รวม 5 สุดยอดเหตุการณ์ ของคนที่ทำอะไรโคตรเพี้ยนตอนเมา ประจำปี 2017

1.เมาหนักแต่อยากได้แว่น คุณลุงท่านหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ได้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน จนเมาหนักมาก แล้วขอร้องให้ช่างสัก สักแว่นตาเรย์แบนให้เขา พอตื่นมาคุณลุงก็จำอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับรอยสักนี้ จนนานๆเข้าเริ่มมีแต่คนทัก คุณลุงทนไม่ไหวจึงต้องไปใช้บริการเลเซอร์ลบรอยสัก จนคุณหมอพูดว่า – “ฉันไม่เคยเจอรอยสักอะไรแย่เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่ฉันก็จะช่วยเหลือคุณลุงอย่างเต็มที่”   2.นักวาร์ปชาวโรมาเนีย มิไฮ ดานซิว หนุ่มว่างงานชาวโรมาเนียเมาหนักข้ามประเทศ ท้าพนันดวลเหล้ากับเพื่อน บอกจะหางานทำได้แน่ ๆ ก่อนตื่นมาอีกที ไปโผล่อยู่อังกฤษ ไกลจากบ้านถึง 2,700 กิโลเมตร มิไฮตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่า ตัวเองนอนอยู่ในสนามหญ้าของตึกแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงลอนดอน โดยเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อพบว่าผู้คนรอบตัวสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษ โดยในขณะที่อยู่ระหว่างการฟื้นคืนสติ มิไฮได้ถูกพาตัวไปพักรักษาที่โรงพยาบาลวิปส์ ครอส ในกรุงลอนดอน ซึ่งโชคดีที่มีเอดินา คอสตาซ พยาบาลสาวชาวโรมาเนีย ทำงานอยู่ที่นั่น และเธอได้ยืนยันว่า เขาอยู่ที่อังกฤษจริง ๆ อย่างไรก็ดี จากการตั้งข้อสงสัยระบุว่า การที่เขาเมามากเช่นนั้นไม่น่าจะได้รับการอนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่องบิน ดังนั้นการเดินทางโดยรสบัสโดยสารอาจจะมีความเป็นไปได้ โดยเขาจะได้รับความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ในการพาตัวเดินทางกลับประเทศโรมาเนีย   3.เฮ้! เดนมาร์ก ขอยืมกรีนแลนด์หน่อยสิ โจ หนุ่มนักดื่มวัย 23…

ย้อนดูเหตุการณ์รถติดมหาโหด ที่อินโดฯนานถึง 3 วัน จนคนเหนื่อยตายคารถกว่า 12 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ถึง 5 กรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนนจากกรุงจาการ์ตา มายังเทกัล ในเมืองเบรเบส ตะวันออก เขตขวากลาง ในประเทศอินโดนีเซีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 18 ราย ส่วนใหญ่ตายเพราะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า บวกกับความเครียด และอากาศร้อนบนท้องถนนระหว่างรถติดนานกว่า 72 ชั่วโมง และอีกรายคือเด็ก 1 ขวบ ที่ตายเพราะพิษควัน     ทางกระทรวงสาธารณสุขยังชี้ด้วยว่าการใช้เครื่องปรับอากาศอาจเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเนื้อที่แคบๆ ของห้องโดยสารรถยนต์ เหนื่อยตาย 12 ศพ และ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอีก 5 ศพ ครอบคลุมระยะทาง 20 กิโลเมตรในอินโดนีเซีย ที่ทำให้ประชาชนหลายพันคนที่กำลังออกเดินทางไปฉลองอีดิ้ลฟิตรี ต้องติดแหง็กโดยสิ้นเชิงอยู่บนท้องถนน     ส่วนสาเหตุที่รถติด เกิดจากทุกๆวันที่ 5 ก.ค. เป็นช่วงเทศกาลวันวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันออกเดือนถือศีลอด รอมฎอน เนื่องจากชาวอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม พากันขับรถออกมาท่องเที่ยวพักผ่อน…

ยอดมนุษย์พันธุกรรมแบบ Deadpool และ Wolverine มีอยู่จริง!

