เท่า ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งทำการศึกษาและหยุดยั้งการขยายพันธุ์     ชาวประมงญี่ปุ่น พบเห็นกะพรุนโนมูระมากกว่าเดิมถึง…

หนุ่มนอร์เวย์ เมาแอ๋วันปีใหม่ คถ.บ้านทนไม่ไหว รู้ตัวอีกทีโดนค่าแท็กซี่ไปเต็มๆ 7 หมื่นบาท!

  หนุ่มชาวนอร์เวย์วัย 40 ปี ที่ได้ฉลองวันขึ้นปีใหม่กับเพื่อนๆ จนเมาแอ๋แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้เรียกรถแท๊กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน ที่ต้องผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก, ประเทศสวีเดน, ก่อนที่จะถึงกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ โดยใช้เวลาขับขี่กว่า 6 ชั่วโมง รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร และพี่แท๊กซี่คนนี้ก็บ้าจี้ขับไปส่งจริงๆ ฮ่าๆๆ     แต่พอเดินทางถึงแล้วชายคนนี้กลับเข้าบ้านไปนอนโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร ปล่อยให้คนขับแท็กซี่ต้องยืนหัวเสียอยู่หน้าบ้าน ขณะที่แบตเตอรี่รถก็หมด ทำให้เขาตัดสินใจแจ้งตำรวจออสโล ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวเหตุการณ์นี้บนทวิตเตอร์ เมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาก็เข้าไปในบ้านของชายวัย 40 ปีรายนี้ และพบว่าเขานอนหลับสบายอยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่จึงปลุกเขาและแจ้งหนี้ค่าโดยสารแท็กซี่เป็นเงินถึง 18,000 โครนนอร์เวย์ (ราว 72,248 บาท) ซึ่งเขายอมจ่ายเงินแต่โดยดี ส่วนคนขับรถแท็กซี่ได้บริการยกรถมาช่วยพาเขากลับเดนมาร์ก เรื่องจึงจบด้วยดี ที่มา – metro   ภาพนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แต่เราอยากเขียน เป็นการแถมให้ ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อจริงว่า Thaddeus Kalinoski…