หากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG – Ma_nosh
ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 เขียนไปแล้วประมาณ 10,000 เรื่อง

สามีดูแลภรรยา ที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรานานกว่า 2,000 วัน จนสุดท้ายเธอก็ฟื้นขึ้นมาจริงๆ

 

“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมต้องนอนร้องไห้มานานกี่วันแล้ว” นายหยวนวัย 61 ปี พูดทั้งน้ำตาพลางบีบมือนางจูหง ภรรยาที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังนอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราไปนานถึง 6 ปี หรือกว่า 2,190 วัน!!! เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้หลายคนจะบอกให้เขาทำใจแต่หยวนไม่เคยสิ้นหวัง

เขาลาออกจากงานเพื่อมาดูแลภรรยาทุกวันเป็นเวลานาน 5 ปี โดยทุกๆ 3 ชั่วโมง จะพลิกตัวให้เธอหนึ่งครั้งเพื่อไม่ให้เธอมีแผลกดทับ ซื้อเครื่องบดอาหารมาเพื่อที่จะสามารถป้อนอาหารให้ภรรยาผ่านทางท่อส่งอาหารได้ จนแพทย์เองยังกล่าวว่าคนที่อดทนยอมเสียสละเพื่อภรรยาได้เช่นนี้นับว่าหายาก

แต่วันนี้ภรรยาของเขาตื่นขึ้นมาแล้วแถมยังสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ ในที่สุดความพยายามตลอดหลายปีของเขาก็กลายเป็นความจริง เรื่องนี้ทำเอาชาวเน็ตจีนต่างน้ำตาคลอไปตามๆกัน หลายคนคอมเมนท์ว่านี่แหละปาฏิหาริย์ที่เกิดจากรักแท้ บ้างก็บอกว่าการได้แต่งงานกับคนที่รักเราจริงๆ มันน่าซึ้งใจแบบนี้นี่เอง

 

หากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG – Ma_nosh
ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 เขียนไปแล้วประมาณ 10,000 เรื่อง

ดูไบเจ๋ง! ตั้งกระทรวง AI เป็นที่แรกของโลก หวังยกระดับคุณภาพมนุษย์แบบก้าวกระโดด

  ปลายเดือนที่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการประกาศตั้งกระทรวงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นครั้งแรกในโลกรวมถึงแต่งตั้งหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอายุเพียง 27 ปีให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของโลก ความเคลื่อนไหวนี้กระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามถึงข้อดีข้อเสียของ AI ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่า AI ซึ่งมีความสามารถในการ “เก็บข้อมูล” ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษย์ในอนาคตได้ แต่ก็มีบางส่วนตั้งคำถามว่า AI จะช่วยให้มนุษย์มีความสุขมากขึ้นหรือมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้จริงหรือ แล้วจะมีความเสี่ยงอะไรบ้างหรือเปล่า?     ศาสตราจารย์ Luciano Floridi ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาและจริยธรรมข้อมูลข่าวสารมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ไม่คิดว่า “AI จะเป็น ภัยคุกความที่มีตัวตนจริง” เหมือนที่หลายคนคิดว่าจะเกิดขึ้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง “คนเหล็ก” เพราะไม่ว่าจะพัฒนา AI ให้ก้าวหน้าแค่ไหน “ถึงยังไง AI ก็ไม่มีวันมีความเข้าใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และสัญชาติญาณแบบมนุษย์ได้” แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองต่างออกไป Jaron Lanier นักเขียนด้านปรัชญาคอมพิวเตอร์ชาวสหรัฐ มอง AI ว่าเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติเพราะ AI จะทำลดคุณค่าของสติปัญญาและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ “การเปิดทางให้ AI เปลี่ยนรูปแบบความคิดของคนเราก็คือการปล่อยตัวเราเองให้มองคนอื่นว่าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ เหมือนอย่างที่เราเริ่มคิดว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้ต่างจากคนที่เราคุยด้วยผ่านโซเชียลมีเดีย”…

นอกจากเอาไว้ร้องไห้ เวลาโดนเทแล้ว “น้ำตา” มีไว้เพื่ออะไรกันนะ?

