หนังสือเล่มนี้ดียังไง? ที่เมื่อ “บิล เกตส์” ได้อ่านแล้ว ถึงกับส่งต่อให้เพื่อนอีกกว่า 50 คน!

เป็นประจำทุกปีที่ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์อย่าง บิล เกตส์ จะออกมาแนะนำหนังสือน่าอ่านที่ตนเองชอบ โดยเฉพาะหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักสนุกสนาน เพราะหลายคนอาจจะคิดว่า บิล เกตส์ น่าจะต้องอ่านหนังสือแนวธุรกิจ หรือการลงทุนต่างๆ แต่หนังสือเล่มนี้กลับกลายเป็น นิยายความรัก! โดยหนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า The Rosie Project ที่ บิล เกตส์ ปลื้มและประทับใจมาก ถึงขนาดที่ว่า สั่งซื้อหนังสือกว่า 50 เล่มเพื่อส่งไปให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่าน และยังเชิญนักเขียนนิยายเล่มนี้มาทานข้าวที่บ้านอีกด้วย     สำหรับเนื้อหาของนิยายเล่มนี้นั้นเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า ดอน ทิลล์แมน นักพันธุกรรมศาสตร์ ที่ไม่มีทักษะในการเข้าสังคมเลยสักนิด ดอนเป็นคนที่ไม่เข้าใจคำพูดเชิงเปรียบเทียบเปรียบเปรย เพราะตัวเขาเองเป็นคนที่พูดตรงในทุกเรื่อง จนบางครั้งดูจะขาดการมีกาลเทศะไปซะหน่อย แต่สิ่งที่ดอนมีและเป็นด้านดีก็คือ ความมีระเบียบ และความรู้ทางด้านวิชาการที่ออกจะโอเวอร์ไปหน่อยแต่ก็ถูกต้อง 100% ด้วยนิสัยส่วนตัวที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้ ดอน ไม่สามารถจะหาคู่ชีวิตได้     ซึ่งตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่ดอน จะต้องมีใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต แต่ด้วยนิสัยเชิงวิชาการของดอนนี่เอง ที่ทำให้เขาคิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นมา ด้วยการให้สาวๆ ที่เขาสนใจทำแบบสอบถาม และใครที่ทำแบบสอบถามได้คะแนนมากที่สุด คนนั้นแหละจะเป็นคู่ชีวิตของดอน แต่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะสาวที่เข้ามาทำความรู้จักกับเขา…

“Belgian Blue หรือ Monster Cow” วัวที่ได้ชื่อว่ามีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในโลก!

โคเนื้อเบลเยี่ยนบลู โคนักกล้าม หรือ มีต้นกำเนิดจากประเทศเบลเยี่ยม โคสายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาพันธุ์ หลายครั้งจากหลากหลายสายพันธุ์ โดยใช้เวลาทั้งหมดกว่า 100 ปี กว่าจะได้สายพันธุ์ที่สมบูรณ์ และที่สำคัญเนื้อพวกมันอร่อยมากๆอีกด้วย ไขมันน้อย และเหนียวหนึบมากๆเพราะมีแต่กล้ามเนื้อนั่นเอง ปล.เห็นพวกมันกล้ามใหญ่แบบนี้แต่พวกมันเชื่องมากเลยนะจะบอกให้     กล้ามเนื้อของโคสายพันธุ์นี้สามารถพัฒนาได้สูงกว่าปกติ โดยจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่อายุ 4-6 สัปดาห์ สาเหตุที่มี กล้ามเนื้อพัฒนามาก เพราะว่ามีการยั้บยั้งการทำงานของยีนส์ไมโอสแตตินโดยธรรมชาติ ซึ่งยีนส์ไมโอสแตตินนี้จะชลอการเจริญของกล้ามเนื้อ จึงทำให้โคเนื้อเบลเยี่ยนบลูมีเส้นไยกล้ามเนื้อมากขึ้นได้ถึง 20 %ในพันธุ์แท้ และ 5-10% ในโคลูกผสม เพราะเหตุนี้ทำให้วัวตัวผู้ตัวโตเต็มวัยบางตัวสามารถมีน้ำหนักได้มากถึง 1100-1250 กิโลกรัม เลยทีเดียว ตัวใหญ่มาก! แต่เพราะความบึกบึนนี้จึงทำให้วัวตัวเมียลำบากเพิ่มมากขึ้นเพราะ แม้จะเป็นวัวที่ดูสง่างามเนื่องจากมีกล้ามขนาดใหญ่ แต่สำหรับวัวตัวเมียนั้นการที่มันมีกล้ามใหญ่และหนาแน่นส่งผลให้มันตกลูกได้ยาก และบ่อยครั้งต้องมีสัตวแพทย์ช่วยผ่าคลอด     แต่เรื่องที่ตลกก็คือ ในช่วงแรกๆที่วัวตัวนี้เริ่มโด่งดัง ก็มีนักวิจารณ์และนักอนุรักษ์สายพันธุ์ต้นแบบ ได้ออกมาต่อต้าน และเรียกโคนักกล้ามเหล่านี้ว่า “Monster Cow หรือ วัวปีศาจ” แต่ยิ่งพวกเขาต่อต้านมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงของวัวตัวนี้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น มากขึ้นชนิดที่ว่าวัวสายพันธุ์นี้โด่งดังเป็นที่นิยมเลี้ยงไปทั่วโลก แต่กลุ่มต่อต้านก็ต้องเลิกลาไป ฮ่าๆๆ…