หนุ่มเมืองเบียร์ป่วย “โรคเบาจืด” ต้องดื่มน้ำวันละ 20 ลิตร (ต้องดื่มทุกๆ 1 ชม. ไม่งั้นตาย)

Marc Wübbenhorst สถาปนิกชาวเยอรมัน วัย 35 ปี ป่วยด้วยโรคเบาจืด ทำให้ต้องดื่มน้ำวันละ 20 ลิตร มิฉะนั้นอาจเสี่ยงเสียชีวิตด้วยภาวะขาดน้ำ และหาก Marc หยุดดื่มน้ำเขาจะตายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง Marc ต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากจากอาการโรคเบาจืดมาตั้งแต่จำความได้ โรคนี้ทำให้เขากระหายน้ำมากและปัสสาวะมาก     ไตของเขาไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ และกำจัดของเหลวออกหมดอย่างรวดเร็วแทบทันทีที่ดื่มเขาไป เขาไม่อาจทนหิวน้ำได้เกินกว่า1 ชม.เพราะจะเริ่มมีอาการขาดน้ำรุนแรง ได้แก่ ริมฝีปากแห้งแตก เวียนศีรษะ มึนงงทั้งที่เป็นอาการของคนขาดน้ำ 2-3 วัน ในแต่ละวัน เขาจะเริ่มดื่มน้ำขวดใหญ่ตั้งแต่เช้า และไม่นานเขาก็ปัสสาวะออก ยิ่งช่วงกลางคืนเขาก็จะมีปัญหามาก ไม่สามารถนอนหลับได้เกินกว่า 2 ชม. เพราะต้องลุกมาปัสสาวะ ทำให้ตลอด 24 ชม.เขาต้องเข้าห้องน้ำมากถึง 50 ครั้ง ครั้งหนึ่ง Marc เคยเกือบตายจาก อาการขาดน้ำขั้นรุนแรงของเขา “หลังจากเลิกงานผมต้องนั่งรถไฟกลับบ้าน ปกติมันจะใช้เวลาไม่นานในการเดินทางก็ถึงบ้านผมแล้ว ผมจึงไม่ได้เตรียมน้ำไปด้วย แต่วันนั้นรถไฟเกิดเสียและก็ซ่อมนานมาก อาการของผมเริ่มกำเริบ แต่ผมก็ยังมีโชคอยู่บ้าง เพราะเจอเพื่อนที่รู้ว่าผมเป็นโรคเบาจืดพอดี เขาเลยรีบหาน้ำมาให้ผมดื่ม ผมเลยรอดมาได้”…

NASA Mission Fail : 5 ความล้มเหลวที่สุดขององค์การนาซา (เวอร์ชั่นอดีต)

1. Metric Math Mistake การคำนวณผิดพลาดฆ่ายานสำรวจดาวอังคาร 10 พฤศจิกายน ปี 1999 ยานมาร์สไคลเมตออร์บิเตอร์ราคา 193.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ตกบนดาวอังคารเนื่องจากความเข้าใจผิดอย่างน่าอัปยศ ทีมวิศวกรทีมหนึ่งเขียนโปรแกรมโดยใช้หน่วยวัดแบบอังกฤษ (เช่น ฟุตและปอนด์) แต่อีกทีมหนึ่งใช้มาตราเมตริก (เช่น เมตรและกิโลกรัม) จึงทำให้ผลคำนวนผิดพลาดจนไม่สามารถทำให้ยานลงจอดได้อย่างถูกต้อง จนภารกิจล้มเหลวในที่สุด   2. Vanguard Rocket Test จรวดที่ออกแบบพลาดได้ชื่อเล่นว่า ฟลอปนิก (Flopnik) เมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 1957 หลังรัสเซียปล่อยดาวเทียม สปุตนิก นาซาก็ลุกลี้ลุกลนหาทางโต้กลับ แต่จรวดแวนการ์ดพุ่งขึ้นจากพื้นได้เพียง 1 เมตร ก่อนระเบิด ตัวเองต่อหน้าสื่อหนังสือพิมพ์และผู้ชมโทรทัศน์หลายล้านคน ซึ่งกลายเป็นจรวดที่ล้มเหลว   3. VentureStar เทคโนโลยีหยุดยานที่จะใช้งานแทนกระสวยอวกาศ ในทศวรรษ 1990 องค์การนาซาหาทางสร้างยานอวกาศที่ใช้ซ้ำได้แทนกระสวยอวกาศ โดยให้เป็นทั้งยานและจรวด คือพุ่งขึ้นในแนวดิ่ง และลงจอดเหมือนเครื่องบิน ยานเวนเจอร์สตาร์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องยนต์จรวดต้องเป็นแบบใหม่ และต้องใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาที่พัฒนาขึ้นใหม่ ของใหม่เหล่านั้นทำงานไม่ได้ตามความคาดหมาย หลังจากผลาญงบไป…

