iG - Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23

ไม่สงสัยทำไมถึงอยู่มาได้ 90 ล้านปี – “จระเข้อเมริกา” โชว์วิธีเอาตัวรอดกลางพายุน้ำแข็ง

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียกำลััง ให้ความสนใจภาพความอยู่รอดของจระเข้กลุ่มหนึ่ง ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภาพดังกล่าวถูกถ่ายเอาไว้โดยเจ้าหน้าที่เขตพันธุ์ป่าลุ่มแม่น้ำแชลล็อต รัฐนอร์ท แคโรไลนา ภาพที่เห็นคือส่วนของปากจระเข้ 3-4 ตัว พากันชูส่วนจมูกขึ้นมาอยู่เหนือผิวน้ำ โดยที่แม่น้ำบริเวณดังกล่าวเย็นยะเยือกกลายเป็นน้ำแข็งเกือบทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศของสัตว์เลือดเย็น จระเข้ตัวดังกล่าวไม่ได้เสียชีวิตจากความหนาวเย็น แต่มันอยู่ในภาวะจำศีลชั่วคราว เพื่อเอาตัวรอดในช่วงเวลาวิกฤตของสภาพอากาศ     เจ้าหน้าที่เขตพันธุ์ป่าฯ ยังได้เฝ้าติดตามดูความเคลื่อนไหวของจระเข้ตัวดังกล่าวทุกๆ วัน จระเข้ชูจมูกขึ้นมาเหนือผิวน้ำเช่นนั้นอยู่ๆ ราว 2-3 วัน โดยที่ส่วนของลำตัวยังอยู่ใต้ผืนน้ำ ส่วนหนึ่งที่พวกมันทำเช่นนั้นก็เพราะเรื่องการช่วยหายใจนั้นเอง   ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผานมา สถานการณ์ภัยหนาวยะเยือกจากอิทธิพลของพายุหิมะรุนแรง หรือ บอมบ์ ไซโคลน ที่พัดถล่มทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ความหนาวเย็นเริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังจากที่สภาพอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นจากสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่เขตพันธุ์ป่าฯ ได้โพสต์อัพเดทอีกครั้ง หลังจากที่สภาพาอากาศเริ่มอุ่นขึ้นและน้ำแข็งบนผิวน้ำเริ่มละลายลงแล้ว ปรากฏว่าเจ้าจระเข้กลุ่มนี้ได้พ้นจากสภาพจำศีลและว่ายน้ำจากไปหมดแล้ว     จระเข้ยุคปัจจุบันหรือเรียกตามภาษานักวิชาการว่าจระเข้ยุคใหม่นั้น โผล่หน้าขึ้นมาบนโลกเมื่อราว 90 ล้านปีก่อน จระเข้ จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์เลื้อยคลานทั้งหมด มีความสามารถในการปรับสภาพร่างกายในการอยู่รอดจากภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาแล้วหลายครั้ง พวกมันคงลักษณะโบราณทางด้านกายวิภาคเกือบทั้งหมดของร่างกาย ตั้งแต่ปลายจมูกจรดปลายหาง ไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้แตกต่างไปจากบรรพบุรุษในยุคโบราณ…

อากาศโลกเพี้ยนหนัก! หิมะตกในทะเลทรายซาฮารา กว่า 3 ครั้ง ในช่วง 40 ปี

  เกิดปรากฏการณ์หาชมได้ยาก มีหิมะตกหนักในทะเลทรายซาฮาราอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์ (7 ม.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 40 ปี ที่มีหิมะตกปกคลุมทะเลทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ปรากฏการณ์หิมะตกดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณเมืองอิน เซฟรา  เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศแอลจีเรีย ตั้งอยู่ในเทือกแอตลาส  ทางตอนเหนือของทะเลทราย ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,280 ฟุต ซึ่งสถานที่นี้ได้ชื่อว่าเป็น “ประตูสู่ทะเลทราย” หิมะที่ตกลงมานี้ปกคลุมพื้นที่บางส่วนหนาถึง 16 นิ้ว สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก – หิมะตกครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ปี 1979 (มีหิมะปกคลุมขาวโพลนอยู่ราว 30 นาที) – หิมะตกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ปี 2016 (มีหิมะปกคลุมขาวโพลนอยู่ราว 1 ชั่วโมง) – และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 (มีหิมะปกคลุมตั้งแต่ 7 โมง – 5 โมงเย็น)…

รู้หรือไม่? สุดยอดฉาก Walk of Shame ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์!

