“Zahia Dehar” อดีตโสเภณี ค่าตัวคืนละครึ่งแสน ที่กลับใจ จนได้เป็นดีไซเนอร์ระดับโลก

  วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับ สาวสวยวัย 24 ปี “Zahia Dehar (ซาเฮีย เดฮาร์)” ที่หากย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วเธอคือ 1 ใน ดีไซเนอร์มือทองที่โด่งดังสุดขีด แต่กลับมีเบื้องหลังชีวิตก่อนหน้านี้ ที่เต็มไปด้วยเรื่อง ‘อื้อฉาวทางเพศ’ เมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยเป็น ‘โสเภณี ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ’ เธอแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่น่าอัศจรรย์ ผ่านการสัมภาษณ์ใน นิตยสาร W สาวสวยวัยสะพรั่ง เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก กับอดีตที่เคยเป็นสาวขายบริการตั้งแต่ปี 2008 และ 2009 ซึ่งแปลว่าตอนนั้นเธออายุเพียง 16 ถึง 17 ปี ในขณะที่การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมายในประเทศฝรั่งเศส แต่ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป     โดยในตอนนั้นเธอมีค่าจ้างต่อคืนสูงถึงคืนละ 42,000 บาท นั่นเท่ากับว่าปีหนึ่งเธอสามารถทำเงินได้ 1.1 ล้านบาท เลยทีเดียว แน่นอนว่าเธอกลายเป็นสาวฮอตสุดขีดเมื่อกลายเป็นขวัญใจของ 2 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส (ลองเซิจชื่อเธอแล้วตามด้วย football เดี๋ยวก็รู้ว่ามีใครบ้าง…

อินเดียโหด! ตั้งค่าหัว 50 ล้านบาท เก็บนางเอกสาว – ผู้กำกับ โทษฐานกำกับหนังฉาว

  Suraj Pal Amu (สุรัจ พัล อามู) แกนนำคนหนึ่งของพรรค BJP ได้บอกกับผู้สื่อข่าวของ The Indian Express ว่า ยินดีมอบเงินรางวัล 100 ล้านรูปี (50 ล้านบาท) ให้กับคนที่ตัดคอนัก แสดงนำหญิง Deepika Padukone (ดีพิกา ปาดูโคเน) และผู้กำกับ Sanjay Leela BhansaliX ซานเจย์ ลีลา บันสาลี เนื่องจากในหนังเรื่องหนังเรื่อง Padmavati (ปัทมาวาดี) จะมีฉากรักวาบหวิว ระหว่างราชินีของชาวฮินดูกับผู้ปกครองแคว้นที่เป็นชาวมุสลิม     โดยที่ก่อนหน้านี้เขาเคยตั้งเงินค่าหัวไว้ 50 ล้านรูปี แต่ก็ตัดสินใจเพิ่มเงินรางวัลขึ้นเป็น 2 เท่า โดยในระหว่างที่ประกาศนั้นก็ได้บอกกับผู้ฟังอีกด้วยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้มีการฉายอย่างเด็ดขาด ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเองทางโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ก็ประกาศเลื่อนการฉายทันที จากเดิมที่มีกำหนดเข้าโรงในวันที่ 1 ธันวาคม และจะยังคงเลื่อนไปเรื่อยๆอย่างไม่มีกำหนด     ปัทมาวดีถูกต่อต้านครั้งแรกในเดือน…

การทดลอง…นำ “สมองคน” ไปปลูกถ่ายให้ “หนูทดลอง” เพื่อค้นหาวิธีอัพเกรดความฉลาด

ในงานประชุมวิชาการ “นิวโรไซนซ์ 2017” งานประชุมวิชาการประจำปีของ สมาคมเพื่อประสาทวิทยา แห่งสหรัฐอเมริกา ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีทีมวิจัยอย่างน้อย 20 ทีมที่นำเสนอรายงานความสำเร็จของการปลูกถ่าย “สมองคนขนาดย่อม” ลงไปในสมองของหนูทดลอง เพื่อผลการวิจัยที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของแต่ละทีม     สมองขนาดเล็กดังกล่าวมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ซีรีบรัล ออร์แกนอยด์” หรือเรียกง่ายๆก็คือ “สมองบนจานทดลอง” โดยวิธีที่พวกเขาใช้ก็คือ นำสมองขนาดเล็กดังกล่าวมาปลูกถ่ายให้กับหนูทดลองโดยใช้ยากดภูมิต้านทาน เพื่อให้ทำหน้าที่ปล่อยเลือดไปหล่อเลี้ยงให้มีชีวิต และทำหน้าที่ของสมองส่วนดังกล่าวได้ด้วยตัวเอง ซึ่งแต่ละทีมนั้นก็มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ทีมวิจัยจากสถาบันซอลค์ ใช้การปลูกถ่ายเพื่อแสดงถึงวิธีการก่อกำเนิดหลอดเลือด ในสมองของมนุษย์ ทีมวิจัยจากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยเนบราสกา ซึ่งใช้วิธีการทำนองคล้ายคลึงกันนี้เพื่อตรวจหาการรักษาอาการดาวน์ ซินโดรม ทีมวิจัยจากสำนักการแพทย์เพเรลแมนซึ่งใช้วิธีปลูกถ่ายสมองคนลงในสมองหนู เพื่อพัฒนาเซลล์ที่จะนำมาใช้ในกระบวนการบำบัดเนื้อเยื่อสมองที่เสียหายเพื่อฟื้นฟูการทำหน้าที่ของเซลล์ประสาทในส่วนที่เสียหายดังกล่าว   แต่ทุกๆทีมกลับเจอปัญหาเดียวกันนั่นคือ การถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักจริยธรรม ซึ่งพวกเขายอมรับว่าพวกเขารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นพวกทารุนสัตว์ เพราะที่พวกเขาทำไปก็เพื่อค้นหาวิธีใหม่ๆเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์เท่านั้น     แต่สิ่งที่น่าสนใจจริงๆสำหรับเรื่องนี้ก็คือ แล้วการปลูกถ่ายสมองของมนุษย์เข้าไปในหนูทดลอง มันจะช่วยเพิ่มความฉลาดให้ได้ยังไงหล่ะ คำตอบคือ หลังจากที่ได้ทำการปลูกถ่ายสมอง…

“Perper หมอหุ่นยนต์” ที่จีนพัฒนาขึ้นให้รักษาคนไข้ สอบผ่านวิชาแพทย์ด้วยคะแนนสูงสุด!