เพราะอะไร? ปราสาทฝรั่งเศสเก่าๆ หลังนี้ ถึงมีคนเป็นเจ้าของกว่า 6,500 ราย!

  ปราสาทโบราณ Château de la Mothe-Chandeniers ในประเทศฝรั่งเศสกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้คนมีสิทธิ์ครอบครองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีการระดมทุนจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในการปลดแอกซื้อปราสาทหลังนี้ ราคาประมาณ 19 ล้านบาท (500,000 ยูโร) ทำให้มีผู้ร่วมช่วยออกทุนให้มาถึง 6,500 คนจากทั่วโลก ปราสาทโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ที่แคว้นแคว้นปัวตู-ชาร็องต์ ทาวตะวันตกของฝรั่งเศส สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 13 ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ถูกบุกรุกและทำลายมาหลายครั้ง กระทั่งในปี 1809 ทายาทเศรษฐีได้ซื้อและซ่อมแซมให้กลับมาหรูหราอีกครั้ง ต่อมาปราสาทหลังนี้ก็ถูกทิ้งร้าง หลังเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ปี 1932     หลังจากเรื่องราวการระดมทุนเพื่อรักษาปราสาทโบราณหลังนี้เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากบรรดาชาวเน็ตทั่วโลก โดยมีการประกาศขอทุนเพียงคนละประมาณ 2,000 บาท เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น กระทั่งในที่สุดก็พบว่ามีชาวเน็ตสนใจช่วยเหลือมากถึง 6,500 ราย ทำให้ได้ทุนประมาณ 19 ล้านบาท มาซื้อและรักษาปราสาทโบราณแห่งนี้ได้สำเร็จ และจะเปิดให้เข้าชมความสวยงามของปราสาทภายในปี 2018 ที่มา – bbc Ma_noshหากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่…

แบตเตอรี่ชนิดใหม่ “นาโนแบต” มีอายุการใช้งานชั่วชีวิต! (ใช้มือถือได้ติดต่อนาน 400 ปี)