  บทลงโทษสำหรับสตรีในเจ็ดอาณาจักรอย่างหนึ่งก็คือการเดินประจานกลางเมือง (Walk of Shame) เพื่อลงโทษแก่สตรีด้วยข้อหาคบชู้หรือค้าประเวณี ในทางศาสนจักรของทวยเทพองค์ใหม่จะเรียกว่าการเดินไถ่บาปหรือ Walk of Atonement ซึ่งบทลงโทษนี้เรารู้จักกันเป็นอย่างดีจากที่เห็นในบทของ Cersei Lannister เพื่อนๆทราบกันหรือไม่ครับว่า เหตุการณ์เดินเปลือยเพื่อไถ่บาปนี้เคยเกิดขึ้นจริง และยังถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกด้วย George R.R. Martin ได้บอกกับนิตยสาร Time ว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการเขียนจากเรื่องจริงของผู้หญิงที่มีชื่อว่า Jane Shore     เจน ชอร์ (1445 – c.1527 ชื่อจริงคือ อลิซาเบธ เลมเบิร์ธ) หนึ่งในนางสนมของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งอังกฤษ หลังจากที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้สวรรณคต น้องชายของเขาก็ได้เสด็จขึ้นครองบัลลังก์ และได้รับการแต่งตั้งเป็น พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ(น้องชาย) ทรงเกลีดนางสนมเจน ชอร์ เป็นอย่างมาก เพราะเหตุผลอันใดก็ไม่ทราบ แต่จากการสันนิษฐานน่าจะเป็นเรื่องการเมือง และการล่าแม่มดในอดีต…

นักวิทย์ยืนยัน “ไส้เดือน” สามารถเติบโตและขยายพันธุ์ได้ในดิน “ดาวอังคาร”

ทีมวิจัยทางชีววิทยา นำโดย วีเกอร์ แวเมลิงค์ นักชีววิทยาประจำมหาวิทยาลัย แวเกนนิงเกน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการทดลองเลี้ยงไส้เดือนในดินดาวอังคารจำลอง – หลังจากเพาะเลี้ยงไส้เดือนแล้วนำดินส่วนหนึ่งไปใช้เพาะปลูกพืชผักได้อีกด้วย     ดินที่แวเมลิงค์ซื้อจาก NASA เมื่อปี 2013 ไม่ได้มาจากดาวอังคารจริงๆ แต่จำลองขึ้นโดยการนำเอาโคลนจากภูเขาไฟแห่งหนึ่งในฮาวาย ผสมกับดินจากทะเลทราย โมฮาเว หลังจากนั้นนำดินทั้งหมดผ่านกระบวนการฆ่าสิ่งมีชีวิตในดินทั้งหมดด้วยกรรมวิธีสเตอริไลซ์ เพื่อให้เหมือนกับดินที่ปราศจากสิ่งมีชีวิตจากดาวอังคาร เป็นเงิน 2,500 ดอลลาร์ (ราว 82,000 บาท) ได้ปริมาณดิน 220 ปอนด์ หรือราว 100 กิโลกรัม แวเมลิงค์ นำดินดาวอังคารที่จำลองขึ้นไปไว้ในห้องทดลองที่จำลองสภาพให้คล้ายคลึงกับอาณานิคมบนดาวอังคาร จากนั้นก็เริ่มต้นทดลองเลี้ยงไส้เดือนเกิดใหม่ 2 ตัวซึ่งปรากฏว่าเติบโตได้ดี เมื่อนำไส้เดือนที่โตเต็มวัยซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในดินและสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกได้มาเลี้ยงเพิ่มเติม ไส้เดือนเหล่านั้นไม่เพียงมีชีวิตรอด ทั้งยังขยายพันธุ์ได้อีกต่างหาก   ประโยชน์ของไส้เดือนที่มีต่อดินที่จะใช้ในการเพาะปลูก – ไส้เดือนช่วยพลิกกลับดิน เอาดินด้านบนลงไปด้านล่าง เป็นการคลุกเคล้าแร่ธาตุ เพื่อที่พืชจะดูดสารอาหารได้อย่างเต็มที่ – พรวนดิน ทำให้พืชมีช่องว่างเพียงพอที่รากจะดูดออกซิเจนไปใช้ในการเติบโตได้ – พวกมันสามารถเป็นปุ๋ยได้ เวลาที่พวกมันจากไปแต่ร่างกายของพวกมันก็ยังทำประโยชน์ได้อยู่…

