ไขปริศนา “การเดินละเมอ” ว่าแท้จริงแล้ว มีสาเหตุมาจากอะไร?! (ไม่ผี วิทยาศาสตร์ล้วนๆ)

  ประมาณร้อยละ 5 ของคนทั่วโลกเคยมีประสบการณ์เดินละเมออย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตโดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก ส่วนใหญ่เด็กที่มีอาการเดินละเมอจะหายละเมอได้เองเมื่อโตขึ้น อาการเดินละเมอของบางคนอาจหนักถึงขั้นลุกขึ้นเดินลงจากเตียงทั้งที่ยังหลับอยู่และไม่รู้สึกตัว พวกเขาอาจจะเดินละเมออยู่นานหลายนาที พร้อมกับส่งเสียงพูดคนเดียวไปด้วย หลายคนอาจจะละเมอลุกขึ้นมาทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เช่น จัดเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน, แต่งตัว, ทำอาหาร เป็นต้น ในปี 2005 ก็มีข่าวรายงานว่า เด็กหญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งเดินละเมอเข้าไปในรถเครน ส่วนใหญ่คนที่ละเมอลุกออกจากเตียงจะเดินละเมอกลับมานอนต่อบนเตียงได้เอง และเมื่อตื่นเช้าขึ้นมา พวกเขาก็จะจำไม่ได้ด้วยว่าได้ละเมอลุกขึ้นไปทำอะไรบ้าง     อาการเดินละเมอในวัยผู้ใหญ่มักพบได้ในคนที่มีอาการอดนอนอย่างหนัก และบางกรณีการละเมออาจจะมีความสัมพันธ์กับอาการเจ็บป่วยทางประสาทด้วย เช่น จิตเภท, โรคเครียด เป็นต้น รายงานการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยไมเกรนมีแนวโน้มที่จะเดินละเมอมากกว่าคนธรรมดาถึง 4-6 เท่า ส่วนการเดินละเมอในเด็กอาจเป็นลักษณะอาการที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับพัฒนาการของระบบประสาทส่วนกลาง การศึกษาหลายชิ้นก็ชี้ว่ากรรมพันธุ์มีส่วนในการละเมอด้วย เด็กที่มีญาติในครอบครัวเคยมีประวัติเดินละเมอจะมีแนวโน้มเดินละเมอมากกว่าเด็กคนอื่นถึง 10 เท่า   วิธีแก้ ที่ไม่ต้องไปพึ่งร่างทรง     การนอนละเมอมักเกิดขึ้นในเวลาเดิมของทุกวัน เมื่อพบว่าญาติหรือคนในบ้านนอนละเมอ ให้จดวันและเวลาไว้เพื่อนำมาดูว่าเกิดขึ้นกี่ครั้งใน 1 สัปดาห์ ถ้าเป็นบ่อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้ลองปลุกก่อนเวลาละเมอประมาณ 15 นาที แล้วปล่อยให้ตื่นสัก…

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! นักโทษฟอร์มทีม 12 คน ใช้เนยถั่ว หลอกผู้คุมช่วยแหกคุกสำเร็จสะงั้น