  ความฝันที่จะมีแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานนานตลอดชีวิตใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์วิน ในเมืองเออร์วิน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ประสบผลสำเร็จในการออกแบบแบตเตอรี่ชนิดใหม่ ที่สามารถชาร์จใหม่ได้มากถึง 200,000 ครั้ง โดยสูญเสียความจุไปเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (แบตเตอรี่ทั่วไปชาร์จได้ประมาณ 5,000 – 6,000 ครั้ง ซึ่งอย่างมากสุดชาร์จได้เพียง 7,000 ครั้งเท่านั้น) ทั้งนี้เว็บไซต์ Good ระบุว่าแบตเตอรี่ชนิดดังกล่าวสามารถให้พลังงานแก่สมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อปทั่วๆ ไป ได้เป็นเวลาถึง 400 ปีเลยทีเดียว เรจินาลด์ เพนเนอร์ หนึ่งในทีมวิจัย เปิดเผยว่า การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญระหว่างการทดลองเพื่อหาทางผลิตแบตเตอรี่แบบใหม่สำหรับทดแทนแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนที่ใช้กันอยู่ โดยทีมวิจัยเชื่อว่าการใช้เส้นลวดนาโน ตามทฤษฎีน่าจะช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ออกไปให้ใช้งานได้นานขึ้น เนื่องจากปริมาณพื้นผิวสำหรับยึดกุมประจุไฟของลวดนาโนมีมากกว่า อย่างไรก็ตามปัญหาที่เจอก็คือตัวลิเธียมจะกัดกร่อนลวดนาโนไปในทันทีที่ผ่านการชาร์จเพียง 2,000-3,000 ครั้งเท่านั้น     ทีมวิจัยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการสร้างปลอกจากแมงกานีสไดออกไซด์ขึ้นมาหุ้มลวดนาโนที่ทำจากทองคำเหล่านั้นเอาไว้ และเปลี่ยนลิควิดลิเธียมเป็นเจลอิเล็กโตรไลต์ที่มีความหนาแน่นสูงกว่า เพนเนอร์ระบุว่า ด้วยความขี้เล่นของเพื่อนร่วมทีมวิจัยรายหนึ่ง ทดลองเอาเจลอิเล็กโตรไลต์ไปเคลือบวงจรทั้งหมดเล่นแล้วลองชาร์จประจุ-คายประจุวนไปวนมาเล่นๆ และหลังจากที่ทดสอบนานกว่า 3 เดือน ก็พบว่าสามารถชาร์จได้นับแสนๆครั้ง โดยไม่สูญเสียความจุประจุไฟทั้งหมดไป เพนเนอร์ยอมรับว่าทีมยังไม่เข้าใจกลไกที่ทำให้เกิดความทนทานต่อการชาร์จนี้มากมายนัก แต่ได้ผลดีเยี่ยม…

“Lamborghini” ออกแบบรถที่สามารถสแกน เพื่อทำการซ่อมแซมตัวเองได้! (เจ๋งสุดๆ)

บริษัทผลิตรถยนต์ แลมโบรกีนี ของอิตาลี เปิดตัวรถซูเปอร์คาร์ยี่ห้อใหม่ Terzo Millennio(เทอร์โซ มิลเลนนิโอ) หรือ Third Millennium ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นรถไฮเทคที่ออกแบบร่วมกับสถาบันเทคโนโลย MIT โดยได้ไอเดียมาจากรูปร่างของยานอวกาศ     Mitya Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบของแลมโบรกีนี กล่าวว่า การผสมรวมนวัตกรรมของแลมโบรกีนี เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษารุ่นใหม่ที่ MIT สร้างแรงจูงใจที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง รถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงาน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่คนรุ่นใหม่(ที่มีตังค์ซื้อนะ เพราะแพงแน่นอน)   เทคโนโลยีใหม่   – ห้องโดยสารเป็นแบบ Victual Cockpit ที่สามารถให้ผู้ขับได้สัมผัสการขับขี่จำลองในสนามแข่งต่างๆ ที่มีชื่อเสียงผ่านการขับขี่เสมือนจริง – มีลูกเล่น Ghost Car แบบที่เราพบเจอในเกมส์รถแข่ง ให้ผู้ใช้งานได้ฝึกปรือทักษะเสียด้วย – ระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว โดยที่มอเตอร์แต่ละตัวจะอยู่ในแต่ละล้อ   – แบตเตอรี่ที่ใช้มีความบางเป็นพิเศษ จะถูกติดตั้งไว้กึ่งกลางระหว่างผนังตัวถัง เพื่อช่วยให้ชาร์จไฟเร็วยิ่งขึ้น และยังเพิ่มการชาร์จผ่านพลังงานจลน์ หรือแรงสะเทือนต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มพลังงานไฟฟ้าให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลยิ่งขึ้น…