เจาะลึกชีวิตของ “ปาโบล เอสโกบาร์” ซาตานในร่างวีรบุรุษ

– ทำรายได้จากธุรกิจมืดถึงสัปดาห์ละ 15,225 ล้านบาท , ปีละ 7 แสนล้านบาท , มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท – ติดอันดับ 7 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Forbes เป็นเวลา 7 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ 1987-1993 – ปาโบล เติบโตขึ้นมาในครอบครัวยากจน แต่ด้วยความที่เป็นคนหัวดี และเป็นคนกล้า ทำให้รู้จักค้าขาย และมีสกิลเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งความสามารถนี้น่าจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการลอบขนส่งสิ่งผิดกฏหมายได้อย่างมืออาชีพ – เอสโกบาร์ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 15 ตันทุกวัน ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโคเคนในสหรัฐฯ จำนวน 4 ใน 5 คนล้วนแต่เป็นเครือข่ายของปาโบล ทั้งทางเรือ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ – และหลังจากที่การขนย่งโคเคนเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ปาโบล จึงตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำ เพื่อใช้ในการขนส่งโคเคนเข้าสหรัฐ (ค้นพบโดยเจ้าหน้าที่ DEA ในปี 2011) – ปาโบล…

“Nomura(โนมูร่า)” แมงกะพรุนยักษ์ สายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก!

  Nomura’s Jellyfish แมงกะพรุนโนมูร่า เป็นสายพันธุ์ แมงกะพรุนยักษ์ พวกมันท่องอยู่ในทะเลของญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศจีน ด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 2 เมตร น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัมเท่ากับสิงโตตัวผู้ อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลของจีน เรื่อยไปถึงชายฝั่งทะเลของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ บางครั้งมันอาจว่ายไปทางตะวันออก คือทะเลญี่ปุ่นบ้าง เพื่อไปกินแพลงตอนอาหารจานโปรดของมัน     แมงกะพรุนโมมูร่า จึงเป็น 1 ในสายพันธุ์ แมงกะพรุน ตัว ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมกับ แมงกะพรุน Lion’s mane jellyfish แต่ตอนนี้แมงกะพรุนโนมูร่า กำลังสร้างปัญหาแก่ชาวประมงอย่างมาก บ่อยครั้งที่สำนักข่าวต่างประเทศมักจะรายงานถึงการก่อกวนของเหล่าแมงกะพรุนยักษ์ ที่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อ ชาวประมงในทะเลญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ที่กำลังประสบปัญหาแมงกระพรุนยักษ์ กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นแมงกะพรุนชนิดรับประทานได้แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม และกำลังสร้างปัญหาแก่ชาวประมงเนื่องจากการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีแมงกะพรุนชนิดนี้จำนวนกว่า 20,000 ล้านตัวมากกว่าประชากรบนโลกนี้ถึง 3 เท่า ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งทำการศึกษาและหยุดยั้งการขยายพันธุ์     ชาวประมงญี่ปุ่น พบเห็นกะพรุนโนมูระมากกว่าเดิมถึง…

หนุ่มนอร์เวย์ เมาแอ๋วันปีใหม่ คถ.บ้านทนไม่ไหว รู้ตัวอีกทีโดนค่าแท็กซี่ไปเต็มๆ 7 หมื่นบาท!

  หนุ่มชาวนอร์เวย์วัย 40 ปี ที่ได้ฉลองวันขึ้นปีใหม่กับเพื่อนๆ จนเมาแอ๋แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้เรียกรถแท๊กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน ที่ต้องผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก, ประเทศสวีเดน, ก่อนที่จะถึงกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ โดยใช้เวลาขับขี่กว่า 6 ชั่วโมง รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร และพี่แท๊กซี่คนนี้ก็บ้าจี้ขับไปส่งจริงๆ ฮ่าๆๆ     แต่พอเดินทางถึงแล้วชายคนนี้กลับเข้าบ้านไปนอนโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร ปล่อยให้คนขับแท็กซี่ต้องยืนหัวเสียอยู่หน้าบ้าน ขณะที่แบตเตอรี่รถก็หมด ทำให้เขาตัดสินใจแจ้งตำรวจออสโล ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวเหตุการณ์นี้บนทวิตเตอร์ เมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาก็เข้าไปในบ้านของชายวัย 40 ปีรายนี้ และพบว่าเขานอนหลับสบายอยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่จึงปลุกเขาและแจ้งหนี้ค่าโดยสารแท็กซี่เป็นเงินถึง 18,000 โครนนอร์เวย์ (ราว 72,248 บาท) ซึ่งเขายอมจ่ายเงินแต่โดยดี ส่วนคนขับรถแท็กซี่ได้บริการยกรถมาช่วยพาเขากลับเดนมาร์ก เรื่องจึงจบด้วยดี ที่มา – metro   ภาพนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แต่เราอยากเขียน เป็นการแถมให้ ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อจริงว่า Thaddeus Kalinoski…