แอพหาคู่หลายรายถูกฟ้อง – หลอกให้ผู้ใช้คุยกับสาวสวย แต่กลับใช้ AI มาคุยแทน

  วันที่ 8 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา สำนักข่าว New Express รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนทำการปิดแอปพลิเคชันหาคู่ 21 บริษัท (แต่ถูกปิดจริงๆ 12 แอพ) เนื่องจากถูกฟ้องข้อหาหลอกผู้ใช้งานให้จ่ายเงินเพื่อแชทคุยกับสาวสวย แต่จริงๆ แล้ว ใช้ AI คุยแทน พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย 600 คน ที่ทำงานกระจายอยู่ใน 13 จังหวัดทั่วจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลกวางตุ้ง เริ่มสอบสวนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา หลังจากสงสัยมีแอปพลิเคชันหนึ่งหลอกลวงลูกค้าคิดเงินค่าธรรมเนียมลูกค้าสำหรับเข้าคลิปวิดีโอลามก ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง จากการขยายผลต่อพบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของอย่างน้อย 1 บริษัทสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมโดยใช้ชื่อว่า “sexy girl” โดยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีขึ้นข้อความตอบกลับและชื่นชมผู้ใช้จากบัญชีรายชื่อปลอมนี้ โดยเป้าหมายคือกลุ่มผู้ใช้บริการที่เพิ่งสมัครใหม่ ผู้ใช้งานยังระบุด้วยว่า บางแอพให้จ่ายเงินเพิ่มเพื่อจะได้ดูวิดีโอสาวสวยออกท่าทางเซ็กซี่ แต่กลายเป็นว่าไม่สามารถโหลดวิดีโอดูได้ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยของมณฑลกวางตุ้ง เปิดเผยว่า กลุ่มมิจฉาชีพใช้เล่ห์กลในการหลอกลวงให้ลูกค้าส่งของขวัญ หรือแม้แต่เงิน และยังทำเรื่องผิดกฎหมายเพื่อให้ได้ประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่ามีผู้เสียหายราว 10,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่ 154 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,900…

Kit Harington หรือ Jon Snow ถูกไล่ออกจากบาร์หลังเมาหนัก และเพ้อถึงบทที่ตัวเองเล่น

