จีนลั่น! รู้ตัวแล้ว ขอเวลา 3 ปี “ปฏิวัติห้องน้ำ” ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น

  รัฐบาลจีนประกาศ ถึงแผนในการสร้างและพัฒนาห้องน้ำสาธารณะจำนวน 64,000 แห่งทั่วประเทศ ระหว่างปี 2561 ถึง 2563 ส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘Toilet revolution (ปฏิวัติห้องน้ำ)’ ซึ่งมีสโลกแกนว่า “Toilet revolution for tourism evolution (ปฏิวัตห้องน้ำ เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว)” โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นภาคส่วนธุรกิจการท่องเที่ยว ยกระดับภาคส่วนท่องเที่ยวให้มีส่วนร่วมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ     รัฐบาลจีนพยายามอย่างหนักที่จะพัฒนาและขยายอุสาหกรรมภาคบริการให้พ้นจากการเติบโตที่มาจากหนี้สินและการลงทุน ขณะที่กำลังหาทางทดแทนผลกระทบจากอุปสงค์การส่งออกของประเทศที่ตกต่ำลง โดยรัฐบาลจีนมองไปที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต ประกาศเมื่อปีที่ผ่านมาว่าจะลงทุนมูลค่าถึง 2 ล้านล้านหยวนเพื่อ ยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวให้มีส่วนในการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละปี ขณะที่แผนปฏิวัติห้องน้ำระยะเวลา 3 ปีที่การท่องเที่ยวจีนระบุว่าจะนำไปสู่ความสำคัญอันมีนัยยะสำคัญ แต่มุมมองต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีนก็ถูกปกคลุมไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสะอาดของห้องน้ำโดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก     และจากข้อมูลเมื่อปีที่แล้วพบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศจีน 3.7 พันล้านคน และมีการใช้ห้องน้ำสาธารณะมากถึง 27 พันล้านครั้ง ถือว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาลมากทีเดียว และแน่นอนย่อมตามมาด้วยปัญหาที่มากมายก่ายกองอีกด้วย จึงทำให้ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับปัญหานี้ ที่มา – chinadaily Ma_noshหากคุณอยากเห็นวิถีชีวิตสุดขี้เกียจ ของผู้บริหารที่นอนตีสี่ตื่นเที่ยง ก็สามารถเข้าไปส่องได้เลยที่ iG –…

ซาอุดีฯถูกเจ้าหน้าที่เผยหมดเปลือก ถึงการเสนอให้เจ้าชายมอบทรัพย์ 70% เพื่อแลกกับอิสระ

ที่ปรึกษาของเชื้อพระวงศ์ซาอุดีอาระเบียที่ถูกควบคุมตัวจากการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทั้ง เจ้าชาย อดีตรัฐมนตรี และนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศ ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 201 คน ต่างได้รับข้อเสนอจากรัฐบาลให้มอบทรัพย์สินของตนเอง 70% ให้แก่รัฐบาล เพื่อแลกกับอิสระ   นักธุรกิจรายใหญ่คนหนึ่งตกลงยินยอมมอบทรัพย์สิน 70% ให้แก่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า การส่งมอบทรัพย์สินจะเป็นไปในลักษณะใด ขณะที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ และจากการคาดการณ์ของนักการตลาดระบุว่า หากกลุ่มเจ้าชายและนักธุรกิจรายใหญ่ที่ถูกทางการซาอุดีอาระเบียควบคุมตัวยอมมอบทรัพย์สินให้แก่รัฐบาล จะส่งผลให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้รับเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอต่อการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ที่รัฐบาลเผชิญมาอย่างต่อเนื่องติดต่อการหลายปี เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง เฉพาะปี 2016 รัฐบาลซาอุดีอาระเบียขาดดุลงบประมาณถึง 79,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนี่ก็อาจเป็นเหตุผลที่รัฐบาลซาอุดิอาราเบียเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลของประเทศ     และหนึ่งในเชื้อพระวงศ์พระองค์สำคัญของซาอุดีอาระเบียที่ถูกควบคุมตัวจากการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งนี้ คือ เจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล ซึ่งเป็นประธานบริษัทคิงดอม โฮลดิง บริษัทด้านการลงทุนชื่อดังของซาอุดีอาระเบีย และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเครือบริษัทชั้นนำของโลก เช่น โฟร์ซีซัน, ซิตี กรุ๊ป, ทวิตเตอร์ และแอปเปิล นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 34 ของโลก อีกด้วย และนี่ก็คือ…

เจค จิลเลนฮาล พระเอกหุ่นฟิตหน้าหล่อจาก “Southpaw” อาจได้เป็น “Batman” คนต่อไป!