ในเวลาปกติดวงตาของเราจะมีน้ำตาหล่อเลี้ยงตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยดวงตาของคนปกติจะผลิตน้ำตาออกมาราว 5-10 ออนซ์ต่อวัน ไม่ว่าวันนั้นคุณจะร้องไห้อย่างหนักหน่วงหรือไม่ได้ร้องไห้เลยก็ตาม นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าบางครั้งคุณรู้สึกอยากร้องไห้อีก แต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้วนั่นเอง     ซึ่งน้ำตานั้นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่อย่างใด เพราะมันเป็นสารคัดหลั่งชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายฟิล์ม หรือที่เรียกว่า “แผ่นน้ำตา” หรือ “ฟิล์มน้ำตา” ในน้ำตาประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น ไขมัน เกลือแร่ โปรตีน รวมไปถึงสารภูมิคุ้มกันต้านทานโรค และเอนไซม์ต่างๆ ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่จะทำอันตรายแก่ดวงตา ดูจากส่วนประกอบทางด้านเคมี น้ำตาก็จะคล้ายคลึงกับน้ำลายเป็นอย่างมาก ฮ่าๆๆ น้ำตาที่ไหลออกมาจากตานั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน 1.น้ำตาหล่อลื่น (Basal Tears) ทำให้ดวงตาชุ่มชื่น ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น 2.น้ำตากำจัดสิ่งระคายเคือง (Reflex Tears) ฝุ่นละอองหรือควันปลิวเข้าตา ถูกลมเป่า ถูกจิ้มตา รวมไปถึงการจามและการหาว ก็ทำให้น้ำไหลออกมาได้ เช่นเดียวกับการหั่นหัวหอมที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ดวงตาก็จะหลั่งน้ำตาออกมาเพื่อบรรเทาอาการและชะล้างสิ่งสกปรกออกจากดวงตา 3.น้ำตาจากอารมณ์ (Emotional Tears) จากงานวิจัยพบว่า น้ำตาที่มาจากความทุกข์นั้นประกอบด้วยสารเคมีในสมองที่ทำให้รู้สึกตึงเครียดมากที่สุด ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงรู้สึกดีขึ้นหลังจากร้องไห้ เพราะร่างกายได้ขับความตึงเครียดออกมากับน้ำตาแล้วนั่นเอง    …

Bill Gates เอาจริง! ทุ่มงบ 2,600 ล้าน เพื่อสร้าง “เมืองอัจฉริยะ” ที่อยู่ในสมองของตนเอง

  บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ประกาศทุ่มเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,600 ล้านบาท เพื่อพัฒนาชุมชนในย่านชานเมืองฟีนิกซ์ ในมลรัฐแอริโซนา ให้กลายเป็น เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ประกอบด้วยเครือข่ายระบบคมนาคมความเร็วสูง รถยนต์ไร้คนขับ เครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยสมาร์ทซิตีแห่งนี้ จะมีขนาดใกล้เคียงกับเมืองเทปเป ในมลรัฐแอริโซนา ซึ่งมีประชากรอาศัยประมาณ 182,000 คน ปล.ปัจจุบัน มลรัฐแอริโซนาถูกขนานนามว่าเป็นมลรัฐที่เป็นมิตรต่อบริษัทด้านเทคโนโลยี โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับชั้นนำอย่างเวย์โม อูเบอร์ และอินเทล ต่างกำลังทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ ในมลรัฐแอริโซนา     โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทคาสเคด อินเวสเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือเบลท์มองต์ของบิล เกตต์ กับบริษัทหุ้นส่วนทางธุรกิจในมลรัฐแอริโซนา โดยโฆษกของโครงการสมาร์ทซิตีแห่งนี้เปิดเผยว่า การสร้างสมาร์ทซิตีขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ง่ายและคุ้มค่ามากกว่าการพัฒนาจากโครงสร้างที่มีอยู่เดิม     ทั้งนี้  “เมืองอัจฉริยะ”  ที่อยู่ในมันสมองของบิล เกตส์ จะใช้พื้นที่แถบชานเมืองรัฐแอริโซนา มีเนื้อที่ราว 25,000 เอเคอร์ ซึ่งสามารถรองรับการอาศัยของประชากรได้มากกว่า 8 หมื่นหลังคาเรือน…

ภาพวาดพระเยซูของ “ดาวินชี” ถูกประมูลไป 15,000 ล้าน กลายเป็นศิลปะที่แพงสุดที่ในโลก!

  เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ว่าบริษัทคริสตีส์ จัดการประมูลภาพเขียนสีน้ำมันวอลนัตชื่อ “ซัลวาทอร์ มุนดี” (Salvator Mundi) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งชื่อของภาพเขียนเป็นภาษาอิตาเลียนหมายถึง “พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก” โดยเป็นภาพวาดของพระเยซูตามจินตนาการของเลโอนาร์โด ดา วินชี อัจฉริยะบุคคลชาวอิตาเลียนซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคเรอเนซองส์     การประมูลเริ่มต้นที่ราคา 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3,300 ล้านบาท และผ่านหลัก 200 ล้าน และ 300 ล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจบที่ราคา 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้วทำให้ราคาประมูลจริงอยู่ที่ 450 ล้าน 3 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 15,000 ล้านบาท สร้างสถิติเป็นงานศิลปะที่ประมูลได้ราคาสูงที่สุดในโลก แซงหน้าภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบชื่อ “อินเตอร์เชนจ์” ( Interchange ) ของวิลเลียม เดอ คูนิง ศิลปินชาวดัตช์  ที่มูลนิธิเดวิด เจฟเฟน ในนครนิวยอร์ก…

วิถีคุก…พ่อปีศาจฆ่าลูกทารกของตัวเอง ติดคุกได้ไม่ทันไร ถูกเพื่อนนักโทษฆ่าตายคาห้องขัง!

  เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งต่อศาลของเมืองลีดส์ ว่าพบศพของนายเลียม ดีน วัย 22 ปี ผู้ต้องขังคดีสังหารลูกสาวตัวเองที่พึ่งลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วัน โดยนายดีน ได้บันดาลโทสะใส่ลูกสาวในไส้ของตนเองเพียงเพราะเธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด หลังจากนั้นนายดีนถูกตำรวจจับ และปล่อยโฮออกมาด้วยความสำนึกผิดระหว่างการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนถูกศาลตัดสินจำคุกขั้นต่ำเป็นเวลา 10 ปี โดยถูกจองจำตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถดังกล่าว   ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายจอห์น เวสต์แลนด์ อายุ 28 ปี เพื่อนร่วมห้องขังของผู้ตายฟังคำฟ้องที่ศาลฐานเป็นผู้ต้องหาฆ่านายดีน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยเหตุจูงใจการฆ่าแต่อย่างใด นายดีนก่อเหตุวันที่ 10 ก.ค. ทำร้ายด.ญ.ลูนา ลูกสาวอายุแค่ 2 วัน ด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้า ใช้มือบีบร่างกาย แขนและขาของทารก รวมไปถึงเขย่าลูกสาว ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัส ส่วนแม่ของเด็กได้แยกตัวไปนอนพักก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้น เด็กไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันที่ 14 ก.ค. ด้วยอาการบาดเจ็บที่สมอง ร่างกายและใบหน้า ที่มา – thesun Ma_noshหากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG – Ma_nosh…

ญี่ปุ่นประกาศสร้าง “สถานีเรดาร์” ให้ฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ต่อกรกับ “โจรสลัด” แห่งทะเลซูลูฯ

  นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น และ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งงฟิลิปปินส์  จะร่วมลงนามข้อตกลงในการช่วยเหลือด้านทุนค่าก่อสร้าง และการฝึกกองกำลังเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์  การลงนามเกิดขึ้นในกรุงมะนิลา โดยญี่ปุ่นจะสร้างสถานีเรดาร์สำหรับหน่วยงานยามฝั่งให้กับฟิลิปปินส์ไว้จัดการกับกลุ่มโจรสลัดมุสลิมติดอาวุธ จุดที่สร้างสถานีทั้ง 4 แห่งจะอยู่บนหมู่เกาะกลางทะเลซูลูเซเลบีส     จากสถิติของการปล้นสะดมทางทะเลจำนวนทั้งหมด 30 ครั้งที่เกิดขึ้นแค่ในช่วงครึ่งปึแรกของปี 2017 พบว่ามีเหตุการณ์ปล้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนถึง 6 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นการลักพาตัวลูกเรือถึง 3 ครั้ง อารมณ์เหมือนหนังเรื่อง Captain Phillips ที่แสดงนำโดย Tom Hank เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โจรสลัดจริง กัปตัน ถูกลักพาตัวจริง ลองดูครับ สนุกมาก     เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศที่ดูแลทุนที่ใช้สร้างสถานีเรดาห์ทั้ง 4 แห่งได้เผยว่า “ญี่ปุ่นตระหนักถึงความจำเป็นในการต่อต้านการปล้นสะดมทางทะเลในภูมิภาค และมีความมุ่งมั่นที่จะให้การช่วยเหลือ แต่ในขณะนี้ทางเรายังไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดถึงโปรเจกต์ที่จะเกิดขึ้นได้” แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เป ฟิลิปปินส์หนักขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยให้ทุนสำหรับการพัฒนา รางรถไฟ และการสร้างเมืองมาราวีขึ้นใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ให้ไปเลยฟรีๆสำหรับกองทัพฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นต้องเปหนักขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะว่า…

มนุษย์ป้าสุดแสบ! แอบเนียนวาด “ที่จอดรถคนพิการ” ไว้หน้าบ้าน เพื่อใช้จอดรถชิวๆคนเดียว

  อีเลน เบคอน หญิงวัย 55 ปี ถูกตำรวจทางหลวงปรับเหตุเพราะรุกล้ำ ทำให้พื้นที่สาธารณะเสียหาย จากการใช้สี ทำเครื่องหมายที่ “ที่จอดรถคนพิการ” แบบส่วนตัว บนพื้นถนนบริเวณหน้าบ้านของเธอเอง (ถนนลอรี เมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ) โดยเธอได้ให้เหตุผลกับทางตำรวจทางหลวงว่า “เธอเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2551 อุบัติเหตุนั้นทำให้กระดูกสันหลังเธอมีปัญหา เธอไม่สามารถเดินไปไหนไกลๆ ได้ และต้องใช้รถเข็นอยู่ตลอด และเพราะเหตุนี้ สามีของเธอจึงทำเครื่องหมายที่จอดรถคนพิการให้เธอหน้าบ้าน จะได้ไม่ต้องเดินไกล” “ฉันเดินไปไหนไกลไม่ได้ ถ้าไกลกว่า 18 เมตรฉันก็ต้องคลานแล้ว ฉันก็บอกทางการไปแบบนี้แล้ว แต่ในเมื่อพวกเขาจะปรับให้ได้ ไม่มีเห็นใจกัน ฉันก็ต้องจ่าย ทำยังไงได้ล่ะ”     โฆษกของเทศบาลกล่าวว่า “เรามีกฎหมายทางหลวงอยู่ ซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนสัญลักษณ์ครอบครองพื้นที่เช่นนี้ ออกทั้งการจอดรถล้ำออกมาบถนนที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ถนนยิ่งแคบลงไปอีก ซึ่งเป็นความไม่ปลอดภัยแก่การใช้รถใช้ถนนของผู้อื่น” การวาดสัญลักษณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นถนน อีกทั้งการจับจองพื้นที่สาธารณะเป็นของตัวเอง จึงทำให้สองสามีภรรยา อีเลนและสามีทำผิดกฎหมายเต็มๆ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอีเลนจะมีใบอนุญาตสำหรับจอดรถในพื้นที่ของผู้พิการ แต่ใบอนุญาตนั้นครอบคลุมเฉพาะที่จอดรถที่เป็นกิจจะลักษณะ ไม่ใช่กรณีเช่นนี้ ด้วยความผิดดังกล่าว เธอจึงถูกปรับเป็นเงิน 75 ปอนด์…

พบ “ดาวผีดิบ” ที่แม้จะหมดอายุขัยไปแล้ว แต่ไม่ยอมตาย ยังคงระเบิดพลีชีพครั้งแล้วครั้งเล่า!