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา Kit Harington หรือที่รู้จักกันในบทบาทของ Jon Snow จากซีรีย์ยอดฮิต Game of Thrones ถูกไล่ออกจากบาร์ในนิวยอร์ค หลังเมาหนักและโวยวายถึงบทหนังที่ตัวเองเล่น     สำนักข่าวปาปารัสซี่ขื่อดัง TMZ ได้รายงานว่า คิท แฮริงตัน ดาราหนุ่มชื่อดังวัย 31 ปี ได้เดินไปขอร่วมแจมเพื่อที่จะเล่นพูล แต่คิทอยู่ในอาการที่มึนเมามาก ตัวเขานั้นแทบจะเดินเองไม่ไหว สร้างความไม่สบายใจเป็นอย่างมากต่อคนในผับ (กษัตริย์แห่งแดนเหนือ จะเมาเป็นทีเรี่ยนแบบนี้ไม่ได้นะพะยะค่ะ)     ตอนแรกเขาถูกเชิญให้ออกจากผับไป คิทก็ออกไปโดยดี แต่ก็กลับเข้ามาใหม่พร้อมโวยวายหนักกว่าเดิม จนต้องถูกการ์ดลากออกไปในที่สุด แต่อย่าพึ่งมองคิทในแง่ลบ เพราะคิทคงแค่อยากเล่นพูลด้วยเหล่าชาวเหนือจริงๆ ฮ่าๆๆ   และเป็นที่ยืนยันแล้วว่าซีรีย์ Game of Thrones ซีซั่นสุดท้ายจะเปิดตัวให้ชมกันในปี 2019 ช่วงนี้ก็สามารถติดตามหนังใหม่ๆของนักแสดงซีรีย์ยอดฮิตนี้ได้ เพราะนักแสดงแทบทุกคนที่ได้เข้าร่วมแสดงในซีรีย์ชื่อดังนี้มีชีวิตดีขึ้นทุกคน(ดังขึ้น งานชุม มีหนังเดี่ยวของตัวเองมากขึ้น) ที่มา – dailymail Ma_noshiG…

คลีโอพัตรา ไม่ได้สวยอย่างที่คิด? แต่ที่ถูกยกให้เป็นผญที่สวยที่สุดในโลกก็เพราะ ความฉลาด

คลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) สตรีผู้นี้คือนางพญาองค์สุดท้ายแห่งอียิปต์โบราณ ก่อนที่อาณาจักรอันเกรียงไกรนี้จะกลายเป็นเพียงแค่แคว้นหนึ่งของจักรวรรดิโรมันในช่วงประมาณ 30 ปีก่อนคริสตกาล นางมิใช่คนอียิปต์ ทว่าเป็นชาวกรีก มีสตรีใช้ชื่อคลีโอพัตราก่อนหน้านางถึงหกคน แต่ก็ไม่มีใครที่โด่งดังเท่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 อีกแล้ว ราชินีแห่งอียิปต์ถูกกล่าวขานถึงความงามที่เธอมีเหนืออผู้ใด ซึ่งปรากฏให้เห็นได้จากงานศิลปะต่างๆที่สื่อถึงตัวเธอ อันมีมาต่อเนื่องยาวนานแม้ว่าเธอจะได้จากโลกนี้ไปนานนับพันปี ตำนานความงามของเธอส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เธอทำให้ผู้นำที่ทรงอำนาจของโรมันถึงสองคนคือจูเลียส ซีซาร์ และมาร์ก แอนโทนี ต้องหมอบราบให้กับเธอ ความงาม เสน่ห์แห่งเรือนร่าง หรือความปราดเปรื่องของพระนางกันแน่ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมยิ่งใหญ่ขึ้นในประวัติศาสตร์ให้โจษจันเล่าขานกันสืบมา   คลีโอพัตรา หน้าตาสวยจริงหรือไม่? งานเขียน   เว็บไซต์ Heritage daily ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความงามที่ร่ำลือกันของคลีโอพัตรานั้นมีพื้นฐานที่น่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด หากอาศัยหลักฐานที่ปรากฏตามประวัติศาสตร์มาพิจารณาประกอบ งานเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน คาสซีอุส ดิโอ (Cassius Dio) ซึ่งมีขึ้นหลังการจากไปของคลีโอพัตรากว่า 200 ปี กล่าวว่า คลีโอพัตราเป็น “หญิงที่งามเกินกว่าความงามใดๆ” เป็นผู้ที่แค่ “ได้มองเห็นก็ถือเป็นบุญตา” ขณะที่พลูตาร์ก (Plutarch) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกได้เขียนถึงคลีโอพัตราก่อนหน้าดิโอนับร้อยปีว่า “ความงามของเธอ…ใช่ว่าจะหาผู้ใดเปรียบมิได้ หรือจะทำให้ผู้ใดตื่นตะลึงได้เพียงแค่เห็นหน้าเธอ” อย่างไรก็ดี…