  อ้างอิงจาก Movieweb ถึงคำบอกเล่าของ John Campea ผู้กำกับและพิธีกรชื่อดังรายการ AMC Movie Talk ออกมาว่า Matt Reeves ผู้กำกับ The Batman ได้เล็งตัวนักแสดงหนุ่มว่าที่ แบทแมน คนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว     ตนได้พูดคุยกับโปรดิวเซอร์ของทางฮอลลีวูดเมื่อวานนี้ และโปรดิวเซอร์ก็ได้บอกเขาว่า แม็ตต์ รีฟส์ อยากได้ตัวนักแสดงหนุ่ม Jake Gyllenhaal มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แบทแมน คนใหม่แทนที่ผู้รับบทคนเดิมอย่าง เบน แอปเฟล็ค ใน The Batman ซึ่งข่าวใหม่ล่าสุดนี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่สนิทกับทีมงานในโปรเจคท์ The Batman แล้ว     เพราะ ตั้งแต่ที่มีข่าวลือว่า Ben Affleck ถึงการถอนตัวจากบทซุปเปอร์ฮีโร่ Batman มาตั้งแต่ต้นปี จนกระทั่งปัจจุบันในระหว่างการให้สัมภาษณ์โปรโมทภาพยนตร์ Justice League เจ้าตัวก็ยังไม่เอ่ยปากยอมรับอย่างจริงๆ จังๆ สักทีว่าจะยังคงรับบท…

เกาหลีใต้เพิ่มวิชา “การเดท” ในมหาวิทยาลัย เพื่อแก้ปัญหาการ “นก” ของประชาชนในประเทศ

ศาสตราจารย์จางแจซุก ผู้กำหนดหลักสูตรวิชา ‘การแต่งงานและครอบครัว’ ระบุว่าคนรุ่นใหม่ที่มีอายุประมาณ 20-40 ปีในเกาหลีใต้ ถูกเรียกว่า ‘Sampo Generation’ ซึ่งหมายถึงยุคที่คนแต่งงานกันน้อยลง เพราะคนในยุคนี้ต้องเผชิญกับความกดดันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยเศรษฐกิจ อัตราการว่างงาน ราคาอสังหาริมทรัพย์ และค่าเล่าเรียนที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่นิยมสร้างครอบครัวหรือแต่งงานมีคู่เพราะคิดว่าเป็นภาระ ส่งผลให้อัตราการเกิดลดต่ำลง และเกาหลีใต้กลายเป็นสังคมสูงวัยที่กำลังจะขาดแคลนประชากรวัยทำงาน     ซึ่งปี 2017 เป็นปีที่อัตราการเกิดในเกาหลีใต้ตกต่ำหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพราะผลสำรวจทั้งปีที่ผ่านมา พบว่ามีทารกเกิดใหม่เพียง 360,000 คนเท่านั้น แม้ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้จะทุ่มงบประมาณในการส่งเสริมและกระตุ้นอัตราการเกิดเป็นเงินกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ยังไม่สามารถจูงใจให้ชาวเกาหลีใต้หันมาสนใจเรื่องของการสร้างครอบครัวมากขึ้นได้ จึงต้องลองหาทางใหม่ๆขึ้นมานั่นเอง มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งจึง ต้องการกระตุ้นให้นักศึกษาที่เป็นคนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างครอบครัว ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งจะต้องอยู่บนรากฐานของความสัมพันธ์ที่ดีและมีสุขภาวะที่เหมาะสม และให้นักศึกษาได้ตระหนักและเรียนรู้ว่าใครคือคนที่เหมาะสมที่พวกเขาจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง     และหลักสูตรนี้ก็ไม่ได้เน้นเพียงแค่ให้นักศึกษามีแฟน แต่งงาน แล้วก็ปั๊มลูกอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเนื้อหาภายในหลักสูตร ยังสอนให้ป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างเช่น คนที่แต่งงานกันมานานเป็นสิบๆปีเลิกกันได้ และสาเหตุของความรุนแรงในครอบครัว โดยศาสตราจารย์ได้เกลิ่นเกี่ยวกับส่วนนี้ไว้สั้นๆว่า “ปัญหาหลักๆในครอบครัว ทั้งเรื่องของเงิน ความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้ง และการหย่าร้างกัน…