  นักโทษ 12 คน อายุระหว่าง 18-30 ปี หลบหนีจากเรือนจำอลาบาม่า (Alabama Prison) ได้อย่างง่ายดายเพราะใช้ เนยถั่ว … แต่แผนที่พวกเขาใช้นั้นคืออะไร เลื่อนลงไปอ่านย่อหน้าถัดไปเลย บรรทัดนี้ขอเล่าคดีของนักโทษทั้ง 12 คนก่อนนะ อิอิ คดีตั้งแต่ลักขโมย, ยาเสพติด ไปจนถึงพยายามฆ่า ถ้าหนีออกไปได้ก็ต้องไปก่อเหตุอีกแน่นอน เพราะก็ต้องหาเงินเพื่อเป็นทุนในการหลบหนีต่อไป แต่โชคดีที่ตำรวจตามจับกลับมาได้ทั้ง 12 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560 ด้วยการใช้เนยถั่ว “ทากลบหมายเลขประตู” ที่ความจริงแล้วเป็นประตูทางออกห้องขัง หลอกผู้คุมว่าเป็นประตูเข้าห้องขัง ซึ่งผู้คุมที่พวกเขาเลือกหลอกใช้ก็เป็นผู้คุมหน้าใหม่พอดี เมื่อนักโทษเรียกผู้คุมมาเปิดประตูให้พวกเขากลับห้องขัง ผู้คุมจึงเปิดประตูทางออกแทน จากนั้น นักโทษก็วิ่งอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับหมาป่าหนีออกไป     นักโทษแก๊งนี้พยายามที่จะแหกคุกมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะเข้าใกล้ความอิสระที่สุด แต่คนเลวก็ไปได้ไม่ไกล เพราะสุดท้ายก็ถูกจับกลับมาได้ทุกหน่อ จากรายงานข่าว พอประตูเปิด นักโทษก็กรูกันวิ่งไปคนละทิศละทาง และเอาชุดนักโทษสีส้ม และผ้าห่มโยนไปคลุมรั้วลวดหนาม ก่อนปีนป่ายออกไปสู่โลกเสรีภายนอก แต่สุดท้ายทั้ง 12 คนก็โดนจับมาหมด…

5 สุดยอดความเสี่ยง หากคุณเป็นคนที่ “ชอบเล่นมือถือในห้องน้ำนานๆ” ระวังป่วยไม่รู้ตัว!

ใครที่ชอบหยิบโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องน้ำบ่อยๆ เพราะไม่อยากไปนั่งเหงาหรืออยู่เฉยๆ ระหว่างทำธุระส่วนตัว อยากใช้ช่วงเวลานั้นให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตข่าวสาร ท่องโลกโซเชียล หรือเล่นเกม คุณรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมแบบนี้อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้โดยไม่รู้ตัว     เพราะคงไม่มีห้องน้ำที่ใดในโลกที่จะสะอาดที่สุด โดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะด้วยแล้ว ยิ่งมีเชื้อโรคมากมายหลากหลายชนิดเกาะอยู่แทบทุกอณูพื้นที่ แถมตัวคุณเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องน้ำที่เข้าไปใช้นั้นทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และมือของคุณก็คงไม่ได้สัมผัสแค่โทรศัพท์มือถือของตัวเองเท่านั้นเวลาอยู่ในห้องน้ำ ศาสตราจารย์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เชื้อโรคในห้องน้ำนั้นเคลื่อนที่ตลอดเวลา และมีหลากหลายประเภท ส่วนใหญ่จะขับออกมาในรูปแบบของอุจจาระ และเมื่อใดก็ตามที่เรากดชักโครก น้ำในโถส้วมจะกระเด็นไปทุกทิศทุกทางได้ไกลถึง 6 ฟุตเลยทีเดียว ฉะนั้นคงไม่ต้องพูดถึงห้องน้ำสาธารณะว่าจะเป็นอย่างไร แค่คิดก็เห็นภาพแล้ว…     เริ่มตั้งแต่คุณเดินเข้าห้องน้ำ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือใช้มือจับลูกบิดประตู ตามด้วยคันโยกกดน้ำ จากนั้นก็ออกมากดก๊อกน้ำล้างมือ แค่เพียงเท่านี้เชื้อโรคก็ติดมากับมือของคุณได้แล้ว และเมื่อคุณนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปด้วย คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะถือโทรศัพท์มือเดียวตั้งแต่เข้าห้องน้ำจนออกจากห้องน้ำได้โดยไม่เผลอเปลี่ยนมือ สำหรับเชื้อโรคที่อาจติดไปกับโทรศัพท์มือถือของคุณ เช่น เชื้ออีโคไล, เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร, เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และเชื้อโรคอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ดังนั้นเมื่อทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จสิ้น ข้อแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดี และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องน้ำด้วยจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ 1.เสี่ยงท้องผูก Gregory Thorkelson หัวหน้าทีมจิตแพทย์จาก University…