  “Perper” หุ่นยนต์รายแรกที่จีนพัฒนาขึ้นมาให้รักษาคนไข้ โดยให้ศึกษาตำราแพทย์ 53 เล่ม หนังสือเกี่ยวข้องกับการแพทย์อีก 400,000 เล่ม พร้อมทั้งกรณีศึกษาอีก 2 ล้านกรณีกับภาพต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายล้านรูปก่อนเข้าสอบข้อเขียนทางการแพทย์ โดยเพพเปอร์ กวาดคะแนนได้ถึง 456 จากคะแนนเต็ม 600 ถือว่ามากกว่าคะแนนเบื้องต้นที่ต้องได้สำหรับการสอบผ่านที่อยู่ที่ 360 คะแนน เพพเปอร์ เป็นหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัวกับบริษัท iFlytek ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาหุ่นตัวนี้ระบุว่า หุ่นมีความสามารถในการพิเคราะห์ปัญหาและเชื่อมมุมมองกับบริบทภาพรวมได้ สามารถศึกษา หาเหตุและผล ตัดสินใจได้ ในขณะที่อีกด้านมีความทรงจำที่เหนือกว่ามนุษย์ มีความสามารถในการสะสมข้อมูลมากกว่าตลอดจนมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์มากกว่าด้วย     รายงานข่าวระบุว่า จากการเข้าสอบแสดงว่าความรู้ด้านการแพทย์ของ เพพเปอร์ มีสูงมากพอจะทำหน้าที่หมอที่ดูแลอาการไข้แบบทั่วไปคือตรวจอาการและดูแลรักษาเบื้องต้นได้ ถึงกระนั้น เพพเปอร์ ก็จะยังไม่ทำหน้าที่เป็นแพทย์อย่างทันทีทันใด แต่จะเป็นผู้ช่วยรักษาคนไข้ ต้นปีหน้านี้ เพพเปอร์ จะต้องไปเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ทำงานในคลีนิคและทำงานกับแพทย์เพื่อช่วยเหลือและเรียนรู้ไปในเวลาเดียวกัน รายงานของผู้ผลิตบอกว่า ประโยชน์ของการมีหมอหุ่นยนต์ คือจะทำให้การใช้เวลาในการพิจารณาอาการเจ็บป่วยสั้นลง และการตัดสินใจในการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าที่แทนแพทย์ เพียงแค่ทำให้มนุษย์และเครื่องจักรทำงานประสานกันสอดคล้องมากขึ้นเพื่อประสิทธิภาพของการให้บริการแก่ผู้ป่วย รายงานข่าวระบุว่า จีนนั้นขาดแคลนแพทย์ที่จะทำงานในชนบทอย่างมาก ทำให้ต้องคิดประดิษฐ์หุ่นยนต์แพทย์ขึ้นมารองรับ โดยทางประเทศจีนมีแผนระดับชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ…

9 ความ Darkside ของกัญชา ที่มีแต่คนนำเสนอแต่ข้อดี จนเราเบื่อแล้วโว้ย!

มาดูข้อเสียของ “กัญชา” กันบ้าง ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนมาจาก ข่าวที่พริตตี้กินบราวนี่กัญชาแล้วเกือบเสียชีวิต     กัญชา เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่คนนำมาใช้เสพโดยการสูบหรือผสมลงในอาหารรับประทาน ส่วนที่ใช้เสพ ได้แก่ กิ่ง ต้น ยอด ใบ ฤทธิ์ของมันจะทำให้ผู้เสพเกิดอาการเลื่อนลอย ความคิดสับสน ประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้ ผู้เสพจึงมีอาการถูกกระตุ้นให้ช่างพูด หัวเราะง่าย มีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อนๆ อุณหภูมิในร่างกายลดลง ทำให้มีความอยากอาหารมากขึ้น เพื่อเผาผลาญให้พลังงานแก่ร่างกาย จึงทำให้รู้สึกว่าเจริญอาหาร การมีผู้เอากัญชาผสมใส่อาหาร ถ้าใส่จำนวนมากๆ และกินอยู่บ่อยๆ ก็จะทำให้ติดกัญชาได้เหมือนกัน ผู้เสพติดกัญชามักจะมีอาการจิตเสื่อมและกลายเป็นโรคจิต ระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ผู้เสพเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอ และติดโรคง่าย และจากการศึกษาวิจัยยังพบว่า กัญชามีสารเคมีมากกว่า 60 ชนิด ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้     หลายคนอาจคิดว่ากัญชาไม่มีโทษพิษภัยอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วกัญชาเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งที่มีอันตรายร้ายแรงเกินกว่าที่คิด เพราะการเสพกัญชามากๆ และเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะเด็กในวัยหนุ่มสาว ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม ความคิดอ่านช้าและสับสน การใช้กัญชาสม่ำเสมอ แม้จะในปริมาณไม่มากก็สามารถเสพติดทางจิตใจหรือเกิดอาการดื้อยา คือ ต้องใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฤทธิ์ของกัญชาได้เข้าไปควบคุมศูนย์กลางความคิด…