  วัตถุชื่อ iPTF14hls หรือ Zombie Star (ดาวฤกษ์ผีดิบ) มองเห็นได้ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ จัดเป็นซูเปอร์โนวาที่แปลกประหลาดในช่วงเวลา 3 ปี มันปะทุหลายครั้ง นับแต่ปี 1954 เป็นต้นมา มันระเบิดทำลายตัวเองมาแล้วประมาณ 2-5 ครั้ง ระเบิดพลีชีพครั้งแล้วครั้งเล่า หมดอายุขัยแล้วไม่ยอมตาย ฟื้นชีวิตหลายรอบในช่วงเวลา 60 ปี “ซูเปอร์โนวาดวงนี้หักล้างทุกอย่างที่เราคิดว่าเรารู้ ถือเป็นปริศนาข้อใหญ่สุดที่เคยเจอนับแต่ศึกษาการระเบิดในจักรวาลมานานหนึ่งทศวรรษ” แอร์ อาร์คาวี นักศึกษาหลังปริญญาเอกที่หอสังเกตการณ์ลาคัมเบอร์ นักวิจัยร่วม บอกในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร nature     ตามทฤษฎีทางดาราศาสตร์ในปัจจุบัน เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมากหมดอายุขัย มันจะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา หรือมหานวดารา ปิดฉากชีวิตในการระเบิดแค่ครั้งเดียว สำหรับดาวฤกษ์ซอมบีดวงนี้ นอกจากระเบิดมาแล้วหลายหน แต่ละครั้งยังปลดปล่อยพลังงานกินเวลานานกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปถึง 6 เท่าเลยทีเดียว วัตถุสว่างที่ว่านี้ พบเมื่อปี 2014 ต่อมาในปี 2015 นักดาราศาสตร์ระบุว่า มันคือมหานวดารา ตอนแรกวงวิชาการไม่เห็นว่ามันมีอะไรน่าสนใจ แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดเพราะโดยทั่วไป เมื่อดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ปลิดชีพตนเองเมื่อหมดอายุขัย มวลที่ยุบถล่มลงสู่ใจกลางจะจุดระเบิด ส่งมวลสารพุ่งกระจายรอบทิศทางด้วยความเร็วสูง มวลสารที่ขยายตัวปลดปล่อยพลังงานมหาศาล ทำให้มันสว่างเจิดจ้าอยู่นานประมาณ…

แก๊งปล้นธนาคารทุ่ม 42 ล้าน! หวังเจาะอุโมงค์โผล่ตู้นิรภัย ฉกหมื่นล้าน แต่ไปไม่ถึงฝัน

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลสกัดแผนการปล้นธนาคาร Banco do Brasil ของโจรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งใช้เวลากว่า 4 เดือนในการขุดอุโมงค์ใต้ดินความยาวกว่า 500 เมตร เข้าไปในห้องนิรภัยของธนาคารแห่งหนึ่งในนครเซา เปาโล เพื่อโจรกรรมเงินจำนวนกว่า 1,000 ล้านเรียล หรือราว 10,614 ล้านบาท ซึ่งหากสำเร็จจะถือเป็นการปล้นธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในโลกทีเดียว     แผนการปล้นธนาคารซึ่งมีทรัพย์สินมากที่สุดในละตินอเมริกาของโจรกลุ่มนี้ถูกยับยั้งเอาไว้ได้ เนื่องจากตำรวจตรวจพบว่า มีอุโมงค์ถูกขุดอยู่ใต้ถนนสายหนึ่ง และจับตาผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้มาโดยตลอด และเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเข้าจับกุมพวกเขาในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากอุโมงค์ถูกสร้างจนเสร็จแล้ว โดยจับผู้ต้องสงสัยได้ 16 คน     ทั้งนี้ โจรกลุ่มนี้ขุดอุโมงค์จากบ้านเช่าหลังหนึ่งใกล้เขต ชาการา ซานโต อันโตนิโอ โดยอุโมงค์ใหญ่พอที่ผู้ใหญ่สามารถคลานเข้าไปได้ และยาวไปจนถึงห้องนิรภัยแต่ไม่ทะลุถึงตู้นิรภัย ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพวกเขาจะวิธีเข้าไปเอาเงินออกมาได้อย่างไร     ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฟาบิโอ ปินเฮโร โลเปส ผู้นำทีมสืบสวนคดีนี้ ระบุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า โจรกลุ่มนี้อ้างว่าพวกเขาลงทุนเงินไปประมาณ 4 ล้านเรียล…