ต้นฉบับที่แท้ทรูของ “เจ้าหญิงนิทรา” โหดสุด ดิบสุด และยังหื่นสุดๆอีกด้วย! (18+)

  ต้นฉบับโดย Giambattista Basile นักเขียนอิตาลี เล่าว่าหลังจากถูกเข็มแทงที่นิ้ว (ต้นฉบับใช้ชื่อว่าทาเรีย แต่ในบทความนี้เราจะเรียกเธอว่าเจ้าหญิงออโรร่า) เจ้าหญิงออโรร่าก็หลับใหลไปด้วยคำสาป เจ้าหญิงไม่ได้พบกับเจ้าชาย และทุกคนในเมืองคิดว่านางตายแล้ว ร่างของนางถูกเก็บไว้ในบ้านกลางป่า จนกระทั่งวันนึงพระราชากลับไปเยี่ยมศพเจ้าหญิง แต่พบว่าเธอเติบโตเป็นสาวขึ้นทั้งๆ ที่ยังนอนนิ่งอยู่ ด้วยความงามจนน่าหลงไหล พระราชาหน้ามืดตัดสินใจข่มขืนเจ้าหญิงที่นอนนิ่งอยู่ ที่แปลกไปกว่านั้นคือพระราชาแวะไปข่มขืนเจ้าหญิงอยู่บ่อยครั้งจนเจ้าหญิงออโรร่าทรงตั้งครรภ์ทั้งที่ยังนอนนิ่งๆ กับพระราชาที่ข่มขืนเธอ แถมได้ลูกแฝดเสียด้วย แม้พระราชาจะปิดปากเงียบไม่บอกใคร แต่ราชินีก็จับได้ เธอโกรธมากจึงสั่งให้คนไปรับตัวลูกแฝดของเจ้าหญิงออโรร่ามา โดยสั่งให้พ่อครัวในวังฆ่าเด็กและเสิร์ฟให้พระราชากิน แต่พ่อครัวตัดสินใจซ่อนเด็กๆ ไว้และเสิร์ฟพระราชาด้วยเนื้อแกะแทน     เมื่อเจ้าหญิงออโรร่ามาขึ้นศาล พระราชินีสั่งให้คนของนางจุดไฟขึ้นที่ลานหน้าวัง และสั่งให้ทหารโยนเจ้าหญิงออโรร่าเข้าไปในกองไฟ แต่เจ้าหญิงออโรร่าขอถอดเสื้อผ้าออกจนหมดก่อนแล้วจึงเดินเข้าเปลวไฟ และระหว่างที่ถอดเสื้อผ้านั้น เธอก็ร้องไห้คร่ำครวญไปด้วยจนพระราชาได้ยิน เมื่อพระองค์มาดู พระราชินีก็บอกว่าเจ้าหญิงออโรร่าต้องถูกเผาและพระองค์ทรงกินเด็กๆ ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ทำให้พระราชาโกรธมากและสั่งเผาพระราชินีกับพ่อครัวแทน แต่พ่อครัวอธิบายว่าเขายังเก็บเด็กๆไว้ พระราชินีจึงถูกเผาเพียงคนเดียว และพระราชาก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงออโรร่าในที่สุด (กว่าจะแฮปปี้แม่มโคตรดาร์คเลย ถ้าผมเป็นเด็กอายุสัก 7 ขวบมาดูคงร้องไห้) ต้นฉบับเจ้าหญิงนิทรา เกิดครั้งแรกๆในยุโรปยุคเก่าและยุคกลาง สะท้อนว่าโลกนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรื่องราวมันมาจากชีวิตของคนในสมัยนั้น เป็นยุกค์ดิบเถือนเลยก็ว่าได้ – ไม่มีเจ้าชาย – เจ้าชายไม่ได้เป็นผู้ถอนคำสาปให้เจ้าหญิง แต่เป็น…

แผนใหม่ “ยิงเลเซอร์ขึ้นอวกาศ” เพื่อซ่อนโลกจากการรุกรานของเอเลี่ยน ใน 20 ปีข้างหน้า

  นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันก็อดเดิร์ด เพื่อการศึกษาอวกาศ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) เปิดเผยว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะค้นพบมนุษย์ต่างดาว หรือสิ่งทรงภูมิปัญญานอกโลกภายใน 20 ปี ข้างหน้านี้ โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์คิดว่าดวงดาวที่มีความเป็นไปได้ที่จะค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก คือดาวเอนเซลาดัส (Enceladus) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ของดาวเสาร์ และดาวยูโรปา (Europa) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี     ด้วยข่าวและข้อมูลต่างๆที่ประโคมอย่างหนักว่า มนุษย์อาจจะได้รับการติดต่อจากเอลี่ยนในอีก 25 ปี ข้างหน้านี้จริงๆ จึงทำให้ 2 นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน เสนอไอเดีย “ยิงลำแสงเลเซอร์” เพื่อซ่อนโลกจากพวกมนุษย์ต่างดาว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่า “มนุษย์ต่างดาว” หรือ “เอเลี่ยน” นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่นักวิทยาศาสตร์และกลุ่มคนที่ยังมีความเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ต่างยังหมกมุ่นค้นหาเรื่องราว และสิ่งลี้ลับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกอยู่ แนวคิดนี้ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ซึ่งแนวคิดนี้เป็นของสองนักดาราศาสตร์ นำโดยศาตราจารย์เดวิด คิพปิ้ง (David Kipping)…

พบกับ “ตระกูลมาร์ซิลี” ผู้สืบทอดยีนกลายพันธุ์หายาก ไร้ความรู้สึกเจ็บปวด แม้บาดเจ็บหนัก

