สตีเฟน ฮอว์กิง เตือน – “อีกไม่ถึง 600 ปี โลกจะเปลี่ยนเป็นลูกไฟร้อนระอุ แนะอพยพด่วน”

  สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ทฤษฎี และนักจักรวาลวิทยาคนดัง ออกมาเตือนอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ว่าอีกไม่ถึง 600 ปีโลกจะแปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลไฟร้อนระอุ และมนุษย์ควรเริ่มวางแผนหาทางอพยพไปยังดาวดวงอื่นได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ฮอว์กิง บอกว่าเขามีแผนรับมือไว้แล้ว และขอให้พวกนักลงทุนสนับสนุนแผนของเขาในการเดินทางมุ่งหน้าสู่ดาวอัลฟาเซนเทอรี(Alpha Centauri) ซึ่งอยู่ห่างออกไปแค่ราว 4 ปีแสง เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากกว่าดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงอื่นๆ สตีเฟน ฮอว์คิง ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เตือนระหว่างร่วมประชุมสัมมนา Tencent WE Summit ในกรุงปักกิ่ง     ปัจจุบันกำลังมีโครงการที่เรียกว่า Breakthrough Starshot ซึ่งเป็นความพยายามส่งยานอวกาศที่มีขนาดเล็กจิ๋ว เดินทางด้วยความเร็ว 20% ของความเร็วแสง ไปสำรวจดาวอัลฟาเซนเทอรี ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่าง ฮอว์กิง, มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก และยูริ มิลเนอร์ นักลงทุนผู้สนใจทางวิทยาศาสตร์ ที่ต่างคาดหวังอยากเห็นโครงการประสบความสำเร็จในชั่วอายุคน ด้วยระบบดังกล่าวจะสามารถเดินทางไปถึงดาวอังคารภายในไม่เวลาไม่ถึงชั่วโมงและไปถึงดาวพลูโตภายในเวลาไม่กี่วัน และท้ายที่สุดไปถึงดาวอัลฟาเซนเทอรี ภายในเวลาเพียง 20 ปี คำเตือนล่าสุดของ ฮอว์กิง ย้ำถึงคำพูดของเขาที่เทศกาล ‘STARMUS’…

ปรากฏการณ์ประหลาดที่เปรู จู่ๆชาวบ้านร่วมร้อยก็ล้มป่วย หลังมุงดู “อุกกาบาต” ที่เพิ่งตก!

19 กันยายน 2550 ได้เกิดเหตุอุกกาบาตตกสู่พื้นผิวโลก ณ เมืองคารานคัส ประเทศเปรู กว้าง 66 ฟุต ลึก 16 ฟุต นี่อาจจะเป็นเหตุการณ์อุกกาบาตตกธรรมดาๆ แต่แน่นอนครับว่าถ้ามันธรรมดาแล้วผมจะเขียนทำไม และสิ่งที่ทำให้มันไม่ธรรมดาก็คือ หลังจากที่อุกกาบาตตก ชาวบ้านเปรูมุงก็ได้วิ่งกรูเข้าไปดูว่า “เฮ้ย! เฮ้ย! เกิดไรขึ้น? รูเบอเริ่มเลย!” จากนั้นชาวบ้านเปรูมุงร่วม 200 คนเหล่านั้นก็ล้มป่วยพร้อมกัน ปวดหัว คลื่นไส้ และหายใจลำบาก     โดยชาวบ้านคิดว่า พวกตนนั้นป่วยเพราะได้รับไอสารพิษที่เกิดขึ้นในหลุมอุกกาบาตทำให้พวกเขาเจ็บป่วย เพราะในช่วงอุกกาบาตกระทบพื้นเกิดความร้อนและเกิดกลุ่มควันขึ้นนานถึง 10 นาที ที่ส่งกลิ่นเหม็นแปลกๆ รอบบริเวณอีกราว 1 ชั่วโมง ชาวบ้านคิดว่าพวกเขาน่าจะสูดดม ซัลเฟอร์ เข้าไปเต็มๆ บางคนก็บอกว่าอาถรรพ์อะไรทำนองนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เพื่อรักษาอาการเบื้องต้น และหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วย โดยขั้นแรกสันนิษฐานว่าอาจมาจากซัลเฟอร์และอาร์เซนิกหรือสารหนูในช่วงที่อุกกาบาตตกลงมา เมื่อทำการตรวจสอบแหล่งน้ำและพื้นดินรอบๆ กลับไม่พบร่องรอยของการปนเปื้อนใดๆ บริเวณรอบหลุ่มอุกกาบาตเลยแม้แต่น้อย     นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่า ปรากฏการณ์ประหลาดที่เปรูนี้ น่าจะเกิดจาก อุปาทานหมู่ …

ดวงตาที่น่าทึ่งกว่า 200 ดวง ของหอยเชลล์

 

หอยเชลล์นับเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่มนุษย์นิยมบริโภค และรูปลักษณ์ของมันก็ดูไม่มีความซับซ้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ มานานแล้วว่าหอยเชลล์มีดวงตากว่า 200 ดวง แถมยังมีประสิทธิภาพการทำงานที่น่าทึ่งแบบเดียวกับกล้องโทรทรรศน์ที่มนุษย์ใช้ในปัจจุบันอีกด้วย

การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนน์ ในประเทศอิสราเอลและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุนด์ในประเทศสวีเดนเผยว่า ส่วนใหญ่นั้นดวงตาของสัตว์จะมีเลนส์ที่เน้นแสง แต่หอยเชลล์กลับมีกระจกเว้าที่ด้านหลังของดวงตา ซึ่งรูปทรงของดวงตาคล้ายกับลูกปัดสีฟ้าเรียงรายอยู่บริเวณเนื้อเยื่อตรงขอบเปลือกหอย ดวงตาแต่ละดวงมีความกว้าง 1 มิลลิเมตรและมีโครงสร้างของผลึกใสหรือคริสตัลรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงเข้าสู่เรตินาหรือจอตาทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

อันที่จริงแล้วดวงตาเหล่านี้มีจำนวนไม่คงที่ เพราะธรรมดาสำหรับหอยประเภทนี้ที่จะงอกตาใหม่เพิ่ม ทั้งยังงอกใหม่เวลาบาดเจ็บได้ด้วย หากมันสูญเสียดวงตาทั้งหมด มันจะกลับมาเหมือนเดิมภายในสองเดือน

ชื่อสามัญของหอยเชลล์ในในภาษาอังกฤษคือ “scallop” (สแกลล็อป) แผลงมาจากภาษาฝรั่งเศสเก่า “escalope” หมายถึง “เปลือก”

 

 

นักวิจัยเผยว่าการมองเห็นของหอยเชลล์ผ่านดวงตานับร้อยๆ ดวงจะช่วยในการควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวมันขณะที่กำลังว่ายน้ำ ทำให้หอยสามารถประเมินสิ่งต่างๆ โดยรอบได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนักวิจัยมองว่าการสร้างระบบภาพที่ซับซ้อนของหอยเชลล์ อาจเป็นหนทางในการศึกษาพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ สร้างเป็นอุปกรณ์ทางชีววิทยาที่ใช้งานด้านภาพและการตรวจจับสัญญาณในอนาคตข้างหน้า.

iG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23