ทหาร SAS ปะทะไอซิสจนกระสุนหมด-บุกเดี่ยวฟันหัวขาด-ขโมยปืนและระเบิดฆ่าจนหน่วยชนะ

  หน่วยรบพิเศษอังกฤษ SAS(British Special Air Service) มีคำขวัญประจำหน่วยว่า “Who dares wins” หรือ “ผู้ที่กล้าเท่านั้นที่จะชนะ” โดนกลุ่มไอซิสดักซุ่มโจมตีในอัฟกานิสถาน ยิงต่อสู้ดวลกันนานถึง 6 ชม. จนกระสุนหมด แต่ก็ยังสามารถใช้ทักษะชั้นเชิงในการต่อสู้อย่างเยี่ยมยอด คว้าจอบฟันใส่คอของนักรบไอซิสคนหนึ่งจนหัวขาดกระเด็น จากนั้นทหารหน่วยรบพิเศษนายนี้ยังได้ฉวยใช้ปืนและระเบิดของนักรบไอซิสที่ตายไป นำมาปลิดชีพกลุ่มไอซิสตายไปได้อีกหลายราย เหตุการณ์สู้รบอย่างดุเดือดครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ในอัฟกานิสถาน โดยกำลังทหารหน่วยรบพิเศษ ​SAS ของอังกฤษที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ได้ถูกกลุ่มมือปืนไอซิส ซึ่งมีอาวุธปืนเพียบพร้อม รวมทั้งปืนไรเฟิล ดักซุ่มโจมตี     ทหารหน่วย SAS ที่ถูกกลุ่มไอซิสดักซุ่มโจมตีนี้ ได้วิทยุแจ้งขอความช่วยเหลือ เพราะไม่อยากโดนจับเป็นเชลย (โดนจับก็คือการตายทั้งเป็นเพราะจะถูกทรมานแสนสาหัส) และพร้อมจะขอสู้จนตาย ขณะเดียวกันกองกำลังสหรัฐฯ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์อปาเช่ 2 ลำมาช่วยทหารหน่วย SAS ต่อสู้กับกลุ่มไอซิส ที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน คำให้สัมภาษณ์ของ ฮีีโร่ ที่ใช้จอบฟันหัวขาด – “พวกเรารู้อยู่แล้วว่า วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของพวกเรา…

สุดยอดความดาร์ค ของสิ่งที่ซื้อขายกันในตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก! (เลือด,คน,ไสยศาสตร์)