  ตระกูลมาร์ซิลี (Marsili Family) ครอบครัวหนึ่งในอิตาลีที่มียีนกลายพันธุ์ชนิดที่แปลกและหายาก สืบทอดกันอยู่ในสายเลือด เมื่อกล่าวถึงคำว่ากลายพันธุ์ หลาย ๆ คนอาจจะนึกไปถึงเอ็กซ์เม็น (X-Men) จริงๆ แล้วครอบครัวมาร์ซิลีไม่ได้มีความสามารถเหนือมนุษย์หรืออะไรแบบนั้น แต่พวกเขามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือ ความไม่รู้สึกเจ็บปวด ไม่ว่าจะถูกน้้ำร้อนลวก ผิวหนังเป็นแผล หรืออะไรก็ตาม พวกเขาก็แทบไม่รู้สึกถึงความทรมานจากอาการเหล่านั้นเลย     เลติเซีย มาร์ซิลี วัย 52 ปี หนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่มีอาการนี้ เปิดเผยว่า เธอพบว่าตัวเองมีความผิดปกติ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะประสบอุบัติเหตุจนกระดูกร้าว หรือถูกไฟลวกจนเป็นแผล เธอก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ นอกจากเลติเซียแล้ว สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆอีก 5 คน ก็เป็นแบบเดียวกัน ต่อให้เป็นความเจ็บปวดรุนแรงชนิดที่คนปกติต้องพึ่งยาแก้ปวด พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้มัน (ตอนแรกนักข่าวนึกว่ามีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถนี้ แต่พอได้สัมภาษณ์ก็ถึงรู้ว่าคนในครอบครัวของเธอมีความสามารถนี้กันทุกคน)     “พวกเราก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงแค่พวกเราแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเหมือนคนอื่นเขา จริงๆแล้วพวกเราก็เจ็บเป็นนะ เพียงแค่มันอยู่ไม่นาน ไม่กี่วินาทีก็หายไป” เลติเซีย กล่าว ความไม่รู้สึกเจ็บปวดแบบนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งพิเศษที่หลายๆ คนปรารถนา แต่มันก็นำมาซึ่งอันตรายได้เช่นกัน…

FBI ออกโรงเตือน “ตุ๊กตา-ของเล่น” อาจเป็นอุปกรณ์ของแฮกเกอร์ ที่ให้มาเพื่อใช้แฮกคุณ

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ออกมาเตือนว่า ของเล่นที่เด็กๆได้รับในวันคริสต์มาสหรือวันปีใหม่นั้น อาจกลายเป็นฝันร้ายสำหรับคุณได้ เพราะนี่อาจเป็นอุปกรณ์ให้เหล่าแฮกเกอร์เข้ามาล้วงข้อมูลส่วนตัวกันถึงในบ้านได้     เอฟบีไอ ไม่ได้ระบุว่า ของเล่นประเภทใดหรือจากบริษัทใดที่มีความเสี่ยง แต่ให้คำจำกัดความรวมๆว่า ของเล่นที่มีไมโครโฟน กล้อง และระบบติดตามหรือระบุพิกัด เป็นคุณสมบัติของเล่นที่เสี่ยงต่อการถูกเจาะข้อมูลและระบบความปลอดภัยของเด็กๆและครอบครัวคุณได้ ลองคิดดูสิครับว่า หากคุณเป็นแฮกเกอร์สายดำ ที่ต้องการข้อมูลอะไรสักอย่างจากเหยื่อ แค่เพียงคุณได้ยินความลับอะไรบางอย่าง หรือ รูปหลุดสักรูปหนึ่ง คุณก็สามารถแบล๊คเมลเหยื่อได้อย่างง่ายดาย และหากเหยื่อพูดถึงรหัสธนาคาร แค่เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเจาะเข้าไปใช้เงินของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการแฮกโค๊ดเลยแม้แต่นิดเดียว (แต่อาจต้องเสียเวลากลบล่องลอยที่จะสืบไปถึงตัวเองนิดนึง)     และไม่ได้มีเพียงของที่ลูกหลานของคุณได้รับจากคนแปลกหน้ามาเท่านั้นที่อันตราย เพราะรวมถึงของเล่นที่วางขายอยู่ตามห้างหรือร้านขายของเล่นอีกด้วย เนื่องจากของเล่นเหล่านี้อาจหลุดรอดสายตาจากแผนกตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อให้วางขายให้ทันช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ความน่ากลัว GPS – แฮกเกอร์สามารถรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ออกบ้านรึยัง รู้ความเคลื่อนไหวของคุณได้ทุกอย่าง กล้อง – สามารถบันทึกภาพ หรือแอบดูอะไรหลายๆอย่างที่คุณไม่รู้ตัวเลยสักนิด นี่ไม่ใช่เร่ืองเกินจริง เพราะมันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เจ๋งกว่านี้ก็ยังเคย (แฮกกล้องโน๊ตบุ๊คไปดูคนอาบน้ำโดยที่สามารถสั่งให้ไฟที่บอกว่ากล้องทำงานอยู่ไม่แสดงผลได้) WiFi – หากเจ้าหมีหรือของเล่นไฮเทคสามารถเชื่อมต่อ เข้าไปใช้วงแลนเดียวกับที่คุณใช้อยู่เป็นประจำแล้วหล่ะก็ โอกาสที่เหล่าแฮกเกอร์จะรู้รหัสต่างๆของคุณในเว็บไซต์ที่คุณเล่นอยู่นั้นถือว่าสูงมาก    …