  Anti-Hero ชื่อดังอย่าง Deadpool ได้รับพลังแบบเดียวกับ Wolverine นั่นคือ Healing Factor ที่ทำให้ไม่ว่าจะบาดเจ็บปางตายขนาดไหน ก็สามารถกลับมาแข็งแรงปกติได้ภายในไม่กี่วินาที แต่นี่เป็นเพีงจินตนาการที่อยู่ภายในการ์ตูนเท่านั้น เพราะหากเราบอกว่ามีคนเป็นอย่างนั้นจริงๆ เชื่อว่าทุกคนย่อมไม่เชือแน่นอน แต่ขอให้ลองอ่านเรื่องนี้ดูก่อนครับ แล้วความเชื่อในเรื่องของการสร้างซุปเปอร์ฮีโร่ของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ชายวัยกลางคนอายุ 45 ปี คนหนึ่งน่าจะเสียชีวิตไปนานแล้ว เขาเกิดมาพร้อมข้อบกพร่องทางพันธุกรรมที่ทำให้เขาเป็นโรคทางระบบประสาทที่เรียกว่า หลุยส์ บาร์ (Louis Bar syndrome) คนอื่นๆ ที่มีความบกพร่องเดียวกันจะไม่สามารถประสานงานการเคลื่อนที่ของดวงตาได้ตั้งแต่ 2 ขวบแล้ว และต่อมาก็จะควบคุมกล้ามเนื้อขาไม่ได้ด้วย พอถึงวัยรุ่นจะต้องนั่งรถเข็น และโดยทั่วไปจะเสียชีวิตก่อนเป็นผู้ใหญ่ แต่ชายวัย 45 ปีคนนี้กลับปลอดภัยดี ไม่มีอาการของโรคร้ายเลย ชายคนนี้ถูกค้นพบโดย อีริค ชาด์ท ศาสตราจารย์นักวิเคราะห์พันธุกรรมแห่งโรงเรียนแพทย์เมาต์ ไซไน ในนิวยอร์ก ชายวัยหนุ่ม 45 ปี คนนี้เป็นตัวอย่างของสิ่งที่ ชาด์ทเรียกว่า “วีรบุรุษพันธุกรรม” เพราะร่างกายของชายคนนี้สามารถชดเชยความบกพร่องทางพันธุกรรมได้ เขาจึงไม่ต้องพบกับชะตากรรมอันน่าสะพรึงที่ฝังอยู่ในพันธุกรรมของเขา     ชาด์ททำงานร่วมกับสตีเฟน เฟรนด์…

รวมเหล่า CEO ที่เริ่มต้นจากชีวิตติดลบ สู่หมื่นล้าน แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นปีใหม่ของคุณ

1.ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ (Starbucks) เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนอย่างมาก พ่อทหารผ่านศึกและได้มาเป็นคนขับรถส่งของ ส่วนแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป จนวันหนึ่งพ่อเกิดขาหัก ขับรถไม่ได้ ทำให้ครอบครัวแทบไม่มีเงินซื้ออาหารกิน จึงทำให้ ฮาวเวิร์ด ต้องสู้ชีวิตเป็นอย่างมาก เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 12 ในร้านอาหาร และด้วยแรงกดดันนี้ทำให้ฮาวเวิร์ด เป็นนักเรียนเรียนดีจนได้ทุนการศึกษาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย จนสุดท้ายก็ได้ทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่ง รายได้ดีทีเดียว จนกระทั่งได้ไปดูงานที่อิตาลี จนได้ค้นพบว่า ที่อิตาลี ให้ความสำคัญกับกาแฟคนละเรื่องกับที่อเมริกาเลย ฮาวเวิร์ดไม่รอช้ารีบกระโดดเข้าไปทำธุรกิจกาแฟ จากเด็กน้อยที่ต้องอดมื้อกินมื้อ ต้องทำงานอย่างหนักไม่เคยมีของเล่น และไม่เคยมีเวลาว่างไปทำเรื่องไร้สาระ ตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก มีมากกว่า 17,000 สาขาใน 49 ประเทศ ติด 1 ใน 200 คนที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา Starbuck (ทรัพย์สิน 3 พันล้านดอลล่าร์)   2.ราล์ฟ รอเลน (Ralph Lauren) พ่อของราล์ฟประกอบอาชีพรับจ้างทาสีบ้านเพื่อหารายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัว ด้วยความที่เขาสนใจและความหลงไหลในโลกของแฟชั่น ทำให้เขาพยายามศึกษาและพยายามติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆของวงการแฟชั่นด้วยตนเองตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยในสมัยเป็นนักเรียน เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดในโรงเรียน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ราล์ฟยินยอมที่จะหารายได้เสริมเพื่อนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายกับเสื้อผ้าที่ทำให้ตนเองดูดีอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านของราล์ฟจะยากจน…