Marche Des Feticheurs  เป็นตลาดมืดที่ขายของผิดกฏหมาย สถานที่ตั้งอยู่ที่เมืองโลเม เมืองหลวงของประเทศโตโก ในทวีปแอฟริกา ซึ่งตลาดมืดแห่งนี้ถูกยกให้เป็น “ตลาดค้าขายเครื่องรางของขลังที่ใหญ่ที่สุดในโลก”   ภายในตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยที่ขายเครื่องรางของขลังแปลกๆมากมาย อาทิเช่น หัวสุนัข ตุ๊กตาวูดู กระดูกช้าง หางนกอินทรีย์สดๆ หัวม้า หัววัว หัวงูเห่า หัวลิง หัวแมวที่ตายแล้ว หัวกระโหลกของมนุษย์ รวมถึงยาพิษ จึงทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักไสยศาสตร์และผู้มีความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนต์คาถาต่างๆ อย่างแท้จริง!     และก็แน่นอนครับว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ใช่ของถูกกฎหมาย แต่ก็เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศยากจนที่มักมีของแปลกๆ แบบนี้มาวางขายตามท้องถนน โดยมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังอยู่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ก็กลายเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะกับบรรดาคนที่กำลังมองหาสินค้าและวัฒนธรรมเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ     Emanuela Grieco ช่างภาพที่ถ่ายภาพเหล่านี้บอกว่า – “มีสินค้าเกี่ยวกับเวทยนต์และไสยศาสาตร์ทุกอย่างให้เราได้เลือกสรรค์ นับๆดูแล้วน่าจะมีสัตว์สัก 1,000 ชนิดได้”   ค้าเลือด     แต่สิ่งที่น่าตกใจกับของที่วางขายอยู่ในตลาดแห่งนี้ที่สุดก็คือ เมื่อปี 2014 ตลาดมืดแห่งนี้มีการวางขายเลือดของผู้รอดชีวิตจากเชื้ออีโบลา โดยมีการวางขายกันอย่างกว้างขวางและทำเงินได้อย่างมหาศาล เพื่อนำไปฉีดให้แก่ผู้ป่วยที่กำลังติดเชื้อ เนื่องจากเชื่อกันว่าเลือดของผู้ที่หายจากอีโบลา มีแอนติบอดี…

นักวิทย์ลงทุน 3 หมื่นล้าน เจาะสำรวจใจกลางโลก พื้นที่ที่มนุษย์ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน

ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกา รัสเซีย อินเดีย และจีน รวมทั้งอีกหลายประเทศที่มีเทคโนโลยีระดับสูงและเงินทุนเพียงพอได้ส่งยานอวกาศ ดาวเทียม แท้กระทั่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศขึ้นไปโคจรนอกโลก เพื่อถ่ายทอดภาพ หรือ ข้อมูลดาวดวงอื่นกลับมาให้นักดาราศาสตร์ และ นักวิทยาศาสตร์แขนงอื่นได้วิเคราะห์วิจัยสภาพของดาวดวงอื่น     แต่มนุษย์กลับรู้จักโลกดวงนี้ น้อยกว่าดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์มีโอกาสสำรวจพื้นที่โลกใต้สมุทรเพียงไม่เกิน 10% ของพื้นที่ใต้ท้องทะเลทั่วโลก และยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ยังรู้จักกับสภาพที่แท้จริงใต้พื้นผิวโลกน้อยกว่านั้นมาก ความรู้ที่ใช้ในการพยากรณ์แผ่นดินไหว หรือ การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก หรือ การสำรวจแหล่งแร่นั้น ก็อาศัยทฤษฎีและหลักสถิติในการประเมินและพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น ในทฤษฎีภูมิศาสตร์โลกระบุว่า ลักษณะทางกายภาพของโลกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ประกอบไปด้วย ชั้นเปลือกโลก ชั้นแมนเทิล และแกนโลก ว่ากันว่าความลึกลับนี้ได้ซ่อนความจริงเกี่ยวกับกระบวนการกำเนิดโลกไว้อยู่ข้างใต้นั้น     จนตอนนี้ได้มีทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศญี่ปุ่น(JAMSTEC) ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการเจาะเปลือกโลกให้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ให้ได้ แม้มนุษย์จะพยายามศึกษาความลับของเปลือกโลกมานานกว่า 50 ปี แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกโลกได้สำเร็จ ซึ่งความพยายามครั้งล่าสุดสามารถทำได้ราว 700 เมตร เท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องหาจุดที่ชั้นเปลือกโลกมีความบางมากที่สุด และได้พบกับจุดหมายแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิก ดังนั้นการเจาะจึงต้องอาศัยเรือขุดเจาะและท่อขุดเจาะที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษสามารถรองรับแรงกดดันมหาศาลในบริเวณที่ต้องการสำรวจได้     เครื่องมือที่ใช้ในภารกิจขุดเจาะครั้งนี้ก็คือ “เรือขุดเจาะ…